📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 108

บทที่ 108
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ทางทีมเกาหลีไม่มีใครรู้ความจริงมาก่อน ทุกคนมืดแปดด้าน

“แขกพิเศษผู้ทรงเกียรติ… ใครกันครับ”

“นั่นสิครับ ผมนึกถึงใครไม่ออกสักคน”

“เหมือนกันครับ… เป็นคนดังมีชื่อเสียงรึเปล่านะ”

เชฟแต่ละคนแสดงความคิดเห็นหลากหลาย คิมโฮดงเร้าบรรยากาศให้ตื่นเต้นขึ้นไปอีก

“เป็นแขกพิเศษสำหรับพวกเรา หรือเป็นคนพิเศษดังระดับโลกล่ะครับนี่”

เขาเจาะจงถามโปรดิวเซอร์ยูเทกวาน

“อย่างหลังครับ” คำตอบรวบรัดสั้นกระชับ

ครั้นได้คำใบ้น้อยนิดมาแล้ว ดาราหน้ากล้องก็ยิ่งแข่งกันระดมสมอง เดาความเป็นไปได้

“ที่ดูไบ มีใครดังๆ บ้าง”

“แบบนี้มันเหวี่ยงแหเลยนะ อืม คนดังที่ดูไบเหรอ…”

“คำใบ้บอกว่าคนดังระดับโลกนี่ครับ หรือจะเป็นเชฟชื่อดัง? เชฟแบบกอร์ดอน แรมซีย์?”

กอร์ดอน แรมซีย์นอกจากจะเก่งกาจด้านการทำอาหารแล้ว ยังมีกิจการร้านอาหาร เป็นนักเขียนเรื่องอาหาร ออกอากาศรายการด้านอาหารอีกมากมายด้วย นับเป็นผู้มีชื่อเสียงระดับโลกของแท้ เชฟในทีมบางคนก็มีเขาเป็นไอดอลประจำใจ ทว่า ชเวฮยองซอกกลับเห็นต่าง

“กอร์ดอน แรมซีย์จะมาที่นี่ได้เหรอครับ ลำพังทำรายการของตัวเองก็ยุ่งจนหายใจไม่ทันแล้วมั้ง…”

การเดาคำตอบหลงเข้ารกเข้าพงไปอีกครั้ง

“ไปสำรวจครัวแล้วกลับมาจัดลำดับกันเถอะครับ เรื่องนั้นยังไงอีกเดี๋ยวเราก็ต้องได้รู้อยู่ดี” อียองบกเสนอความเห็นด้วยความเยือกเย็น

เชฟทีมคู่ต่อสู้ที่ต้องเจอในวันนี้ก็ตึงมือพอๆ กับที่ผ่านมา ไม่ใช่หมูในอวยเด็ดขาด

โจซองจูประกาศเรื่องสำคัญก่อนเชฟทุกคนจะได้รับอนุญาตให้เข้าสำรวจพื้นที่ครัว

“อ้อ เกือบลืม! กรรมการตัดสินให้คะแนนวันนี้มีแค่ท่านเดียวนะครับ”

“อะไรนะครับ”

ด้วยความที่รอบไหนๆ ก็ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้ เชฟทั้งทีมจึงยิ่งสงสัยหนัก

“มีท่านเดียวเพราะเป็นความประสงค์ของแขกสูงศักดิ์ที่กรุณาให้เกียรติมาเป็นกรรมการวันนี้ครับ ที่น่าสนใจมากคือ ท่านเป็นฝ่ายออกตัวก่อนเองเลยว่า ต้องการร่วมถ่ายรายการกับเรา”

ยูเทกวานช่วยขยายความอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเชฟได้ยินแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจังทันที

‘แบบนี้ทำแค่ที่เดียวก็พอน่ะสิ? ทำจานเล็กๆ ปริมาณน้อยๆ ได้ก็ดีเหมือนกัน…’

ทีมเกาหลีเริ่มปรึกษาจัดสรรลำดับผู้ลงแข่งอย่างใจเย็น ตั้งกลยุทธ์รับมือฝั่งตรงข้าม ทีมดูไบเองก็เช่นกัน

“… งั้นอาหารหลักให้เชฟชเวฮยองซอกกับเชฟจองโอยองลงนะครับ”

“รอบก่อนหน้าก็ลงด้วยกันแบบนี้ไปแล้วนี่ครับ” จองโอยองค้าน

อียองบกจับความรู้สึกได้ จึงหัวเราะเสียงดัง

“ไม่ชอบใจที่ต้องลงคู่กันเหรอครับ”

“อ่า ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมแค่อยากให้เปลี่ยนสีสันบ้างเท่านั้นเอง เชฟโกกยองฮาย่างสเต็กเก่งใช่ไหมครับ ผมขอลงพร้อมเชฟโกกยองฮาไม่ได้เหรอ”

ชเวฮยองซอกมีหรือจะยอมยืนนิ่งๆ เป็นฝ่ายถูกกระทำ ยกนิ้วชี้พลางเถียง

“จะบอกให้รู้นะว่าไม่มีใครโรยพริกไทยได้เปี่ยมพลังเท่าผมแล้ว” เขาแก้ต่างให้ตัวเองอย่างน่ารักน่าชัง

มุมปากทุกคนโค้งขึ้นเป็นยิ้มกว้าง

“คุณกยองฮาเห็นว่ายังไงครับ” อียองบกถาม

กยองฮาตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด ก็ทำแค่ที่เดียว สำหรับคนเดียวพอไม่ใช่หรือ

“ผมลงเองครับ”

“ตกลง งั้นเชฟชเวฮยองซองลงรอบเมนูเรียกน้ำย่อยนะครับ”

“โอเคครับ” ชเวฮยองซอกพยักหน้า

เมื่อเวลาพักหายใจหายคอครู่สั้นๆ ผ่านพ้นไปก็ถึงคราวชเวฮยองซอกลงสนาม

‘แขกพิเศษ… ใครกันหว่า’ เขาทำหน้าเครียดขณะตรงไปยังครัว

ท่างฝั่งดาราหน้ากล้องที่เหลือก็สงสัยไม่ต่างกัน

“อยากรู้เร็วๆ จังครับว่าแขกพิเศษเป็นใคร เล่นอมพะนำกันขนาดนี้ยิ่งอยากเห็น” คิมโฮดงเปรย

“ต้องโทษคุณพิธีกรโจซองจูคนเดียวเลยนะครับที่ทำให้ทุกคนแทบอกแตกตาย จริงไหม” อันจองฮุนกล่าวต่อ

โจซองจูได้ยินก็ทำหน้าเหมือนคนไม่ได้รับความเป็นธรรม

“งั้นไอ้ที่เขียนอยู่ตรงนี้ไม่มีใครอ่านเลยหรือไงครับ อีกอย่าง เรื่องที่กรรมการตัดสินมีท่านเดียว ยังไงก็ต้องแจ้งให้ทราบอยู่แล้วนี่ครับ โถ่”

กยองฮามองแต่ละคนทุ่มเถียงกัน ปล่อยยิ้มขำ

“เรามาวางแผนล่วงหน้ากันหน่อยไหมครับว่าจะใช้เมนูอะไรดี” เชฟจองโอยองถามเสียงนุ่ม

***

มานซูร์ลงมือชิมอาหารเรียกน้ำย่อยเมนูฮัมมูส[1] ถั่วลูกไก่ในรูปแบบสเปรดที่เสิร์ฟมาปะทะกับซุปถั่วเลนทิลทองหรือโกลเด้นเลนทิลซุป

‘จานนี้เป็นเมนูเรียกน้ำย่อยทั่วไป หากินได้ไม่ยาก รสชาติก็ธรรมดา’

แม้จะผิดหวังก็ไม่อาจแสดงออกทางสีหน้าได้ เขาจำเป็นต้องเค้นหาข้อดีสักข้อออกมากล่าวชม

“ดีครับ ฮัมมูสแกล้มโกลเด้นเลนทิลซุปก็ดี… เพียงแต่รสชาติของฮัมมูสยังไม่ถูกปากผมเท่าไหร่ เนื้อสัมผัสน่าจะต้องนุ่มเนียนละเอียดมากกว่านี้หน่อย ส่วนโกลเด้นเลนทิลซุป…”

ภาพของมานซูร์ถูกฉายขึ้นหน้าจอ ตรงเข้าสู่สายตาพิธีกรและเชฟทั้งหมดจนตกใจกันแทบล้มพับ

“มะ มานซูร์!”

คนส่วนใหญ่ลืมกระทั่งว่าเมื่อกี้ตนจะพูดอะไร แน่นอนว่ายกเว้นพวกพิธีกรที่ต้องบังคับปากตัวเองให้ได้

“ท่านมานซูร์ครับท่านผู้ชม” โจซองจูกล่าวเปิด

“ท่านผู้นี้คือหนึ่งในอภิมหาเศรษฐีพันล้านไม่ใช่หรือครับ ในโลกมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น” คิมโฮดงว่าตาม

“ถูกต้องครับ ท่านยังเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วยนะครับ”

อันจองฮุนแสดงความตื่นเต้นออกมาเต็มที่เช่นกัน ด้วยตัวเขาเองก็เคยเป็นนักกีฬาฟุตบอลมาก่อน จึงรู้ดีว่ามานซูร์มีกำลังทรัพย์แข็งแกร่งขนาดไหน มานซูร์นั้นโด่งดังขึ้นมาจากการซื้อสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษมาทั้งยวง ตามด้วยการสร้างโมโนเรลเพื่อให้แฟนๆ เดินทางไปยังสนามเจ้าบ้านได้สะดวกๆ พร้อมฮีตเตอร์อุ่นสบายทุกที่นั่ง ยังไม่หมดเท่านั้น เขายังซื้อเครื่องบินส่วนตัวอำนวยความสบายแก่สมาชิกทีมอีกด้วย… และใช่ว่าจะมีแต่เรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลเท่านั้นที่เป็นที่กล่าวขาน เรื่องทรัพย์สินของเขาก็ไม่น้อยหน้า หากปรับสกุลเงินเป็นวอน มานซูร์มีทรัพย์สินส่วนตัวราวๆ สามสิบสี่ล้านล้านวอนถึงห้าสิบล้านล้านวอน รวมทรัพย์สินของตระกูลด้วยก็มีเหยียบๆ หนึ่งพันล้านล้านวอนทีเดียว

“ท่านยังเป็นเชื้อพระวงศ์อาบูดาบีแห่งอาหรับ เอมิเรตส์ด้วยนะครับ”

ดูไบเปรียบเสมือนเมืองการค้าสมัยใหม่ของอาหรับ เอมิเรตส์

ฉะนั้นดูไบและอาหรับ เอมิเรตส์จึงเกี่ยวพันกันอยู่แล้วอย่างแยกไม่ออก

ผลประเมินไม่ได้พิเศษอะไร มานซูร์ยกคะแนนให้ทีมดูไบที่ปรุงเมนูโกลเด้นเลนทิลซุป

ครั้นได้รู้ผล ชเวฮยองซอกก็แสดงท่าทางเสียดายอย่างหนัก

“โถ่! ถ้ารู้แต่แรกว่ากรรมการเป็นใคร คงได้ใส่ใจรายละเอียดมากกว่านี้…”

พูดราวกับที่ตนลงแข่งไป ไม่ได้ใส่ใจอะไรเลยอย่างนั้นแหละ

เหล่าพิธีกรหัวเราะพรืด

“สมมติใส่ใจมากกว่านี้ ผลลัพธ์จะพลิกผันได้หรือไงครับ”

“ใครจะทราบล่ะครับ ท่านอาจจะประทับใจก็ได้นี่”

คำถามแซวแรงเช่นนั้น ทำเอาชเวฮยองซอกหน้าม้านด้วยความอาย แต่เรื่องที่เขารู้สึกเสียดายนั้นเป็นความจริง

‘บางทีเราอาจจะเลือกเมนูไม่เข้าทางก็ได้ ฮัมมูสใช่ชอยส์ที่ดีที่สุดแล้วจริงเหรอ’

ชเวฮยองซอกย้อนนึกภาพวัตถุดิบที่เห็นในครัว จมอยู่กับความเคลือบแคลงในใจ

ส่วนทางฝั่งกยองฮากับจองโอยองก็เริ่มเคลื่อนไหว ปรุงอาหารหลักกันแล้ว

“คิดเมนูประมาณไหนอยู่เหรอครับ” จองโอยองถาม

“สเต็ก สุพรีมเป็นไงครับ โอเคไหม” กยองฮากล่าวตามที่คิดอยู่จริงๆ

“นั่นเมนูฟาสต์ฟู้ดนี่ครับ”

“แต่ผมว่าจะไม่ใช้ขนมปัง”

“งั้น?”

“ใช้เป็นแป้งตอร์ติญาแทนครับ” nᴏveʟɢu.ᴄᴏᴍ

แผ่นแป้งตอร์ติญาหรือตอร์ติญาคือ อาหารเม็กซิกันขึ้นชื่อชนิดหนึ่ง เช่นนี้ก็หมายความว่า จะใช้แป้งนี้วางทับบนสเต็กแทนที่ขนมปัง จองโอยองนิ่งคิดถึงเมนูฟาสต์ฟู้ดจานด่วนที่ตัวเองเคยกิน

‘อืม ตอร์ติญา… น่าจะไปได้อยู่นะ แถมคนทำคือคุณกยองฮาด้วย… รสชาติจะเป็นยังไงกันนะ’

แม้จะยังนึกภาพเป็นรูปธรรมได้ไม่ชัดนัก แต่แค่คิดเบาๆ น้ำลายก็สอแล้ว

จองโอยองเองก็เป็นเชฟที่มีชื่อพอตัว ดังนั้นความมั่นใจย่อมมีพอตัวไม่น้อย

ลึกๆ เขาค่อนข้างอิจฉากยองฮาอยู่บ้างที่ออกอากาศครั้งใดมักได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามทุกทีไป ขนาดในวงเหล้าเพื่อนสนิทซึ่งกำลังเมาครึ่งไม่เมาครึ่ง เขายังได้ยินเปรยๆ กันเลยว่า ‘อย่างน้อยๆ ถ้าอาหารเป็นฝีมือโกกยองฮา ไม่ว่าจะเมนูอะไร ใครหน้าไหนกินแล้วก็ต้องศิโรราบ’

ต่อมาไม่นานให้หลัง จองโอยองที่ไปร่วมถ่ายทำรายการรอบอิตาลี มีโอกาสลิ้มรสหมูสามชั้นย่างก็เกิดอาการช็อคหนัก สำเหนียกได้ว่า ‘คนเราสามารถย่างเนื้อหมูให้ออกมาอร่อยขนาดนี้ได้ด้วยสินะ’

จากนี้ สเต็กที่จะเสิร์ฟให้กรรมการก็จำเป็นต้องใช้กรรมวิธีการย่างเหมือนกันนี่นา เมื่อมัดรวมเหตุผลหลายแหล่ที่กล่าวมาแล้ว เขาจึงรู้สึกเชื่อมั่นในฝีมือกยองฮามากขึ้นเรื่อยๆ

“จานนี้สำหรับทานคนเดียวคงไม่ต้องทำอะไรเยอะ ผมหั่นพวกผักให้ดีไหมครับ”

“ครับ ฝากด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”

การทำอาหารก็จำเป็นต้องแบ่งหน้าที่เช่นเดียวกับงานอื่นๆ

ยิ่งมีหลายมือ หยิบไปหยิบมาวัตถุดิบอาจถูกใส่เกินขนาดบ้างล่ะ ลำดับการปรุงมั่วซั่วเละเทะบ้างล่ะ ฉะนั้นการแจกแจงหน้าที่จึงสำคัญมาก

‘ไม่แน่อาจจะได้เรียนรู้ของดีก็ได้’

ที่จริงก่อนแข่งรอบอิตาลี กยองฮาได้ฝึกหัดทำสเต็ก สุพรีมไว้แล้ว ทว่า ตอนนั้นต้องปรุงในปริมาณสำหรับหลายคน เวลาก็กระชั้นมาก เขาจึงไม่ได้เสนอเมนูนี้ออกมา

การปรุงอาหารเริ่มต้นขึ้นในที่สุด

กยองฮาโรยทาโก้บนเนื้อสด ปรุงรสทั้งด้านหน้าด้านหลังอย่างทั่วถึง ก่อนจะนำวางบนกระทะ โยนเนยก้อนชนิดจืดลงไปก่อนสเต็กจะสุก เนยที่ละลายในพริบตาถูกตักราดรดสเต็กจากด้านบนราวกำลังจับมันอาบน้ำ ครั้นชิ้นสเต็กกลายเป็นสีเหลืองทองก็ถูกยกขึ้นมาแล่เป็นชิ้นบางๆ

จองโอยองที่หั่นผักสำหรับวางบนสเต็ก สุพรีมเห็นแล้วถึงกับแลบลิ้น

‘สมาธิดีเกินคนธรรมดาไปอีก ไม่กล้าชวนคุยเลยแฮะ’

เขารู้สึกเหมือนหากพูดอะไรแทรกนิดเดียวอาจจะเป็นตัวการทำให้การทำอาหารพังอย่างไรอย่างนั้น หรือหากกล่าวให้เว่อร์กว่านั้นคือ กยองฮาในสายตาจองโอยองตอนนี้มีรังสีรอบตัวที่สื่อได้ว่า กรุณาอย่างแทรกแซง

กยองฮาแผ่แผ่นแป้งตอร์ติญา ปาดซอสนาโช่ชีสจนทั่ว จึงค่อยนำชิ้นสเต็กที่หั่นไว้เรียบร้อยมาวางทับ จากนั้นนำแผ่นแป้งตอร์ติญาชนิดทอดหรือที่เรียกว่าทอสทาด้าสีเหลืองสวยวางซ้อนขึ้นไปด้านบน ทาทับด้วยซาวครีม จองโอยองไม่รอช้ารีบส่งผักที่หั่นแล้วให้กยองฮาทันทีพลางหันไปย่างสับปะรดกับแอสพารากัสหรือหน่อไม้ฝรั่งที่จะวางตรงมุมหนึ่งของจานต่อ กยองฮาจัดการใส่ผัก ก่อนโรยมอสซาเรลล่าชีสทั่วทั้งชิ้น แล้วถึงจับแป้งตอร์ติญาที่ปูอยู่ชั้นล่างสุดพับห่อสเต็กและวัตถุดิบทั้งมวลไว้ สเต็ก สุพรีมถูกยกกลับไปวางในกระทะอีกครั้ง หลังจากผ่าครึ่ง จับสองส่วนมาซ้อนเป็นหอคอยสูงก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการ

ภาพชีสไหลเยิ้มลงมาเป็นทาง เนื้อสเต็กเผยสัดส่วนน่ากินเต็มที่ และชิ้นมะเขือเทศกับผักกาดแก้วที่ดูคล้ายๆ อยากจะโรยตัวหล่นลงมาทำเอาขีดความอดทนของจองโอยองขาดผึง

‘นี่มัน บ้าไปแล้วโว้ย’

มองแค่รูปลักษณ์ภายนอกก็แทบจะบ้าไปแล้วจริงๆ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ความหอมหวนที่สามารถเรียกความอยากอาหารให้ทะลักไหลบ่าได้ ความหอมวิ่งผ่านจมูก ซึมเข้าไปยังเส้นประสาท ส่งสัญญาณให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับ!

“ซรวบบบ”

ทั้งที่รีบกลืนน้ำลายลงคอไปแล้ว ก็ยังไม่ทัน บางส่วนยืดหยดแหมะลงบนพื้นเป็นที่เรียบร้อย จองโอยองหน้าแดง ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะถูกถ่ายทอดออกอากาศหรือไม่

พิธีกรเกาหลีและเชฟต่างเห็นฉากนั้นกันถ้วนหน้า เหล่าสตาฟก็ไม่เว้น เสียงหัวเราะจึงดังคู่กับเสียงตบมือ

“วะฮ่าๆๆๆ น้ำลายหยด!”

“จะตัดหรือจะปล่อยออกอากาศดี”

สีหน้ายูเทกวานเด็ดเดี่ยวจริงจังเป็นที่สุด

“ต้องปล่อยสิครับ แม้จะต้องเซ็นเซอร์ผมก็ไม่ตัด”

ตรงกันข้าม

ทีมเชฟดูไบที่จดจ่อมองหน้าจออยู่ ต่างก็มีทีท่ากระวนกระวาย ด้วยความที่อาหารของฝั่งเกาหลีดูสมบูรณ์แบบอย่างมากทั้งที่ใช้เวลาเพียงสั้นๆ คิดจากสามัญสำนึกปกติ อย่างไรก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากเหลือเกิน

‘รู้อยู่ว่าฝีมือโดดเด่นเกินเชฟธรรมดา แต่ไม่นึกเลยว่าจะทำได้ถึงระดับนี้’

รายการท็อปเชฟเป็นที่นิยมไม่ใช่แค่ในยุโรป ที่ดูไบเองก็ด้วย แม้ในเกาหลีทุกคนจะอินกันมาก แต่ที่นี่กลับฮอตฮิตยิ่งกว่าเสียอีก เอาแค่นักชิมอย่างมานซูร์ยังให้ความสนใจขนาดนี้ก็นับเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญได้แล้ว

จานพาสต้าล็อบสเตอร์ของทีมดูไบและสเต็ก สุพรีมของทีมเกาหลีถูกย้ายเข้าไปวางในห้องที่มานซูร์นั่งคอยอยู่

มานซูร์สะบัดมือ สูดกลิ่นพาสต้าล็อบสเตอร์ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แล้วย้ายสายตาไปจับที่สเต็ก สุพรีม

ชีสที่ยังไม่จับเป็นก้อนไหลหลากลงมาราวลาวาระอุทำให้แววตาเขาเต้นระริก จานนี้ยังคงมูฟเมนท์ไว้ได้ทีเดียวนะนี่

ตอนนี้มานซูร์ยังไม่รู้คำตอบว่าเมนูใดมาจากเชฟทีมไหน อาหารของมิสเตอร์โกอาจจะเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยจานก่อนหน้าซึ่งผ่านไปแล้ว หรือไม่ก็เป็นหนึ่งในจานหลักตรงหน้านี้ก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นจานที่เตรียมออกโรงเป็นของหวาน

มานซูร์สูดกลิ่นสเต็ก สุพรีมแบบเดียวกับพาสต้าล็อบสเตอร์ ฉับพลันทันใด สีหน้าเขาก็เปลี่ยน

กลิ่นความสดใหม่ยังหลงเหลือจากชิ้นสเต็ก เข้าหลอมรวมกับเนยและกลิ่นหอมหวานอื่นๆ จนกลายเป็นความหลากหลายอย่างที่สุด ยิ่งดมก็ยิ่งรู้สึกว่าสติกำลังจะหลุดลอย มานซูร์จึงพยายามดึงตัวกลับมานั่งหลังตรง

‘หรือจะเป็นจานนี้ ไม่ชัวร์เท่าไหร่ แต่ความไม่ธรรมดาของมันนี่สิ เอาว่า ลองพาสต้าก่อนแล้วกัน’

เขามีนิสัยติดตัวคือ ของอร่อยต้องเก็บไว้กินทีหลังทุกครั้ง ต้องกินปิดท้ายจึงจะสามารถลิ้มรสความอร่อยได้นานๆ นั่นเอง

เมนูพาสต้าล็อบสเตอร์ใช้วัตถุดิบหลายชนิดก็จริง ทว่า รสชาติกลับพื้นเพไม่โดดเด่นแต่อย่างใด

คนทั่วไปอาจจะชิมแล้วชมเปาะเป็นเสียงเดียวกันก็ไม่อาจรู้ได้ แต่นี่คือมานซูร์ซึ่งเป็นนักชิมและนักแสวงหาภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์

‘ชิมมากกว่านี้ก็ไม่มีประโยชน์’

เขาเหลือพาสต้าไว้เกินครึ่งจาน ย้ายส้อมไปจิ้มยึดสเต็กให้มั่นก่อนใช้มีดเฉือนแบ่ง

ซวบ

เขาออกแรงเพียงเล็กน้อย ชิ้นสเต็ก สุพรีมก็แยกออกจากกัน เห็นเป็นรอยหั่นชัดเจน

‘หือ? ไม่ได้คิดจะหั่นขาดในมีดเดียวซะหน่อย… นี่แปลว่าเนื้อกับตอร์ติญาต้องนุ่มมากๆ’

ความคิดหยุดลง

ต่อไปเป็นการลิ้มรส

ทันใดนั้น ประสาททุกรูปแบบ ทั้งการมองเห็น การลิ้มรส และการสัมผัสก็ตื่นตัว กระทั่งการได้ยินก็แหลมคมขึ้นมา

รสทาโก้ที่ปรุงอย่างดีจากชิ้นเนื้อมอบความรู้สึกเพลิดเพลินปากยามเคี้ยว เนยจืดเข้าไปช่วยทวีคูณความหอม

‘ชีสเหมือนจะไม่ได้มีชนิดเดียวด้วยนะนี่…’

ความเค็มนิดๆ กลิ่นแรงหน่อยๆ จากนาโช่ชีสกับความหยุ่นนุ่มยืดยาวของมอสซาเรลล่าชีส สอดประสานเข้ากับความนวลนุ่มของซาวครีม เกิดเป็นอองซอมเบิลที่บรรเลงเปิดงานเทศกาลเฉลิมฉลองภายในปากอย่างยิ่งใหญ่

ไฮไลท์ฟินาเล่ตอนสุดท้ายคือ สเต็กที่อยู่ชั้นในสุด

ฉับพลันที่วัตถุดิบทุกอย่างหลอมรวมเข้ากับกลิ่นหอมเนื้อ ต่อให้เป็นมานซูร์ก็ไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้ใจสั่นรัวได้

ดาราหน้ากล้องทุกคนซึ่งกำลังดู VTR จ้องนิ่งอยู่ที่ภาพมานซูร์ ผู้มีอาการเหมือนถอดจิตไปเรียบร้อยแล้ว

เพราะหากสติยังอยู่ครบ ท่านมานซูร์ไม่มีทางดูดนิ้วตัวเองดังจ๊วบจ๊าบเช่นนั้นแน่นอน

***

ท็อปเชฟตอนที่ถ่ายทำอยู่ในปัจจุบันจะถูกฉายออกอากาศพร้อมกันสองสถานี

ด้วยความที่เรทติ้งดีมาก ผู้ชมจึงเรียกร้องหนักให้มีการปล่อยตอนพิเศษ

ทางสถานีโทรทัศน์รับข้อเสนอ ทีมงานก็ประชุมกันจนได้ข้อสรุปว่าจะถ่ายทำใหม่ในลักษณะที่ต่างจากเดิมเพื่อเพิ่มสีสัน

และตอนพิเศษเฉพาะกิจก็ออกมาในรูปแบบการสัมภาษณ์อย่างที่เห็นกันอยู่ตรงหน้านี้

“อาหารฝีมือเถ้าแก่ที่อร่อยที่สุดเหรอครับ อ่า ไม่ได้มีแค่อย่างสองอย่างน่ะสิครับ…”

อาการอึกอักของซองช่อลทำให้ทีมงานต้องจี้ถามซ้ำ

“งั้นเมนูที่อร่อยจนลืมไม่ลงล่ะครับ”

“สเต็ก สุพรีมครับ จานนั้นยิ่งกินสติยิ่งหลุด กู่ไม่กลับเลยครับ”

…………………………….

[1] ฮัมมูส (Hummus) หรือ ฮัมมัส เป็นอาหารประเภทเครื่องจิ้มหรือทา สไตล์ตะวันออกกลาง

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset