📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี เซียนหมากข้ามมิติ – ตอนที่ 52

บทที่ 52 - คำพูดเดียวรู้แจ้ง
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

แม้ว่ามุมตรอกเทียนหนิวนี้ลับตาคน แต่ไม่มีความรู้สึกมืดครึ้มใดๆ เว่ยอู๋เว่ยเดินมาถึงหน้าประตูเรือนเล็ก ส่วนภายในสมองเรียบเรียงคำพูด

บนโต๊ะหินภายในเรือน กระดานหมากไม้จันทน์หนึ่งวางอยู่ จี้หยวนและอิ๋นจ้าวเซียนต่างอยู่คนละด้าน อิ๋นชิงนั่งข้างโต๊ะหิน ค้ำหน้าพยายามมองกระดานหมากที่ความจริงไม่เข้าใจสักนิด

จี้หยวนเดินหมากตามตำรา ล้วนวางตามรูปแบบที่อ่านจากหนังสือ ถือว่าเปิดกระดานอย่างประณีต แต่ฝีมือการเล่นหมากไม่เก่งจริงๆ ยังดีว่าอิ๋นจ้าวเซียนไม่ใช่ยอดฝีมืออะไร ดังนั้นทั้งสองคนยังผลัดกันเดินได้

ยามนี้ถึงคราวอิ๋นจ้าวเซียนวางหมาก ขณะกำลังใคร่ครวญ

จี้หยวนพลันเลิกคิ้วยิ้มกล่าว

“นอกประตูมีแขกมาแล้ว”

ฟังจากเสียงฝีเท้า ผู้มาเยือนไม่ถือของหนักก็น้ำหนักตัวมาก

อิ๋นจ้าวเซียนเห็นความสามารถราวคาดการณ์ล่วงหน้าของจี้หยวนจนชินแล้ว แต่อยากรู้นักว่าใครมาเยี่ยมเยียน ถึงอย่างไรอำเภอหนิงอันนี้ผู้วิ่งมาเรือนสันตินอกจากคนบ้านตนแล้วเหมือนไม่มีใครอีก

ไม่นานเสียงเคาะประตูดังมาจากประตูเรือนตามคาด

ก๊อกๆๆ…

“ไม่ทราบว่าท่านจี้อยู่หรือไม่ ข้าน้อยเว่ยอู๋เว่ย เป็นพ่อค้าจากจังหวัดเต๋อเซิ่ง ได้ยินว่าท่านเป็นบัณฑิตรูปงามแห่งอำเภอหนิงอัน จึงมาเยี่ยมท่านโดยเฉพาะ!”

เว่ยอู๋เว่ย?

จี้หยวนอึ้งงันเล็กน้อยก่อนดึงสติกลับมาทันที เขาหันไปมองอิ๋นชิง

“เสี่ยวอิ๋นชิง ช่วยข้าไปเปิดประตูหน่อยได้หรือไม่”

“ขอรับ!”

อิ๋นชิงพุ่งตัวออกจากที่นั่งทันที ห้อตะบึงไปทางประตูเรือนดังตึงตัง เปิดประตูไม้ซึ่งไม่เคยลงกลอนออก สำรวจมองชายร่างอ้วนสวมชุดคลุมหรูหราตรงนอกประตู

“เข้ามาเถอะ! ต้องการให้ข้าช่วยท่านถือของหรือไม่”

“ไม่ต้องๆ ข้าถือเอง!”

เว่ยอู๋เว่ยยิ้มพลางตอบรับเด็กหน้าตาเกลี้ยงเกลาคนนี้ หิ้วของบนพื้นขึ้นมาก่อนก้าวเข้าเรือนเล็ก

ภายในหนึ่งชุดขาวหนึ่งชุดเขียวกำลังนั่งประลองหมาก ต้นพุทรามีบุปผาโปรยปรายร่วงหล่นตามสายลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลา

‘ทิวทัศน์งามนัก!’

เว่ยอู๋เว่ยแอบชื่นชม เห็นผู้ประลองหมากสองคนล้วนมองตนจึงรีบกล่าว

“สวัสดีท่านจี้ ท่านนี้คืออาจารย์อิ๋นกระมัง มาหาโดยพลการยามเร่งด่วนไม่ทราบว่าจะนำอะไรติดตัวมา นี่คือขนมของหอนอกศาล สุราตระกูลเฉิน น้ำใจเล็กน้อยไม่อาจแทนความเคารพนับถือ!”

มือซ้ายจี้หยวนจับแขนเสื้อ มือขวาหยิบหมากขาวจากกล่องตัวหมาก วางลงกลางกระดานหมากเบาๆ เขากำลังเรียนรู้ความสง่างามของวิถีหมาก

เมื่อวางหมากเสร็จจี้หยวนไม่ลุกขึ้นมา เพียงแต่มองไปทางเว่ยอู๋เว่ยพลางกล่าว

“ไม่ทราบว่าท่านเว่ยมาด้วยเรื่องใดกันแน่ หรือแค่มาเพื่อเจอข้าคนแซ่จี้ครั้งหนึ่ง”

เว่ยอู๋เว่ยเห็นดวงตาสีเทาของจี้หยวนแล้วอึ้งงันเล็กน้อย กล่าวในใจว่าช่างเหมือนในข่าวลือจริงๆ ครั้นเผชิญหน้ากับคำถามแล้ว เขารีบวางของในมือลงด้านข้างพลางประสานมือกล่าว

“ขอพูดตามตรง วันก่อนได้ยินว่ามีจิ้งจอกแดงก้มกราบขอความช่วยเหลือจากท่าน ทั้งยังทำให้หมาบ้านเชื่อฟังยอมถอย รู้สึกว่าอัศจรรย์นัก ในใจมีข้อสงสัยยากเข้าใจมานาน จึงคิดอยากมาขอคำชี้แนะจากท่าน”

อิ๋นจ้าวเซียนที่กำลังหยิบหมากดำใคร่ครวญได้ยินคำพูดนี้แล้วแย้มยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่ส่งเสียงอะไร จี้หยวนที่อยู่ตรงข้ามอมยิ้มพยักหน้าไม่พูดจาเช่นกัน

แต่อิ๋นชิงตื่นเต้นมาก

“แน่นอน ท่านจี้ร้ายกาจนัก เมื่อวานข้าปล่อยจิ้งจอกน้อยกลับป่าพร้อมท่าน ท่านจี้ตั้งชื่อให้จิ้งจอกน้อย มันยังกราบท่านไม่หยุด…”

“ชิงเอ๋อร์!”

อิ๋นจ้าวเซียนหันมาทันที จ้องอิ๋นชิงด้วยสายตาเข้มงวด อิ๋นชิงตกใจจนรีบปิดปาก รู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง เห็นชัดว่าท่านจี้ยังไม่ห้าม เมื่อคืนยามท่านพ่อฟังยังซักถามต่อเนื่องไม่ใช่หรือ…

“ไม่เป็นไร!”

จี้หยวนยิ้มเตือนอิ๋นจ้าวเซียน จากนั้นค่อยชี้ที่นั่งตรงโต๊ะหิน กล่าวกับเว่ยอู๋เว่ยซึ่งยังยืนอยู่

“ท่านเว่ยมานั่งเถอะ พูดมาว่าท่านมีเรื่องใดไม่เข้าใจ”

“เอ่อ ได้!”

เว่ยอู๋เว่ยเดินมานั่งข้างโต๊ะหินอย่างยำเกรงอยู่บ้าง

ดังคำกล่าวว่าคำพูดของเด็กไม่อ้อมค้อม ทั้งยังไม่ใช่สถานการณ์ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อะไรด้วย จากการตอบสนองของบิดาตระกูลอิ๋น เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าคำพูดที่อิ๋นชิงกล่าวเมื่อครู่เป็นเรื่องจริง

เว่ยอู๋เว่ยสูดหายใจลึกแล้วค่อยเอ่ยปาก

“ท่านจี้ ขอเรียนถามว่าบนโลกนี้มีภูตผีปีศาจจริงหรือไม่ มีหนทางแสวงเซียนจริงหรือ”

บรรยากาศกลางลานเปลี่ยนไปเล็กน้อย ถึงคราวจี้หยวนวางหมากพอดี เขาวางหมากขาวในมือลงบนกระดานหมากก่อนกล่าวโดยไม่เหลือบมอง เพียงแค่คำเดียวเรียบง่าย

“มี!”

เหมือนโดยรอบยิ่งเงียบลงชั่วขณะ อิ๋นจ้าวเซียนหยิบหมากดำมองกระดานหมาก ในใจกลับคิดเรื่องเทพหลักเมืองตอนนั้น เว่ยอู๋เว่ยยิ่งตื่นเต้นจนลมหายใจปั่นป่วนอยู่บ้าง ตัวเขาเองยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดตนซึ่งปกติสมาธิดีมากถึงเสียอาการเช่นนี้ นอกจากจี้หยวนแล้วก็มีแค่เสี่ยวอิ๋นชิงซึ่งไม่เปลี่ยนแปลงอะไร

“ท่านพ่อ ถึงตาท่านวางหมากแล้ว!”

“อ้อ ได้ๆๆ! หืม? เด็กอย่างเจ้าเข้าใจอะไร อย่างพ่อเรียกว่าใคร่ครวญทางหมาก!”

ได้ยินคำพูดของบุตรชายตน อิ๋นจ้าวเซียนได้สติกลับมา สั่งสอนบุตรชายพลางสุ่มวางหมากโดยไม่ใส่ใจ

เวลานี้เว่ยอู๋เว่ยมีหรือจะสนใจดูหมาก มองชายตาบอดชุดเขียวที่กำลังหยิบตัวหมาก ก่อนจะสงบอารมณ์ซึ่งตื่นเต้นอยู่บ้างค่อยกล่าวต่อ

“ท่านจี้ ตระกูลเว่ยของข้ามีหยกสมบัติตกทอดมารุ่นต่อรุ่นชิ้นหนึ่ง บรรพบุรุษฝากข้อความบอกต่อกันว่ากระเรียนเซียนตัวหนึ่งมอบเป็นของกำนัลตอบแทนบุญคุณ หลายปีมานี้ไม่เคยมีความอัศจรรย์แต่อย่างใด แต่วันก่อนข้าคนแซ่เว่ยประสบเคราะห์ รู้ว่าหยกนี้ยังมีวาสนาบางอย่าง ไม่ทราบว่า… ไม่ทราบว่าท่านช่วยข้าน้อยดูหน่อยได้หรือไม่”

ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ภาพนี้ เหตุการณ์นี้ คนผู้นี้กลับทำให้เว่ยอู๋เว่ยมีความรู้สึกเชื่อมั่นอย่างบอกไม่ถูก เมื่อวานคนชุดดำใช้กำลังช่วงชิงหยกฟ้า ตอนนี้กลับส่งมอบให้คนอื่นดูง่ายๆ

เมื่อได้ยินคำว่า ‘หยกสมบัติ’ อิ๋นจ้าวเซียนกับเสี่ยวอิ๋นชิงมองเว่ยอู๋เว่ยอย่างอยากรู้อยากเห็นเป็นพิเศษ อยากดูว่าเขาจะหยิบอะไรออกมา

ตอนนี้จี้หยวนเพิ่งหันกลับมามองเว่ยอู๋เว่ยเป็นครั้งที่สองพลางพยักหน้ากล่าว

“เอามาให้ข้าดูหน่อย!”

บังเอิญจริง เมื่อวานเขาคนแซ่จี้ไม่กล้าดูโดยละเอียด อยากค้นคว้าหยกฟ้าโดยละเอียดจริงอย่างน้อยก็ต้องเสริมด้วยปราณวิญญาณ ตอนนี้เว่ยอู๋เว่ยถึงกับนำหยกมาให้เขาดูด้วยตัวเอง

‘เรื่องราวบนโลกอัศจรรย์จริง!’

ยามจี้หยวนทอดถอนใจ เว่ยอู๋เว่ยดึงหยกประดับที่ซ่อนอยู่ภายในเสื้อออกมาแล้ว คลายเชือกแดงก่อนวางลงกลางฝ่ามือ แล้วส่งมอบให้จี้หยวนอย่างระวัง

“ท่านพ่อ หินหยกนี้เป็นสีฟ้าด้วย!”

“อืม พบเห็นได้น้อยจริงๆ!”

อิ๋นจ้าวเซียนรู้สึกเปิดหูเปิดตามากเช่นกัน แต่ยังคงมีท่าทางสุขุมเยือกเย็น

จี้หยวนรับหยกประดับมาอย่างสบายๆ พิจารณาเบื้องหน้าโดยละเอียด หยกฟ้าทรงกลม ไม่มีลายสลักอะไร ดูเหมือนหยกทรงเหรียญ[1]ขนาดใหญ่อยู่บ้าง

แสงวิญญาณบนนั้นซ่อนเร้นแต่กลับวาววามตลอด แน่นอนว่ามีแค่จี้หยวนมองเห็นคนเดียว

จี้หยวนเคลื่อนปราณวิญญาณเสี้ยวหนึ่งเข้าไปในหยกฟ้าโดยไม่ลังเลอย่างช้าๆ ในสายตาเมื่อปราณวิญญาณไหลเข้าไป ภายในหยกฟ้าเหมือนมีเกลียวคลื่นล้อมรอบทั้งราวกับหมอกควัน

ประมาณสองลมหายใจ หยกฟ้าส่องแสงออกมาเล็กน้อย แสงนี้แม้แต่พวกอิ๋นจ้าวเซียนยังเห็นชัดเจน เว่ยอู๋เว่ยยิ่งกลั้นหายใจ

เห็นแค่สี่มุมสมมาตรของหยกประดับต่างปรากฏอักษรจากแสงวิญญาณตัวหนึ่ง รวมกันเป็นคำว่า ‘แดนปราชญ์ล้อมหยก’

ในใจจี้หยวนไหววูบกล่าว “ที่แท้ก็เป็นเขาล้อมหยก!”

สองมืออวบอ้วนใต้โต๊ะของเว่ยอู๋เว่ยจับเสื้อแน่น อาศัยสิ่งนี้มาสยบความตื่นเต้นอันรุนแรง แม้แต่มือขวาซึ่งบาดเจ็บยังไม่สนใจ

‘แดนปราชญ์ล้อมหยก’ สี่คำเว่ยอู๋เว่ยเห็นชัดแจ้ง ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา แน่นอนว่าคาดเดาได้ไม่ยาก ‘เขาล้อมหยก’ ซึ่งจี้หยวนพลั้งปากออกมาคงเป็นชื่อจริง

‘หรือกล่าวได้ว่า! หรือกล่าวได้ว่า! สมบัติตกทอดตระกูลเว่ยของข้าเป็นสมบัติจริง! วาสนามรรคเซียน!’

มีหยกสมบัติตกทอดมาหลายรุ่น ปัจจุบันคำพูดเดียวรู้แจ้ง

………….

[1] หยกทรงเหรียญ คือ หยกประดับมงคลทรงเหรียญจีนโบราณ มีรูตรงกลาง

Facebook Twitter Telegram Pinterest
เซียนหมากข้ามมิติ

เซียนหมากข้ามมิติ

ChronoGo, Lan Ke Qi Yuan, Lạn Kha Kỳ Duyên, Special Destiny Of Rotten Ke, The Board of Lanke, Kismet of the Lanke Piece, Lanke Chess Edge, The Board Of Lanke, 烂柯棋缘, 난가기연
Score 9.1
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: ต้นฉบับ: 1021 Chapters (จบแล้ว)
จี้หยวน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปร่วมกิจกรรมค่ายพักกลางแจ้ง ระหว่างเดินชมต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาพบกระดานหมากบนตอไม้กลางป่า พอจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกลับปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ คิดว่าแบตหมดแล้วจึงรีบกลับไปหาแบตสำรองที่ค่าย แต่พอกลับไปถึงที่ตั้งค่าย กลับไม่มีคนในบริษัทอยู่สักคน แม้แต่เต็นท์ก็หายไปหมด.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset