ท่านผู้นำแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและภรรยาได้รับการนำทางไปยังห้องรับรองด้านใน
สีหน้าท่านผู้หญิงเผิงลี่หยวนเต็มไปด้วยความคาดหวังแรงกล้าขณะรอคอยอาหารออกมาเสิร์ฟ
‘จะเป็นเมนูอะไรกันนะ’
การที่เจ้าบ้านจัดเตรียมอาหารรับรองอาคันตุกะถือเป็นประเพณีปฏิบัติที่มีมาช้านานแล้ว แม้อาหารจะไม่ถูกปากไม่ถูกใจเพียงไร ก็จำเป็นต้องรักษาบรรยากาศให้ดีพอที่จะไม่มีใครต้องย่นคิ้วนิ่วหน้า
“อร่อยแน่นอนค่ะ” สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนกล่าว
“เช่นนั้นคงดีมากๆ เลยค่ะ” ท่านผู้หญิงเผิงลี่หยวนยิ้ม
รสปากแต่ละคน อย่างไรก็แตกต่างหลากหลาย การจะทำให้ทุกคนพอใจนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ความวิตกจึงยังหลงเหลืออยู่บ้าง
‘ตัวฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก ขอแค่ถูกปากคนทานยากอย่างคุณสามีเป็นพอ แอบกังวลอยู่เหมือนกันนะ’
จังหวะนั้น ซึ้งนึ่งขนาดกระจุ๋มกระจิ๋มที่ทำจากไม้ไผ่ก็ถูกเข็นออกมา
‘อย่าบอกนะ ว่านี่คือ…’ สีจิ้นผิงหรี่ตา
เหมือนจะช่วยตอกย้ำการคาดเดานั้นอีกแรง ฝาซึ้งนึ่งแง้มออกพร้อมควันฉุย ก่อนเผยให้เห็นเสี่ยวหลงเปาสไตล์จีนด้านใน เผิงลี่หยวนกล่าวเบาๆ พอให้สามีได้ยิน
“เซนซ์ดีจริงเชียว ว่าไหมคะ”
ใจลึกๆ เธออยากเทคะแนนให้กยองฮาอย่างเต็มที่
ด้วยประเทศจีนนั้น บุรุษสตรีเท่าเทียมกันมากขึ้นแล้ว เรื่องในบ้านบางครั้งก็ช่วยกันรับผิดชอบสลับหน้าที่กันทำ ตัวอย่างมีให้เห็นไม่น้อย เช่น ฝ่ายหญิงออกไปทำงานหาเงิน ฝ่ายชายอยู่บ้านทำงานบ้านเตรียมอาหาร ซึ่งอิทธิพลจากแนวคิดเหล่านี้เองที่ส่งให้ผู้ชายทำอาหารเก่งดูมีเสน่ห์เป็นอย่างมาก อีกอย่าง หน้าตารูปลักษณ์ภายนอกของกยองฮาก็จัดว่าดีเกินมาตรฐานอยู่แล้ว มัดรวมกันได้เป็นคะแนนจิตพิสัยเพิ่มไปอีกทบ
ไม่แน่ใจว่าเพราะเผิงลี่หยวนเอ่ยชมเชฟหรือไม่ สีจิ้นผิงเลยยิ้มขมๆ
‘เฮอะ ของแค่นี้ใครๆ ก็คิดได้หรอกน่า’
ชาวฮ่องกงชอบติ่มซำ ชาวจีนชอบเกี๊ยว ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกมีใครบ้างที่ไม่รู้
การเลือกเสิร์ฟเมนูที่แขกคุ้นเคยที่สุดนับว่าสมควรได้คำชมจริง แต่ที่เผิงลี่หยวนยกยอว่า ‘เซนซ์ดี’ นั้นสีจิ้นผิงไม่เห็นด้วย
มื้ออาหารเริ่มต้นเงียบๆ
เผิงลี่หยวนบรรจงเป่าเสี่ยวหลงเปา ฟู่ๆ ไล่ความร้อน จากนั้นค่อยคีบเข้าปากทั้งคำ
เธอตาโตแทบเท่าชามข้าว
‘โอ๊ยตาย ด้านนอกนุ่มมาก ด้านในเต่งเต็ม ทำได้ยังไง…’
หนำซ้ำ ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งพบรสชาติหลากหลาย เพิ่มความเพลิดเพลินให้ปากเป็นทวีคูณ
เธอเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาเคี้ยวอย่างดื่มด่ำ ไม่ทันแม้แต่จะหันไปบอกให้สามีลองรับประทานดูบ้าง ความตะกละที่ปกติไม่เคยมีกลับปรากฏออกมา
‘ถ้ากินเร็วขนาดนี้ ไม่แน่ อาจจะทันคีบส่วนของคุณสามีมากินเองอีกสักลูก’
เผิงลี่หยวนไม่รู้แม้แต่น้อยว่าตัวเองกำลังคิดอย่างคนนิสัยไม่ดี เสี่ยวหลงเปาแบบนี้ เป็นใครก็ต้องงกเอาไว้ก่อนนั่นแหละ
ดูฝั่งประธานาธิบดีเกาหลีกับท่านผู้หญิงสิ แอบทำสงครามเย็นกันอยู่เหมือนกันไม่ใช่หรือ กลัวส่วนของตนจะถูกแย่งเลยต้องรีบคีบเข้าปากกันเสียเร็วเชียว
สีจิ้นผิงกัดเสี่ยวหลงเปาช้ากว่าคนอื่นๆ เล็กน้อย
‘นี่ไม่ใช่เสี่ยวหลงเปาธรรมดา’
น้ำซุปและความฉ่ำเนื้อไหลหลากมาพร้อมกับกลิ่นและรสชาติเข้มข้น ชนิดที่สารเติมแต่งที่ไหนก็สู้ไม่ได้ จีบซาลาเปานอกจากจะบางแล้วยังเนียนนุ่ม ความกลมกล่อมก็สุดยอดจนพาให้คิดว่า ฉีกกินแค่แป้งด้านนอกก็น่าจะอร่อยไปอีกแบบ แต่ครู่หลังก็คิดได้ว่าความคิดนั้นไม่เข้าท่าเท่าไหร่ เพราะวัตถุดิบแต่ละอย่างต้องกินพร้อมกันจึงจะเข้ากันได้ดีเช่นนี้ ไม่ควรขาดอะไรไปแม้แต่อย่างเดียว!
‘ด้านรสชาติไม่ต้องพูดให้มากความแล้วล่ะ หนำซ้ำ กินแล้วยังพาให้ฉุกคิดได้อีก… น่าทึ่ง น่าทึ่ง’
ครั้นเขาส่งลูกที่สองเข้าปากไม่ทันไร ท่านผู้หญิงเผิงลี่หยวนก็ยื่นมือมา คีบเสี่ยวหลงเปาลูกสุดท้ายของสามีเข้าปากตัวเอง
สีจิ้นผิงรู้สึกโกรธทันที นี่คือสุดยอดเสี่ยวหลงเปารสชาติดั้งเดิมเชียวนะ
เสี่ยวหลงเปาแบบนี้เขาไม่เคยลิ้มลองมาก่อนไม่ว่าจะที่แห่งหนตำบลใดในประเทศจีน ทว่า ไฟโกรธกลับมอดลงทันใดเมื่อภรรยาออดอ้อนเขาอย่างน่ารักน่าชัง หากเป็นในที่รโหฐานล่ะก็เขาคงกล่าวท้วงติงเธอตรงๆ ไปแล้ว แต่ตอนนี้ทุกคนอยู่ในสถานที่เลี้ยงต้อนรับผู้นำระดับประเทศ จึงจำเป็นต้องรักษาหน้าเอาไว้บ้าง อีกอย่าง นี่เป็นแค่เมนูเรียกน้ำย่อยเท่านั้น
เมนูหลักใช้เวลาไม่นานก็ตามออกมาเสิร์ฟ
ฝาครอบเงินปกปิดอาหารไว้ข้างใต้จนมิดชิด ทำให้อดอยากรู้อยากเห็นไม่ได้
‘จานนี้จะเป็นอะไรนะ’
เมื่อเปิดฝาครอบ ก็พบถ้วยบรรจุซุปแป้งต็อกร้อนๆ ควันท่วมทีเดียว
“เพราะตอนนี้เป็นฤดูหนาวสินะครับ” สีจิ้นผิงเปรย
“ควบวันขึ้นปีใหม่ด้วยครับ” มุนอินโฮยิ้มกว้าง
เกาหลี จีน และญี่ปุ่น ทั้งสามประเทศมีจุดที่เหมือนกันคือ ผู้คนนิยมรับประทานซุปแป้งต็อกในวันขึ้นปีใหม่
การเลือกเมนูของเชฟทำให้สีจิ้นผิงนึกสนุก รู้สึกว่าน่าสนใจไม่เบา
‘แปลว่าไม่ได้จะอวยพรให้มีความสุขด้วยรสชาติอาหารแค่อย่างเดียวรึนี่ โฮ่ๆ ช่างคิด…’
ความรู้สึกที่สามารถเชื่อมโยงคนเข้าด้วยกันจนเกิดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวนั้น สร้างไม่ได้ง่ายๆ
เชื้อชาติต่างกันก็จริง แต่กลับจับจุดเหมือนทางวัฒนธรรมแล้วเลือกสื่อสารออกมาทางอาหารอย่างนี้ ช่างโดดเด่นจริงๆ
ต่อให้ซุปแป้งต็อกสไตล์เกาหลีกับสไตล์จีนจะต่างกันเล็กน้อย ทว่า มองแล้วรู้ได้ทันทีว่าคือเมนูอะไร วัตถุดิบจำพวกต็อกก้อนกลม เห็ดหอม ไข่เจียวแผ่นบางกับเต้าหู้ก็ช่วยสร้างความอุ่นใจคุ้นเคยได้ตั้งแต่แรกเห็น นอกจากนี้ยังมีตัวเกี๊ยวที่ปกติไม่ค่อยใส่กันลอยแทรกอยู่ด้วย ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใหม่เข้าไปอีก
“เกี๊ยวนี่ต้องรสชาติไม่เลวแน่ๆ ใช่ไหมครับ ถ้าเป็นฝีมือระดับเสี่ยวหลงเปาเมื่อครู่”
“แน่นอนครับ” มุนอินโฮตอบ
สีจิ้นผิงเอาช้อนคนถ้วยตรงหน้า ตักแค่ก้อนแป้งต็อกขึ้นมาเคี้ยวดูก่อน
ความนุ่มหนึบที่พอดิบพอดีเนรมิตให้รู้สึกเบิกบาน ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะแย้มยิ้ม กลับยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
ช้อนที่สองเขาตักต็อก เห็ดหอม เต้าหู้และไข่เจียวขึ้นมาพร้อมกันในคำเดียว อ้าปากกว้าง ส่งทั้งช้อนเข้าเคี้ยวตุ้ยๆ รสชาติของแต่ละอย่างค่อยๆ เผยโฉมออกมา ส่งให้ความกลมกล่อมพุ่งขึ้นอีกเท่าตัว
‘โถ่ น่าจะตักเกี๊ยวขึ้นมาด้วย’
เรื่องน่าเสียดายมีเพียงเรื่องเดียว คือ ช้อนเล็กเกินไป หากช้อนใหญ่กว่านี้คงตักรวดเดียวได้เกี๊ยวด้วย
แต่แล้วสีจิ้นผิงก็พบวิธีที่ถูกต้องจากมุนอินโฮและภรรยา ทั้งคู่หั่นเกี๊ยวกับเต้าหู้ออกเป็นชิ้นบางๆ พอดีคำ คีบมาวางบนช้อนก่อน จึงค่อยลิ้มรส เผิงลี่หยวนเรียนรู้ได้ไว เลียนแบบวิธีเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่เขาก็ไม่เห็น เห็นอีกทีเธอก็ยิ้มสดใส ดูพอใจยิ่ง… สีจิ้นผิงนั้นไม่ได้อยากหยิ่ง ทำไม่สนใจเลียนแบบวิธีรับประทาน เขาเพียงแต่เสียดายหากความสวยงามของเกี๊ยวที่บรรจงจับจีบมาอย่างดีต้องถูกทำลายลงด้วยการหั่น
แต่ขึ้นชื่อว่าอาหาร อย่างไรก็ต้องเข้าปากและโดนเคี้ยว
ดังนั้นเขาไม่ควรเอาวิธีชื่นชมผลงานศิลปะมาใช้กับอาหารสิ ครั้นสีจิ้นผิงคิดตก ก็ใช้วิธีเดียวกันลิ้มรสวัตถุดิบทุกชนิดอันมีเกี๊ยวพ่วงไปด้วย
ทันใด ทุกสิ่งทุกอย่างก็สอดประสานเข้ากันจนเจ้าของปากประทับใจขนาดหนัก
ซุปแป้งต็อกถ้วยนี้มีลำดับขั้นตอนและมีความกลมกลืนซึ่งสร้างความสุขได้อย่างล้นหลาม
อร่อยเหลือเกิน อร่อยเสียจนมุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มครั้งแล้วครั้งเล่า ช้อนขยับเคลื่อนไหวไม่หยุด รอบนี้เขาจะต้องไม่โดนเผิงลี่หยวนเอาเปรียบอีก จึงจัดการซุปแป้งต็อกจนหมดในเวลาไล่เลี่ยกันกับเธอ
“คงต้องใช้คำพูดซ้ำเดิมแล้วล่ะครับ ปรุงได้อร่อยจริงๆ ไม่มีตรงไหนระคายปากเลย ยังมีเมนูอื่นอีกใช่ไหมครับ”
สีจิ้นผิงถามอย่างคาดหวังเต็มเปี่ยม มุนอินโฮย่อมไม่ทำให้เขาผิดหวัง
“มีแน่นอนครับ”
ท่านผู้หญิงเผิงลี่หยวนแลกเปลี่ยนสายตาอย่างสนิทสนมกับท่านผู้หญิงคิม-อกซุน เป็นการบอกโดยนัยว่า ได้มีโอกาสรับประทานอาหารร่วมกันอย่างสุขใจเช่นนี้ช่างน่ายินดีจริงๆ
‘จากนี้คงเหลือแค่ของหวาน จะเป็นเมนูอะไรนะ ขนมเปี๊ยะรึ หรือว่า…’
ระหว่างสีจิ้นผิงจินตนาการไปเรื่อยเปื่อย อาหารพร้อมฝาครอบด้านบนก็ถูกเข็นออกมา สังเกตจากขนาดฝาครอบแล้ว ความเป็นไปได้ที่ข้างใต้จะเป็นขนมเปี๊ยะลดลงทันที สีจิ้นผิงไม่ปล่อยให้เสียเวลา
“ช่วยเปิดฝาเร็วหน่อยได้ไหมครับ” เขาเร่งเร้าอย่างอารมณ์ดีโนเวลกูดอทคอม
วันนี้ ณ งานเลี้ยงรับรองที่นี่ ผู้นำและภรรยาจากทั้งสองประเทศยังไม่มีใครได้ลองอาหารเลเวล 5 มาก่อน
เสี่ยวหลงเปากับซุปแป้งต็อกล้วนเป็นแค่อาหารเลเวล 4
ฝาครอบเปิดออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือ ซุปข้าวตังต้ม ด้วยความที่เป็นขนมสำหรับล้างปากหลังมื้ออาหาร ปริมาณจึงมีไม่มาก ภรรยาของสีจิ้นผิงนั่งนิ่ง รอคอยของหวานมาตั้งตรงหน้า
เมื่อได้มองใกล้ๆ ก็สังเกตเห็นว่า ของหวานซุปข้าวตังต้มนี้ออกจะต่างจากข้าวตังต้มสไตล์จีนอยู่บ้าง
“นี่คือ?”
“ข้าวตังก้นหม้อครับ” มุนอินโฮเฉลย
สีจิ้นผิงมีสีหน้าฉงนปนประหลาดใจ
หากอ้างอิงจากเรื่องเล่าขำขันรวมมิตรเกาหลี จีน และญี่ปุ่น ระหว่างสามชาตินี้ ข้าวตังก้นหม้อคือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ามีแค่ชาวเกาหลีเท่านั้นที่วัฒนธรรมการดื่มชายังไม่พัฒนา บ้างก็ว่า ชาวจีนในอดีตพากันสงสัยเหลือเกินว่าทำไมชาวโค-รยอ ยุคนั้นถึงนำข้าวมาต้มดื่มแทนใบชา
ซุปข้าวตังต้มสไตล์จีนโดยทั่วไป นิยมนำข้าวมาทอดน้ำมันจนเป็นข้าวตังแล้วใส่รวมกับพวกอาหารทะเล ตรงข้ามกับสไตล์เกาหลี ซึ่งมีเพียงข้าวผสมกับน้ำเท่านั้น
ข้าวตังก้นหม้อถูกเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียง อาคันตุกะได้ผักกาดดองแบบจีนที่เรียกว่า จ้าไช่ (ซี่ชวงฉ่าย) ส่วนมุนอินโฮและภรรยาได้กิมจิ ทำเอามุนอินโฮต้องโห่ร้องชื่นชมลึกๆ ว่า ความเอาใจใส่ผู้รับประทานของเชฟกยองฮานั้นไม่ธรรมดาจริงๆ
การชิมของหวานเริ่มต้นขึ้น
จังหวะที่ตักข้าวตังและข้าวตังก้นหม้อเข้าปาก ภรรยาของสีจิ้นผิงก็เบิ่งตากลมกว้าง
ตัวข้าวตังกรอบละเอียดกลับเปลี่ยนเป็นนุ่มละมุนลิ้น จากนั้น ราวกับเห็นภาพพืชพรรณธัญญาหารที่ปลิวไสวอยู่ในสายลมวาบผ่านตาไป ความรู้สึกภายในปากเป็นไปตามภาพนั้นโดยพลัน สดชื่นและหมดจดเกินบรรยาย
‘ทั้งที่เป็นของร้อน แต่กลับรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย… เหมือนได้ล้างปากจนสะอาดเลย’
ไม่ใช่แค่ช่องปากเท่านั้น ร่างกายข้างในก็สบายขึ้นอย่างน่าประหลาดด้วย
เผิงลี่หยวนสนุกกับการรับประทานแบบใหม่เสียแล้ว เธอเริ่มเคี้ยวข้าวตังก้นหม้อพร้อมกับจ้าไช่
ที่จริงเธออยากกระซิบบอกสามีว่า รับประทานพร้อมกันเช่นนี้อร่อยกว่า แต่เธอมัวประทับใจอยู่กับรสชาติอันลึกล้ำเสียจนไม่มีเวลาคุยกับใครอย่างใจคิด
ทางสีจิ้นผิงก็กำลังทดลองคีบจ้าไช่มาเคี้ยวแนมกับข้าวตังก้นหม้ออยู่เหมือนกัน ทันใดนั้น ในปากคล้ายมีเทศกาลมงคลเฉลิมฉลอง เขาคีบจ้าไช่วางไว้บนข้าวแล้วค่อยส่งเข้าปาก ทำซ้ำๆ อย่างไม่มีท่าทีว่าจะเมื่อยหรือเบื่อหน่าย
กระทั่งข้าวตังก้นหม้อเริ่มตักยากขึ้นทุกที เขาถึงได้เงยหน้า ทันเห็นภรรยาประคองถ้วยด้วยสองมือ ยกซดแบบกะไม่ให้เหลือแม้แต่หยดเดียว ก่อนวางถ้วยเปล่าลงบนโต๊ะ
‘ทำไมชาวจีนเราถึงไม่ชอบอาหารแบบนี้ล่ะ’ เธอก้มมองถ้วยอย่างไม่เข้าใจ
ของหวานในถ้วยนี้ ไหนจะช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ไหนจะทำให้ปากสะอาด แถมยังช่วยระบบย่อยอีก
ร่างกายสบาย สมองก็ปลอดโปร่ง
“เมนูไหนถูกใจที่สุดครับ” มุนอินโฮถาม
“ถ้วยที่เพิ่งทานนี่แหละครับ หมดถ้วยแล้วยังรู้สึกดีอยู่เลย…”
ท่านผู้หญิงเผิงลี่หยวนเองก็คิดแบบเดียวกัน
“เห็นด้วยค่ะ ถ้วยเมื่อครู่อร่อยที่สุดของที่สุดจริงๆ ตอนนี้ให้ทานมื้อเย็นอีกรอบก็ยังไหวค่ะ”
แน่นอนว่า มื้อนี้คงเป็นที่จดจำของสองสามีภรรยาไปอีกนานทีเดียว
ความอร่อยล้ำเทียบได้กับความมหัศจรรย์ของมายากลก็ไม่ปาน
งานเลี้ยงรับรองอาคันตุกะจบลง มุนอินโฮเรียกหากยองฮาตามคำขอของสีจิ้นผิง ทันทีที่พบหน้ากยองฮา เขาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือ ทำท่าลากคนไปทั้งตัว
แขกสำคัญจู่ๆ ก็ทำอะไรฉีกบรรยากาศเช่นนั้น เล่นเอาฝ่ายเจ้าบ้านถึงกับระเบิดหัวเราะ
“ฮ่าๆๆ พาไปแบบนั้นไม่ได้นะครับ”
สีจิ้นผิงทำหน้าย่นเหมือนหมั่นไส้ กล่าวตรงๆ
“ปกติก็ไม่ใช่คนโลภหรอกนะครับ แต่ตอนนี้ผมชักจะอิจฉาแล้ว ถ้าอยากเจอเชฟ ไม่ใช่ว่าต้องมาบ่อยๆ หรือครับนี่”
“คิกๆ ฉันคิดเหมือนคุณเลยค่ะ” ท่านผู้หญิงเผิงลี่หยวนรับช่วงต่อ
กยองฮารู้สึกเหมือนตัวเองถูกหนีบอยู่ระหว่างกลางฝูงปลาวาฬ
ท่านผู้หญิงชวนคุยต่อ
“ได้ยินว่าเกาหลีมีผู้ทรงอิทธิพลด้านอาหาร เป็นความจริงสินะคะ”
ท่านผู้หญิงคิม-อกซุนหัวเราะกว้าง
“พวกเราเองก็เรียกพบเขาได้แค่นานๆ ครั้งค่ะ ถ้าเขาบอกว่ามาไม่ได้ ทำยังไงก็ไม่ได้เจอ”
จากเหตุการณ์ทั้งหมด สีจิ้นผิงจับจุดได้หลายเรื่อง
‘การที่ประเทศให้เกียรติตัวบุคคลขนาดนั้น มองอีกที อาจถือเป็นการส่งเสริมโดยตรงให้เขาได้พัฒนาฝีมือไปเรื่อยๆ ก็เป็นได้ เพราะถ้าถูกบังคับคล้องจมูกให้ต้องทำเพื่อชาติ เจ้าตัวคงไม่มีทางมีสีหน้าสงบนิ่งแบบนั้นเด็ดขาด’
“จริงๆ ผมเตรียมเหล้ามาด้วยนะครับ” กยองฮากล่าวกับมุนอินโฮเบาๆ
“เหล้า? ชนิดไหนครับ”
“พวกไวน์ผลไม้น่ะครับ เรียกว่าไวน์รากดอกโซโลมอน ผมเป็นคนหมักเองครับ”
แววตามุนอินโฮไหวระริก
“อุตส่าห์เตรียมกระทั่งไวน์มาให้เชียวหรือครับ ผมจะกล่าวขอบคุณยังไง…”
ว่าแล้วก็รับขวดไวน์รากดอกโซโลมอนมาส่งต่อให้สีจิ้นผิงและภรรยาทันที
“เขาบอกว่าอยากมอบให้ทั้งสองท่านครับ ไวน์รากดอกโซโลมอนฝีมือเชฟ”
ภรรยาสีจิ้นผิงตาโตเนื่องจากได้รับของขวัญโดยไม่คาดหมาย
มือทั้งสองข้างของกยองฮา ด้านขวาถูกสีจิ้นผิงคว้าไว้ ด้านซ้ายถูกท่านผู้หญิงเผิงลี่หยวนดึงไปจับ
“ขอบคุณมาก” สองสามีภรรยาพูดพร้อมกัน
ขวดที่กยองฮามอบออกไปนั้น เป็นไวน์รากดอกโซโลมอนเลเวล 5 ที่ยังไม่เคยขึ้นเหยียบเวทีประมูลแม้แต่ครั้งเดียว