📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี เซียนหมากข้ามมิติ – ตอนที่ 66

บทที่ 66 - ข้าคนแซ่จี้หิวแทบตายแล้ว
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

รอมังกรเฒ่าอิงหงพุ่งทะยานจากไปครู่ใหญ่ ไม่ได้ยินเสียงดังกระหึ่มตรงขอบฟ้าอีก เมฆฝนมีแนวโน้มว่าจะซ่านสลาย จี้หยวนตัวอ่อนยวบนั่งลงกับพื้น

“ฮู่ว…”

เขาเอนกายลูบอกซ้ายถอนใจยาว จี้หยวนมั่นใจมากว่าภายหน้าหัวใจตนต้องแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

กระทั่งเอนกายอยู่ครู่ใหญ่ จี้หยวนค่อยรู้สึกตัวกลับมา

ลุกขึ้นมาปัดเสื้อผ้าหน้าหลัง เศษฝุ่นแถบใหญ่ถูกปัดออกมาทันที

“แค่กๆๆ… แค่ก… เราคลุกฝุ่นมาเยอะขนาดไหนกัน!”

หนังศีรษะคันอยู่บ้าง เมื่อเกาหัวเล็กน้อย รู้สึกว่าซอกเล็บมีรังแคสะสมรวดเร็ว

เพี๊ยะ…

เขาดีดปลายนิ้วดันคราบสกปรกในนั้นออกไป

“หึๆ แบบนี้ค่อยมีมาดของยอดฝีมือซกมกหน่อย!”

เขาหิ้วห่อผ้าขึ้นมาพาดหลัง ทั้งหยิบร่มกระดาษตรงมุมมาเหน็บใต้รักแร้ ยันผนังหินดันตัวถลาร่อน สะบัดแขนเสื้อตามลมห่างออกไป

ด้วยเมื่อครู่ฝนเพิ่งตกหนัก พื้นดินเฉอะแฉะผิดปกติ จี้หยวนสาวเท้าก้าวข้ามแต่ยังมีน้ำโคลนไม่น้อยกระเด็นโดนตัว แต่เขาไม่สนใจโดยสิ้นเชิง

ต่อให้ใช้วิชาเลี่ยงวารีป้องกันได้แต่ไม่อยากเสียปราณวิญญาณ ถึงอย่างไรก็อารมณ์ดี เปื้อนโคลนหน่อยก็ช่างเถอะ กลับเหมือนเด็กเล่นสนุก ระหว่างกระโดดยังควบคุมแรง แข่งกับตัวเองว่าครั้งหน้าโคลนกระเด็นน้อยลงหรือไม่ ทั้งฟังเสียงน้ำโคลนกระจายด้วย

อืม ทั้งยังชอบใจไม่เหนื่อยหน่าย

ครั้งก่อนตอนทำเช่นนี้ คล้ายว่าเป็นช่วงได้รับรองเท้ากันฝนคู่ใหม่ตอนจี้หยวนเรียนอยู่ชั้นประถมหนึ่ง แต่ตอนนั้นแข่งกับเพื่อนว่าใครเตะโคลนสูงกว่า

ว่าไปแล้วตอนนี้จี้หยวนมีแค่วิชากำหนดปราณพื้นฐานฝึกเซียนจริงจังอย่างวิวัฒน์ฟ้าดินแค่เล่มเดียว ไม่มีวิชาฝึกปราณอยู่ในมือ สิ่งที่โคจรอยู่ในตัวหากพูดว่าเป็นพลัง ไม่สู้พูดว่าเหมือนปราณวิญญาณหลังการหล่อหลอมยังดีกว่า แค่ใช้มันเพิ่มเสริมกายเนื้อและสำแดงวิชาเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับสภาวะจิตปณิธาน ต่อให้จี้หยวนเป็นคนนอก ตอนนี้เขากลับคิดว่าตนรู้แจ้ง ถึงขั้นว่าไร้เดียงสานัก

จี้หยวนเดินตรงไปทางตะวันออกเฉียงเหนือตามการรับรู้ทิศทาง เห็นเมืองแห่งหนึ่งอยู่ตรงขอบฟ้าซึ่งเมฆซ่านสลายที่ห่างไกล

ขนาดอำเภอเต๋อหย่วนเล็กกว่าอำเภอหนิงอันไม่น้อย เมื่อจี้หยวนเข้ามาในอำเภอ เห็นชัดว่าไม่ว่าจะเป็นผู้คนหรือสิ่งปลูกสร้างล้วนด้อยกว่าอำเภอหนิงอัน

แต่เมื่อคิดดูแล้วก็ใช่ ถึงแม้อำเภอหนิงอันไม่นับว่าใหญ่นัก แต่อย่างน้อยก็มีประชากรกันเกือบสองหมื่น แค่ภายในอำเภอก็มีอยู่หนึ่งหมื่นกว่าคน กอปรกับทางการปกครองเหมาะสม หลายปีนี้รุ่งเรืองขึ้นตลอด

ส่วนอำเภอเต๋อหย่วนนี้เปรียบเทียบกันแล้วน่าจะด้อยกว่าไม่น้อย

แต่ไม่ว่าอย่างไรก็เป็นอำเภอแห่งหนึ่ง เสียงตะโกนตามท้องถนนภายในเมืองยังดังต่อเนื่องเป็นระลอก คนสัญจรพ่อค้าซึ่งไปมาหาสู่กันก็มีไม่น้อย

จี้หยวนกุมห่อผ้าด้านหลังแน่น เดินตามกลิ่นหอมไปทางร้านอาหารซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกนับร้อยเมตร ตอนนี้เขาไม่ต้องอาศัยทักษะการฟังอันโดดเด่นร่วมกับการมองเห็นน่าเป็นห่วงมาหลบหลีกคนสัญจรแล้ว เพราะส่วนใหญ่คนอื่นจะหลบเลี่ยงเขาก่อน

สิ่งนี้ทำให้จี้หยวนพลันนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ตนมีสภาพอย่างไร ยกมือดมแขนเสื้อตามจิตใต้สำนึก

‘อืม กลิ่นน่าจะไม่แรงขนาดนั้น!’

ด้วยตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน ยิ่งเข้าใกล้บริเวณโรงเตี๊ยมร้านอาหารหนาแน่น เสียงโดยรอบยิ่งเซ็งแซ่ เทียบกับฝูงชนซึ่งห่างไปนับร้อยก้าวแล้วหนาแน่นกว่า

“มาๆๆ… ลูกค้าทุกท่าน วันนี้พวกเราหอรวมแขกมีแพะเพิ่งเชือด น้ำแกงไก่ตุ๋นอย่างดี สุราข้าวบ่มเองก็รสชาติดี อยากกินข้าวอยากดื่มเหล้ารีบเชิญเข้ามา…”

หอสุรานามหอรวมแขกแห่งนี้มีแค่สองชั้น พื้นที่และขนาดสิ่งปลูกสร้างไม่อาจเทียบกับหอนอกศาลเลื่องชื่อแห่งอำเภอหนิงอัน แต่เสี่ยวเอ้อร์ตรงทางเข้าร้านทุ่มเทตะโกนจริงๆ เสียงดังฟังชัด จี้หยวนรู้สึกว่านี่ก็เป็นพรสวรรค์อย่างหนึ่ง มิฉะนั้นคนทั่วไปตะโกนนานขนาดนี้คงคอแตกแล้ว คนผู้นี้น่าจะทำเช่นนี้ทุกวัน

ตัวเขาย่อมรู้ตัวเองดีที่สุด จี้หยวนไม่หวังการต้อนรับอย่างกระตือรือร้น แทรกตัวเข้าไปในหอรวมแขกพร้อมลูกค้าคนอื่น

ถ้าเข้าไม่ได้จริงอย่างมากค่อยหาสถานที่อาบน้ำ novelgu.com

ชัดเจนว่าเสี่ยวเอ้อร์ร้านนี้เห็นจี้หยวนแล้ว เขายื่นมืออ้าปาก สุดท้ายไม่ได้กล่าววาจาไล่แขกออกมา

เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน กลิ่นอาหารโดยรอบไหลวนผ่านปลายจมูกจี้หยวนไม่หยุดตามไอร้อนแผ่ซ่าน เสียงเคี้ยวพวกนั้นบ้างนุ่มนวลบ้างชัดกระจ่าง ทำให้เขาหลั่งน้ำลายอย่างอดไม่ได้

พุทราสดรสชาติดีแค่ไหนสุดท้ายก็ซ้ำซาก ยิ่งไปกว่านั้นผลพุทราก็กินหมดแล้ว ไม่ได้กินอาหารอุ่นร้อนถูกปากมานาน นี่ทำให้จี้หยวนหิวแทบตายแล้ว ตาแหลมเหลือบเห็นโต๊ะว่างตัวหนึ่งกลางความเลือนรางจึงรีบเดินเข้าไปจับจอง

วางห่อผ้าร่มกันฝนตรงมุมโต๊ะ รอลูกจ้างร้านมาค่อยสั่งอาหาร

ตรงโต๊ะคิดเงินหลงจู๊คือชายวัยกลางคนอ้วนท้วนหนวดเป็นเลขแปด (八) มองจี้หยวนซึ่งตัวเปื้อนโคลนผมเผ้ารุงรังแล้วขมวดคิ้ว แต่มีหลักการว่าคนเข้าร้านล้วนเป็นลูกค้า เขาทำท่ารอสั่งอาหารย่อมไม่อาจไล่คน ยังต้องการชื่อเสียงของหอรวมแขกอยู่หรือไม่

แต่เห็นลูกค้าโดยรอบพากันแสดงสีหน้ารังเกียจ ถึงขั้นมีคนเพิ่งเข้ามาเห็นจี้หยวนนั่งอยู่ตรงจุดสะดุดตากลางโถงใหญ่แล้วหันกลับออกไปทั้งอย่างนั้น

หลงจู๊ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนกวักมือเรียกลูกจ้างร้านคนหนึ่ง อีกฝ่ายเห็นแล้ววิ่งมาอยู่ข้างโต๊ะคิดเงินทันที

“เจ้าไปถามลูกค้าคนนั้นว่าเปลี่ยนที่นั่งได้หรือไม่ พวกเราช่วยเตรียมโต๊ะตรงมุมตัวหนึ่ง ค่อยส่งอาหารจานหนึ่งไปให้เขา พูดจาสุภาพหน่อย รู้แล้วใช่หรือไม่”

ลูกจ้างร้านโพกผ้าคาดหัวคนนี้มองตามนิ้วมือหลงจู๊ไป เห็นจี้หยวนซึ่งสะดุดตายิ่งแล้วพยักหน้ารับคำ

“อืม ทราบขอรับ!”

เมื่อรับคำเสร็จลูกจ้างร้านวิ่งเหยาะมาถึงข้างโต๊ะริมเสาค้ำที่ห่างออกมาสองสามจั้ง ใช้ผ้าเช็ดมือไม่หยุด ยังไม่ทันได้พูดจา จี้หยวนก็เอ่ยปากเองแล้ว

“ต้องการให้ข้าเปลี่ยนที่นั่งใช่หรือไม่ ตรงมุมหน่อยก็ได้ พวกเรารีบไปเถอะ ถือโอกาสสั่งอาหารไปด้วย เร็วหน่อยๆ!”

ขณะกล่าวจี้หยวนลุกขึ้นมาแล้ว หยิบห่อผ้าถือร่มเสร็จสรรพ ถือโอกาสหยิบตะเกียบคู่หนึ่งที่นำออกมาจากตัววางตะเกียบเมื่อครู่ติดมือมาด้วย

“เอ่อ… ได้ ลูกค้าเชิญทางนี้ๆ!”

ลูกจ้างร้านคนนี้เห็นดวงตาจี้หยวนแล้วอึ้งงันเล็กน้อย รีบนำทางพลางแนะนำอาหารจานเด็ดบางส่วนประจำหอสุราตนยามจี้หยวนซักถาม

ผ่านไปครู่หนึ่งตรงหน้าโต๊ะหลังมุมโค้งติดผนังประตูหลัก ลูกจ้างร้านได้ยินรายการอาหารที่จี้หยวนสั่งแล้วตกตะลึงเล็กน้อย

“ขาหมูปรุงรส ไก่ตัวเมียตุ๋น ขนมแป้งนึ่ง ผัดสามสมบัติ ต้มผักกาดขาว หัวไชเท้าดอง ผัดผักกาดหัว เอ่อ ลูกค้า… พวกเราแค่จะมอบผัดผักกาดหัวให้ท่านจานหนึ่ง… นะ นี่…”

เสียงพูดของลูกจ้างร้านเบามาก สายตาทยอยกวาดมองทั้งตัวจี้หยวนและห่อผ้าสีเทาแบนราบใบนั้น บางทีอาจมีแค่ร่มกระดาษคันหนึ่งดูดีหน่อย

“หึๆ วางใจเถอะ ข้าน้อยยังมีเงินจ่าย เพียงบอกห้องครัวทำอาหารมาก็พอ”

จี้หยวนยิ้มพลางกล่าวปลอบใจ หยิบเศษเงินสองก้อนออกมาจากอก เขาไม่โกรธเพราะถูกเหยียดหยาม เอาใจเขามาใส่ใจเรา นี่ก็คือธรรมชาติของมนุษย์

เมื่อลูกจ้างร้านจากไปก็เหลือเพียงจี้หยวนเฝ้ารออยู่ตรงนั้นคนเดียว เดิมอยู่นอกเมืองยังไม่รู้สึกอะไร ตอนนี้พยาธิถูกกระตุ้นออกมาจนทนไม่ไหวอยู่บ้างแล้ว

เขาคว้าตะเกียบใส่ปากดูด สูดกลิ่นอาหารตลอดเวลา เฮ้อ อย่าทรมานคนขนาดนี้ได้หรือไม่!

Facebook Twitter Telegram Pinterest
เซียนหมากข้ามมิติ

เซียนหมากข้ามมิติ

ChronoGo, Lan Ke Qi Yuan, Lạn Kha Kỳ Duyên, Special Destiny Of Rotten Ke, The Board of Lanke, Kismet of the Lanke Piece, Lanke Chess Edge, The Board Of Lanke, 烂柯棋缘, 난가기연
Score 9.1
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: ต้นฉบับ: 1021 Chapters (จบแล้ว)
จี้หยวน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปร่วมกิจกรรมค่ายพักกลางแจ้ง ระหว่างเดินชมต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาพบกระดานหมากบนตอไม้กลางป่า พอจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกลับปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ คิดว่าแบตหมดแล้วจึงรีบกลับไปหาแบตสำรองที่ค่าย แต่พอกลับไปถึงที่ตั้งค่าย กลับไม่มีคนในบริษัทอยู่สักคน แม้แต่เต็นท์ก็หายไปหมด.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset