“เฮือก!”
โกกยองฮาหายใจสะดุดขณะจะเอาแกงเต้าเจี้ยวออกไปเสิร์ฟ
[แกงเต้าเจี้ยวของผู้มีประสบการณ์ครัว]
ระดับการปรุง: เลเวล 2
วัตถุดิบ: ฟักทอง มันฝรั่ง หอมหัวใหญ่ ต้นหอม พริกป่น หอยลาย เต้าเจี้ยว 2 ช้อน โคชูจัง 1 ช้อน… เส้นผม
ขั้นตอนการปรุงอาหาร:
หั่นหอมหัวใหญ่และเต้าหู้เป็นชิ้นเล็ก
หั่นต้นหอมและพริกเป็นท่อนๆ
ใส่ปลาแอนโชวีสำหรับทำน้ำซุปลงในหม้อแห้ง…
.
.
.
‘อะไรกันเนี่ย?’
ตัวอักษรบรรทัดต่อบรรทัดที่ปรากฏเรียงรายอยู่เบื้องหน้านี้คือสูตรอาหาร ทันทีที่ยกแกงเต้าเจี้ยวขึ้นมาเพื่อจะนำไปเสิร์ฟ เหตุการณ์ประหลาดก็เกิดขึ้น!
“นายกยองฮา ทำอะไรอยู่น่ะ”
‘อุ่ย!’
เห็นกยองฮายืนเหม่อ ในมือถือหม้อดินเอาไว้ เถ้าแก่จึงเดินเข้ามาหาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะถามขึ้น
“อย่าบอกนะว่าปวดหัวอีกแล้ว”
กยองฮาลางาน 3 วันรวดจนถึงเมื่อวาน เหตุเพราะจู่ๆ ก็เกิดปวดหัวขึ้นมาอย่างหนัก ซึ่งอาการรุนแรงชนิดที่ว่ายาแก้ปวดก็เอาไม่อยู่ ขนาดไปโรงพยาบาลขอตรวจอย่างละเอียดตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วก็ยังไม่เจอสาเหตุแน่ชัด โชคดีที่หลังจากผ่านไป 3 วันอาการปวดก็หายไปราวกับโกหก หัวโล่งขึ้นจนวันนี้กลับมาทำงานได้อีกครั้ง แต่ใครจะคิดล่ะว่าเขาจะมาเห็นภาพหลอนอยู่แบบนี้
กยองฮารีบตอบทันทีว่า
“ปะ เปล่าครับ ไม่ได้ปวดหัว แต่คือ…”
จะบอกไปตรงๆ ว่าเห็นภาพหลอน ใครจะเชื่อ แต่ถ้าจะแก้ตัวด้วยเหตุผลอื่นก็ติดที่ว่า ณ สถานการณ์ปัจจุบัน ตัวเขาเป็นแค่พนักงานพาร์ทไทม์ที่ลาหยุดไปถึง 3 วันติดต่อกัน ทำงามหน้าเสียจนความน่าเชื่อถือต่ำเตี้ยเรี่ยดิน อันที่จริง ถ้าถูกไล่ออกขึ้นมา กยองฮาก็ไม่มีข้อโต้แย้ง
“เดี๋ยวแกงเย็นแล้วมันจะไม่อร่อยนะ รีบเอาออกไปเสิร์ฟเถอะ”
คราวนี้ทางฝั่งห้องครัวตะโกนออกมาบ้าง
“เอาเป็นว่าไปเสิร์ฟอาหารให้เรียบร้อย เสร็จแล้วมาหาฉันหน่อย”
สุดท้ายแล้วเถ้าแก่จะตัดสินใจยังไงนะ
‘โอย… จะโดนไล่ออกตอนนี้ไม่ได้นะ’
กยองฮาอายุ 27 ปี เขาเป็นนักศึกษาที่กำลังหางานพร้อมกับหาเลี้ยงตัวเองไปด้วย จนถึงตอนนี้เขาร่อนใบสมัครงานไปหลายสิบที่แล้ว แต่ยังไม่มีแม้แต่บริษัทเดียวที่ติดต่อกลับมา
‘เงินค่าเช่าบ้านนั่นก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่เร่งด่วนกว่าคือค่าใช้จ่ายประจำวันเนี่ยสิ…’
สาเหตุที่เงินเก็บของเขาเข้าขั้นติดลบ เพราะค่ารักษาพยาบาลที่บอกใครก็ไม่ได้… ไอ้อาการปวดหัวบ้าบอนั่น แล้วยังมีภาพหลอนเฮงซวยนี่อีก!
…ภาพหลอนงั้นเหรอ?
“มัวยืนทำอะไรอยู่ล่ะ ไม่เห็นเหรอว่าลูกค้ารออยู่ รีบไปได้แล้ว ไม่ๆ… เอามานี่ดีกว่า สวนเธอไปอยู่ตรงเคาน์เตอร์ซะ ไปๆ!” เถ้าแก่ยื่นมือสองข้างมาเพื่อจะรับหม้อดินไปถือเอง แต่ไม่รู้ทำไม กยองฮายังคงยืนก้มหน้านิ่งไม่ไหวติง ทำเอาเถ้าแก่ขนลุกพรึ่บในทันใด
‘ระ หรือว่า…’
สังคมสมัยนี้เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด คดีสยองขวัญมากมายเกิดขึ้นจากการยั่วยุโดยไม่ตั้งใจ
‘คะ คงไม่ได้จะเอาแกงร้อนๆ นั่นมาราดใส่ฉันหรอกใช่ไหม’
เถ้าแก่เกร็งไปทั้งตัว เพื่อให้สามารถหลบเลี่ยงได้ทันท่วงที
ทันใดนั้น!
“มีเส้นผมอยู่ในหม้อครับ”
“…หา?”
“เส้นผมน่ะครับ ถ้าดูดีๆ จะเห็นว่าตรงนี้มีผมอยู่เส้นหนึ่งครับ…”
กยองฮาวางหม้อดินลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะชี้ไปยังจุดจุดหนึ่ง เถ้าแก่ยกหม้อดินไปดูใกล้ๆ จนจมูกแทบจะทิ่มลงไป
‘จริงด้วยแฮะ’
มีผมงอๆ เส้นหนึ่งปะปนอยู่ในเนื้อแกง เถ้าแก่รีบยกถ้วยซุปกลับเข้าไปในครัวทันที
“หัวหน้าชิน ขอแกงเต้าเจี้ยวใหม่หนึ่งที่ ด่วนเลยนะครับ ส่วนป้า นี่ผมป้าใช่ไหม… ไม่ใช่อะไรล่ะ ดูยังไงก็ผมป้าชัดๆ ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ใส่หมวกคลุมผม… ถ้าจะบอกว่าร้อน มันก็ร้อนกันทุกคนนั่นแหละ ป้าร้อนเป็นคนเดียวหรือไง”
เถ้าแก่ที่อยู่ในครัวลดเสียงลงพร้อมทำท่าจะเทศนาอีกยาว กยองฮาเข้าไปอธิบายเหตุผลที่เสิร์ฟอาหารช้าให้ลูกค้าเข้าใจอย่างรู้งานโนเวลกูดอทคอม
หลังจากนั้นไม่นาน เถ้าแก่ก็ออกมา
“กยองฮา!”
“ครับ?”
“อืม… ตาไวใช้ได้นะเนี่ย ต่อไปก็ทำงานรอบคอบให้ได้แบบนี้ทุกวันล่ะ”
“อ้อ… ครับ ขอบคุณครับ”
***
หลังจากเลิกงาน กยองฮาก็กลับมาที่ห้องพัก เขาจ้องมองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ตัวเองต้มอย่างมึนงง
[บะหมี่โง่ๆ ของคนหาเลี้ยงตัวเอง]
ระดับการปรุง: เลเวล 0
วัตถุดิบ: เส้น ผงซุป น้ำ
ขั้นตอนการปรุงอาหาร:
1. วัดระดับน้ำด้วยสายตา
2. ตั้งไฟแล้วใส่ผงซุปทันที
3. หย่อนเส้นลงไปก่อนน้ำจะเดือด
4. ไม่คนเส้นระหว่างต้ม
5. ปิดไฟเมื่อต้มไปได้ 1 นาที 37 วินาที
เคล็ดลับการเพิ่มเลเวล:
– ใช้ถ้วยตวง
– ปฏิบัติตามขั้นตอนที่เขียนไว้หลังซองบะหมี่
– ขณะต้ม หากยกเส้นขึ้นให้ถูกอากาศเย็น จะทำให้เส้นเหนียวนุ่ม
– ขณะต้ม เหยาะซอสเปรี้ยวเพิ่มสักสองสามหยดจะทำให้รสดีและกลมกล่อมขึ้น
“…เจ๋งโคตร”
แม้จะไม่ได้อยู่ในร้านอาหารแล้ว เขาก็ยังคงเห็นภาพหลอน ถ้าเขาเพ่งสมาธิไปที่อาหารจานไหน สูตรของอาหารจานนั้นก็จะลอยขึ้นมาเป็นตัวหนังสือเรียงรายอยู่กลางอากาศ ที่จริงเมื่อครู่ตอนอยู่ต่อหน้าเถ้าแก่ เขาก็เอาตัวรอดมาได้เพราะสูตรอาหารที่โผล่ขึ้นมาเหมือนภาพโฮโลแกรม[1] นี่แหละ ในรายการวัตถุดิบมีเส้นผมถูกเขียนไว้ที่รายการสุดท้ายพอดี
“ก็เจ๋งดีอยู่หรอก แต่…”
หลังจากที่คิดทบทวนมาตลอดทั้งวัน เขาก็ได้ข้อสรุปว่า ความสามารถเหลือเชื่อนี้น่าจะเป็นเพราะอาการปวดหัวนั่น ทีแรกเขาก็ตกใจ ในขณะเดียวกันก็รู้สึกทึ่งไปด้วย
แต่พอมาถึงตอนนี้เขากลับรู้สึกเสียดาย
“ทำไมต้องเป็นเรื่องอาหารด้วยเนี่ย…”
เดิมทีกยองฮากับการทำอาหารเรียกได้ว่าอยู่กันคนละโลก ดูแค่วิธีต้มบะหมี่ก็รู้แล้ว แต่ที่เขาเลือกทำงานในร้านอาหารก็ด้วยเหตุผลง่ายๆ อย่างเดียวเท่านั้น คือ แก้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายประจำวันชั่วคราว
“ไอ้เราจะเป็นเชฟรึก็ไม่ใช่”
แล้วถ้าจะมีความสามารถพิเศษแบบนี้ ก็ช่วยเห็นอะไรที่มันตรงกับความถนัดหรือตรงกับรสนิยมหน่อยไม่ได้หรือไง กยองฮาผลักหม้อไปไว้ที่มุมหนึ่ง แล้วทิ้งตัวลงนอนแผ่
“เฮ้อ ไม่รู้แล้วเว้ย นอนก่อนดีกว่า”
เมื่อความคิดสับสน ความอยากอาหารก็ลดลงไปด้วย หรือไม่ก็คงเพราะเพิ่งได้รู้ระดับฝีมือต้มบะหมี่ของตัวเองก็เป็นได้
***
“อะไรนะครับ?”
วันต่อมา ณ ร้านอาหารตามสั่ง ข้อเสนอกะทันหันของเถ้าแก่ทำเอากยองฮาถึงกับไปไม่เป็น
“ช่วยหน่อยนะ”
เห็นว่าผู้ช่วยครัวไม่มาทำงาน และผู้ช่วยครัวที่ว่าก็คือคุณป้าที่ถูกตำหนิเรื่องผมเมื่อวานนั่นเอง
การโทรมาลาตอนเปิดร้านก็ไม่ต่างอะไรกับการขาดงานโดยไม่บอกล่วงหน้า ในสถานการณ์แบบนี้ ถ้าจะรีบร้อนหาคนมาทำงาน ก็ไม่รู้ว่าจะต้องจ้างนานแค่ไหน แถมยังเปลืองเงินอีกด้วย พูดง่ายๆ ก็คือ ตอนนี้เถ้าแก่กำลังต้องการตัวตายตัวแทนของคุณป้านั่นเอง
“แต่ผมไม่มีประสบการณ์ในครัวเลยสักครั้ง…”
“ไม่เป็นไรน่า ไม่มีปัญหาหรอก งานในครัวจริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรมาก หน้าที่ของผู้ช่วยหลักๆ ก็แค่ล้างจาน ที่เหลือแค่ทำตามคำสั่งของหัวหน้าครัวก็พอ เห็นไหม ง่ายๆ เอง เอาเป็นว่านายรับหน้าที่ไปนะ แล้วฉันจะเพิ่มค่าจ้างรายชั่วโมงให้อีกพันวอน เพราะถือว่าฉันมาขอร้องแบบกะทันหัน เอ้านี่ ผ้ากันเปื้อน”
“…”
สุดท้ายก็แทบจะโดนผลักหลังให้เข้าไปในครัว
หัวหน้าครัว ‘ชินยองฮี’ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารเป็นหลัก รวมถึงเรื่องทั้งหมดในครัวยิ้มต้อนรับกยองฮา
“คุณกยองฮา วันนี้ฝากด้วยนะคะ”
“อ่า ครับ ถ้าอย่างนั้นให้ผมเริ่มจากอะไรก่อนดีครับ?”
“ตามที่เถ้าแก่บอกเลยค่ะ ล้างจาน แล้วก็ยกอาหารไปเสิร์ฟที่ห้องอาหาร ระวังอย่าให้อาหารหกเลอะก็พอค่ะ”
“แล้วเรื่องเตรียมวัตถุดิบล่ะครับ?”
“อืม… เรื่องนั้นคิดว่าคงรอดูหน้างานแล้วค่อยว่ากันอีกที ไม่ทราบว่าเคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนไหมคะ”
“ไม่เลยครับ เรื่องงานครัวนี่ครั้งแรก”
ชินยองฮียิ้มบางๆ ให้อย่างอบอุ่น
“ถ้างั้นตอนนี้ยังเช้าอยู่ ฉันจะอาศัยช่วงที่เรายังไม่ยุ่งสอนเคล็ดลับให้คร่าวๆ แล้วกันนะคะ อืม เอาล่ะ อย่างแรก รับมีดไปก่อน” เธอส่งมีดทำครัวให้ กยองฮาก็รับมีดมาถือโดยไม่ได้คิดอะไร
ตอนนั้นเอง
‘เฮ้ย? อะไร? อะไรอีกล่ะเนี่ย…’
คราวนี้ ความรู้สึกประหลาดไม่คุ้นเคยค่อยๆ ลามขึ้นมาตามปลายนิ้ว
……………………..
[1] โฮโลแกรม: เป็นภาพที่ฉายด้วยแสงเลเซอร์ให้ดูสว่าง มีมิติ เหมือนลอยอยู่ในอากาศและหมุนได้รอบด้าน