📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 107

บทที่ 107
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ทันทีที่มาถึงท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ โจซองจูก็พูดไม่หยุดปาก

“อะฮ่า เรามาถึงดูไบ เมืองแห่งการค้าสมัยใหม่สุดโมเดิร์นกันแล้วนะครับ ครั้งนี้เราจะปักหลักถ่ายทำกันที่นี่ ถือว่าหรูหราไม่เบาทีเดียว ความน่าสนใจคืออะไรรู้ไหมครับ มีแฟนๆ มารอต้อนรับเราอยู่ครับผม เห็นแฟนคลับสวมฮิญาบทางด้านโน้นหรือเปล่าครับ ถือป้ายไฟท็อปเชฟซะด้วย”

“แฟนคลับคุณกยองฮาเยอะแบบมืดฟ้ามัวดินเหมือนกันนะครับที่นี่”

ตามที่อันกยองฮุนพูดเลย ชื่อกยองฮาเด่นหราบนป้ายไฟจำนวนมากกว่าครึ่ง คนถือราวกับตั้งใจให้บังหน้าไว้แก้เขิน

“ขนาดที่ตะวันออกกลางยังดังขนาดนี้ อิจฉาจังครับ” คิมโฮดงกระเซ้า

กยองฮาหัวเราะแทนคำตอบ สาวน้อยทั้งหลายที่ยืนในระยะรัศมีรอยยิ้มส่งถึง ต่างใจเต้นตูมจนอดไม่ไหว ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดออกมา

“แอร๊ยยยย!”

แค่เสียงยังไม่สาแก่ใจ มีการกระทืบเท้าตุบๆ ไปด้วย

“ชอบคุณกยองฮากันมากจริงๆ นะนั่น ป๊อปปูลาร์พอๆ กับไอดอลเลย”

เชฟบางส่วนแกล้งหมั่นไส้

“เขาชอบแค่คุณกยองฮาคนเดียวเหอะ คนเดียวววว” ชเวฮยองซอกบ่นอุบ

โจซองจูไม่สนใจ มองไปทางสาวๆ ก่อนจะชวนเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างแนบเนียน

“เห็นไหมครับว่าบางท่านสวมฮิญาบ บางท่านก็ไม่ได้สวม แสดงว่าที่นี่เป็นเขตเสรีครับ ภาพแบบนี้เลยค่อนข้างชินตาเป็นปกติไปแล้ว”

“ยังไงก็แล้วแต่ อุตส่าห์มาต้อนรับเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันขนาดนี้ ขอบคุณจริงๆ ครับ” อันจองฮุนสานต่อ

สมาชิกทีมทุกคนมีตำรวจคอยคุ้มกันและนำทางให้ท่ามกลางคลื่นมหาชน สุดท้ายก็พ้นออกจากประตูสนามบิน สามารถพาตัวเองขึ้นลีมูซีนบัสได้สำเร็จครบสามสิบสอง

“พูดก็พูดนะ ปกติออกมาถ่ายทำทีไรจะเจอแฟนๆ โซนตะวันออกไม่ใช่เหรอ รอบนี้มีชาวตะวันออกกลางด้วย นึกไม่ถึงเลย”

“กระแสเกาหลีเราดังมาถึงตะวันออกกลางแล้วนะครับ อีกอย่าง คุณกยองฮาเป็นเชฟดังระดับโลกแล้ว ความนิยมขนาดนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้”

สิ่งที่เชฟโอเซด็อกกับเชฟจองโอยองคุยกัน เหล่าพิธีกรซึ่งอยู่ในรถด้วย ได้ฟังแล้วก็หวั่นๆ

แต่ละคนอยู่ในวงการแสงสีเสียงของดารามายาวนาน รู้ความเป็นไปกระจ่างไม่น้อย

‘ถ้าเป็นนักร้องหรือนักแสดงก็ว่าไปอย่าง นี่เป็นเชฟนะ ป๊อปปูลาร์ออกมานอกโซนวัฒนธรรมได้ขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย…’

ความนิยมระดับนี้เรียกว่าฉีกประเพณีเดิมชนิดไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนก็ว่าได้ และนี่คือเหตุผลที่ชายงเทในรถคันเดียวกัน เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่แทบหุบไม่ลง

***

เมื่อจัดเก็บสัมภาระในห้องพักเรียบร้อย ชายงเทก็ถาม

“ให้ผมพาไปไหนดีครับ”

“รู้จักดูไบดีรึไง เคยมาแล้วเหรอ” กยองฮาหัวเราะ

“จะรู้หรือไม่รู้ ถ้าเป็นที่ที่เฮียอยากไป ผมก็ต้องพาไปให้ได้แหละครับ”

ยงเทไอ้เจ้านี่ เดี๋ยวนี้ชักรู้มาก สกิลเอาใจคนใกล้ตัวสูงขึ้นอีกระดับแล้วสิ

“ที่นี่มีตึกสูงๆ อะไรสักอย่างไม่ใช่เหรอ บุร…”

“ตึกบุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์ สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตครับ”

การแข่งขันทำอาหารจะจัดขึ้นพรุ่งนี้ ทีมท็อปเชฟจึงได้เวลาอิสระไปไหนมาไหนได้ตามต้องการ แต่ต้องแลกกับการมี VJ ภาคสนามติดสอยห้อยกระเตงไปด้วย ทีมงานพยายามจะยืดเนื้อหาเวลาออกอากาศให้ยาวขึ้น หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ สรุปก็คือ อิสระครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน นับว่าเป็นอิสระได้แต่ไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก

“กำลังถ่ายอยู่หรือเปล่าครับ” กยองฮาถาม

“ครับ” VJ ที่ตามหลังมาตอบ

“ผมทำตัวตามสบายเหมือนปกติได้เลยใช่ไหมครับ”

“ครับ คิดว่าผมไม่อยู่ตรงนี้ก็ได้”

เห็นโต้งๆ คาตา ดันให้คิดว่าไม่อยู่ อืม…

ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสียงหวอขอทางดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย กยองฮาหันไปมองที่ถนนก็เห็นลัมโบร์กินีฉาบสีแบบรถตำรวจแล่นผ่านไปไม่เร็วนัก ดูทรงแล้วน่าจะนำรถราคาหลายร้อยล้านวอนมาใช้เป็นรถตำรวจ

‘ได้เห็นของจริงแล้วยิ่งช็อคแฮะ’

ชายงเทเองก็คิดเหมือนกัน

“ว่ากันว่า เงินวงการน้ำมันนี่น่ากลัวโคตรๆ ท่าจะจริงนะครับ รถแพงขนาดนั้นเอามาเป็นรถตำรวจยังได้”

ครั้นรถตำรวจผ่านไปแล้ว ชายสวมเครื่องแต่งกายเก่าปอนที่ซ่อนตัวอยู่มุมตึกก็ลากขากะเผลกออกมา อากาศร้อนขนาดนี้ตลอดร่างกลับคลุมปิดเสียมิดชิด กระทั่งหน้าตาก็ดูไม่ออกเพราะมีผ้าพันทับอีกหลายชั้น

กยองฮากับชายงเทกำลังจะเดินผ่านไป จังหวะเดียวกับที่เขายื่นตะกร้าพลาสติกมาตรงหน้า

“ให้เงินไม่ได้นะครับเฮีย ได้ยินมาว่าคนพวกนี้รายได้เฉลี่ยต่อเดือนสูงถึงแปดสิบสี่ล้านวอนแน่ะครับ”

“เคยอ่านผ่านๆ มาบ้าง แต่มันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ครับ รายรับของขอทานตามเขตปกครองตนเองในดูไบที่ผมเช็คเป็นหน่วยวอนมา ก็ประมาณนี้ เมื่อกี้เฮียเห็นใช่ไหมครับว่าเขาเพิ่งโผล่ออกมาตอนรถตำรวจไปแล้ว ระยะหลังขอทานแห่กันมาจากหลายที่จนทางการปวดหัวน่ะครับ เลยออกตรวจกันเข้มงวด เพราะแบบนี้เขาถึงเตือนกันให้ระวังมากๆ ไงครับ”

กยองฮาทำเมินเฉย เกือบจะเดินพ้นมาแล้วทีเดียว ขอทานกลับคว้าเสื้อเขาไว้และยังคงยื่นตะกร้ามาตรงหน้าซ้ำอีก

‘มิสเตอร์โก พลีส!’ เขาวิงวอนเป็นภาษาอังกฤษอยู่หลายรอบ

เช่นนี้แปลว่า เขารู้ว่ากยองฮาแซ่โก ชายงเทถามเป็นภาษาอังกฤษบ้าง

“คุณรู้จักเขาเหรอ”

“รู้ดีเลยล่ะ ตอนนี้เป็นเชฟชื่อดังมากๆ”

ขอทานหันมาเกาะชายงเทแทน

“นายคุยรู้เรื่อง หันไปบอกเขาหน่อยว่าเอาเงินให้ฉันที”

“ว่าไง” กยองฮาอยากรู้ว่าคุยอะไรกัน

“เหมือนเขาจะรู้จักเฮียครับ เขาว่าเฮียเป็นเชฟชื่อดังมากๆ”

ระหว่างนั้นขอทานก็ยังเกาะหนึบดังตุ๊กแกอยู่นั่นแล้ว

“โก เงินเยอะไม่ใช่เหรอ ทำทานบ้างสิ”

ช่างเป็นขอทานที่ขออย่างหน้าไม่อายอะไรอย่างนี้ ชายงเทกำมือเป็นหมัดโดยไม่รู้ตัว

‘ต่อยแม่มสักทีดีไหม’

กยองฮายิ้มฝืด นี่มันเรื่องอะไรกันวะ เมื่อกี้ชายงเทเพิ่งเล่าว่าเขาได้เงินแปดสิบสี่ล้านวอนต่อเดือนไม่ใช่หรือ นั่นมันมากกว่าที่กยองฮาหาได้อีกนะ หากนับช่วงที่ไม่มีรายได้เสริมอย่างงานโฆษณาน่ะ

คนหาเงินได้เยอะกว่ากำลังแบมือขอคนหาเงินได้น้อยกว่างั้นเหรอ

“บอกเขาไปหน่อยว่า ฉันหาเงินได้น้อย มีเงินน้อยกว่าเขาอีก”

ชายงเททำหน้าที่ล่ามจำเป็นแปลสิ่งที่กยองฮาพูด ขอทานทำหน้างงเหมือนไม่เข้าใจ

‘เป็นไปได้ยังไง เชฟดังระดับโลกหาเงินได้น้อยกว่าเราเรอะ’

ยืนคิดได้ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงนกหวีดแหลมยาวดังมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“ชิททท”

เขาเลิกทำตัวเป็นขอทานแล้วหันหลังออกวิ่งแทน อาการขากะเผลกหายเป็นปลิดทิ้ง ชายงเททำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก มองตามแผ่นหลังที่เคลื่อนไกลออกไปเรื่อยๆ ด้วยความเร็วราวลูกธนู

“ไอ้หมอนั่นเป็นนักวิ่งโอลิมปิกหรือเปล่าน่ะครับ”

***

ที่เกาหลี เวลาเดียวกัน

เวทีประมูลกำลังร้อนระอุ มีการห้อมล้อมกันแก่งแย่งชิงไวน์ราสเบอร์รี่เกิดขึ้น

‘เสียดายที่พลาดชาโต มูตง รอธส์ชิลด์[1]แต่ช่างเถอะ ยังไงไวน์ราสเบอร์รี่เกรดดีสุดต้องมาก่อน’

‘ครั้งนี้ฉันต้องได้โว้ย’

‘ต้องกระตุ้นกันหน่อยล่ะ ถ้าชนะประมูลได้คนคงมาตามหากันให้ควั่ก’

บางคนในที่นี้เปลี่ยนฐานะมาเป็นเศรษฐีกะทันหัน ด้วยบิทคอยน์จำนวนหลายหมื่นล้านวอน

‘เขียนไปสักยี่สิบล้านวอนดีไหม’

เขายิ้มอย่างพอใจ คิดว่าคงไม่มีใครเสียสติ เอาเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้มาทุ่มซื้อเหล้าเพียงขวดเดียวแน่นอน ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าทำแบบนี้ออกจะวู่วามไปนิด เทียบกับทรัพย์สินที่มีตอนนี้ นับว่าทุ่มราคาเกินตัวเอาการโuเวลกูดoทคoม

ขณะที่แต่ละคนห้ำหั่นกันลงทุนอยู่ในสนาม ผู้ดำเนินงานประมูลก็อธิบายต่อ

“เวลาที่ทุกท่านรอคอยมาถึงแล้วครับ วันนี้เรามีไวน์ราสเบอร์รี่เกรดพรีเมียมถึงสองขวด”

เหล่าสุภาพบุรุษสวมสูทที่ซุ่มเงียบมาตลอดชักตื่นตัว แววตาแรงกล้าขึ้นมาพร้อมกัน

‘มาแล้ว ของที่ท่านประธานใหญ่สั่งพิเศษ จ่ายเท่าไหร่ไม่ว่าขอเพียงชนะประมูลให้ได้เป็นพอ’

‘ต้องตั้งสติให้ดี โฟกัสแค่เรื่องเสนอราคาอย่างเดียว เรื่องเสนอราคาอย่างเดียวเท่านั้น’

ผู้เข้าร่วมประมูลคนหนึ่งในมุมมืดยกโทรศัพท์แนบข้างหู คุยโต้ตอบแบบลับๆ

“อ่า ครับ ราคาเท่าไหร่ไม่สน ตัดหน้ามาให้ได้? รับทราบครับ!”

และแล้ว ผู้ใหญ่ผู้โตทั้งหลายก็เริ่มฟาดฟันกันด้วยตัวเลขที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าในลักษณะนี้เอง

***

ดูไบยามค่ำคืน ระยิบระยับจับตาเหลือเกิน

มองแสงไฟสว่างตรงโน้นทีตรงนี้ทีก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างดูเลือนราง คล้ายจริงคล้ายไม่จริง

‘เพราะแบบนี้เขาถึงนิยมไปเที่ยวกันล่ะมั้ง’

คงเป็นอีกหนึ่งคืนที่จะจดจำไปแสนนาน

จู่ๆ กยองฮาก็นึกถึงอันโตนิโอขึ้นมาดื้อๆ จะบอกว่า ที่กยองฮาตัดสินใจเข้าร่วมรายการท็อปเชฟ ออกเดินทางไปตามที่ต่างๆ ทั่วโลกเพราะได้รับอิทธิพลทางความคิดจากอันโตนิโอก็ไม่เกินไปนัก

“นี่ ยงเท”

“ครับเฮีย” ชายงเทกำลังชงกาแฟซองที่พกมาจากเกาหลีด้วย

“ดูไบกับอิตาลีห่างกันกี่ชั่วโมง”

“อ่าครับ ถ้าเอาโรมของอิตาลีเป็นตัวตั้ง โรมกับโซลห่างกันเจ็ดชั่วโมง… โซลกับดูไบห่างกันห้าชั่วโมง สรุปแล้ว น่าจะห่างกันสองชั่วโมงครับ”

แปลว่า อิตาลีตอนนี้เป็นเวลากลางคืนเหมือนกันสินะ

ยังไม่ดึกมากนัก กยองฮาจึงกดโทรศัพท์ไปหาอันโตนิโอ

[โอ้ว! คุณกยองฮา มีอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย หรือว่ามาเที่ยวอิตาลีอีกแล้ว]

“เปล่าครับ ตอนนี้ผมอยู่ดูไบ”

[ดูไบเหรอครับ แหม น่าอิจฉา ผมยังทำงานอยู่เลย…]

“โทรฯ ไปตอนกำลังยุ่งพอดีสินะครับ งั้นเดี๋ยวผมโทรฯ หาใหม่…”

[ไม่เลยครับ อย่าเพิ่งวางนะ ผมกำลังเบื่อๆ เลย ที่จริงส่วนสำคัญผมจัดการหมดแล้วล่ะครับ มือว่างมาก ฮ่าๆๆ]

หมอนี่ทำตัวน่ารักเหมือนเคย กยองฮาหัวเราะ

[อ้อ ได้ยินมาว่านิโคแพ้ราบคาบเลยเหรอครับ ผมตกใจมาก แบบมากจริงๆ] อันโตนิโอชวนคุยต่อ

ตอนกยองฮากำลังจะเดินทางจากอิตาลีกลับเกาหลี ทั้งคู่ได้สนทนาผ่านโทรศัพท์กันสั้นๆ

ทว่า กยองฮาเพียงแค่กล่าวขอบคุณที่อันโตนิโอเป็นเจ้าบ้านดูแลเขาอย่างดีเท่านั้น ไม่ได้พูดถึงเรื่องที่อันโตนิโอคือเชฟชื่อดังระดับไม่ธรรมดาเลยสักนิด

ระหว่างกยองฮาเงียบเสียง อันโตนิโอยังคงพูดต่อ

[คุณเล่นไม่บอกผลการแข่งให้รู้บ้างเลย ผมต้องไปถามหาเอาเองเนี่ย มีคนเล่าว่าภัตตาคารฝั่งนั้นวุ่นวายกันใหญ่โตเลยนะครับ หลังติดสินแพ้ชนะ เป็นเพราะหมูสามชั้นย่างฝีมือคุณ เชฟบางคนถึงกับเป็นโรคเดินละเมออีกต่างหาก เรื่องจริงหรือเปล่าน่ะครับ]

“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ”

[นิโคเองก็ชมคุณหนักมาก ลือกันว่าเขายังฝึกพลิกหมูสามชั้นบนเตาอยู่จนถึงตอนนี้…]

ชายงเทนั้นกังวลว่ากาแฟที่ตนชงมาจะเย็นชืดเสียก่อน ส่วนกยองฮากำลังคิดว่าชักจะคุยนานติดลมบนเกินไปแล้ว

“ค่าโทรศัพท์แพงแย่เลย แค่นี้ก่อนดีกว่านะครับ” กยองฮาหยอก ซึ่งอันโตนิโอไม่คิดเป็นจริงเป็นจัง

[…เอาเป็นว่า ดูแลตัวเองดีๆ หน่อยแล้วกันครับ ดูไบเป็นสถานที่อันตราย]

“หมายความว่าไงนะครับ”

[หมายความว่า อาจจะโดนฝังกลบใต้กองเงินน่ะได้สิครับ]

เหมือนจะล้อเล่นติดตลก แต่คิดอีกทีก็เหมือนจะพูดจริงแฮะ

***

ความมืดถูกแทนที่ด้วยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ทีละน้อย

ดาราหน้ากล้องทีมท็อปเชฟเพลิดเพลินกับบุฟเฟต์อาหารเช้าไปพลาง คุยโม้เรื่องเมื่อวานไปพลาง

“ฉันไม่เห็นรู้เลย ทุกคนแห่ไปที่เดียวกันได้ไงอะ”

“คงเพราะแหล่งท่องเที่ยวที่รู้จัก นอกจากบุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์แล้วก็ไม่มีที่อื่นอีกล่ะมั้งครับ”

เป็นอย่างที่โจซองจูกับอันจองฮุนพูด ทั้งพิธีกร ทั้งเชฟ ต่างก็ไปเจอกันที่ตึกบุรจญ์ เคาะลีฟะฮ์โดยไม่ได้นัดหมาย

“แต่วิวสวยสุดๆ ไปเลย ว่าไหมครับ เมื่อวานอากาศดีด้วยแหละ มองเห็นได้ไกลมาก”

อียองบกเปรย ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

“เป็นเมืองที่โชว์ความรวยได้ยอดมากจริงๆ ครับ” ชเวฮยองซอกกล่าว

โจซองจูได้ยินก็โยนคำถามใส่ทันควัน

“เชฟชเวฮยองซอก ถ้ามีแมวมองจากที่นี่มายื่นข้อเสนอซื้อตัวคุณ จะทำยังไงครับ”

“ก็ต้องพิจารณานี่ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจครับ”

ชเวฮยองซอกทำหน้าทะเล้นพร้อมยกนิ้วหัวแม่มือจรดกับนิ้วชี้เป็นรูปวงกลม เชฟทุกคนระเบิดหัวเราะ

ยกเว้นกยองฮา

“ดูจากสีหน้าแล้ว คุณกยองฮาคงไม่โดนซื้อง่ายๆ แน่”

หลังมื้ออาหาร

“อร่อยทุกอย่างเลย” เชฟอียองบอกชม

“เป็นตัวชี้วัดว่าที่นี่มีเชฟเก่งๆ เยอะไงล่ะครับ”

โจซองจูตอบรับ พร้อมกับเริ่มอ่านบท

“วันนี้เรามีแขกพิเศษผู้ทรงเกียรติมาเป็นกรรมการด้วยนะครับทุกท่าน นี่ผมยังไม่ได้ทราบรายละเอียดอย่างเป็นทางการ เลยอยากรู้แทบจะทนไม่ไหวแล้วครับตอนนี้”

ดาราหน้ากล้องทุกคนกำลังคิดอยู่ทีเดียวว่า ‘ใคร?’ ประตูห้องกรรมการก็เปิดออก

เผยให้เห็นบุรุษผู้หนึ่งโพกผ้าแบบมุสลิม เดินไปมาด้วยฝีเท้าแสนเบา

‘มันอร่อยขนาดไหนกัน สีหน้าแต่ละคนถึงเป็นแบบนั้น…’

เจ้าของร่างมีผิวค่อนข้างคล้ำ

เขาคือพระโอรสแห่งกษัตริย์อาบูดาบี ผู้ครองบริษัทลงทุนด้านกิจการน้ำมันทั่วโลก ทั้งยังควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีอาหรับ เอมิเรตส์ร่วมกับตำแหน่งเจ้าของกิจการสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้

มานซูร์ผู้นี้กำลังสงสัยอยากรู้เหลือเกินว่า รสชาติอาหารของมิสเตอร์โกนั้นเยี่ยมยอดขนาดไหน ถึงกับเป็นประเด็นที่ชนชาวโลกถกเถียงกันได้ขนาดนี้

………………………

[1] ชาโต มูตง รอธส์ชิลด์ (Chateau Mouton Rothschild 1945) เป็นไวน์ฝรั่งเศสที่ติดอันดับไวน์แพงที่สุดในโลก

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset