📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี เซียนหมากข้ามมิติ – ตอนที่ 2

บทที่ 2 - ทรมานจิตใจ
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ทีมช่วยค้นหาของเขาหัวโคทำงานต่อเนื่องมาสามสัปดาห์จึงสิ้นสุด ฉากจบทำให้ผู้คนรู้สึกเศร้าสร้อย สุดท้ายก็ช่วยจี้หยวน ชายหนุ่มสุขภาพดีวัยยี่สิบสี่ปีกลับมาไม่ได้ สาเหตุหลักของการตายคือร่างกายขาดน้ำ หรือก็คือเสียชีวิตเพราะขาดน้ำ

จากคำบอกเล่าของทีมช่วยค้นหาสองคนที่พบจี้หยวน ตอนนั้นฟ้ามืดสลัวเล็กน้อยจึงมองเห็นไม่ถนัด แต่ตอนแรกที่พบจี้หยวนเขายังเอ่ยปากพูดได้ หลังจากเป็นลมจึงรีบส่งโรงพยาบาลทันที แต่ระหว่างทางไปโรงพยาบาลกลับขาดใจ ไม่อาจช่วยชีวิตกลับมาได้

เรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อเขาหัวโคและบริษัทซึ่งจี้หยวนสังกัดอยู่ไม่น้อย แต่ผู้ได้รับความสะเทือนใจมากที่สุดคือพ่อแม่และญาติพี่น้องของจี้หยวน

แต่ทั้งหมดนี้จี้หยวนล้วนมองไม่เห็นแล้ว

ทั่วร่างเจ็บปวดหาใดเปรียบ…ร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อน…

นี่คือความรู้สึกแรกหลังจากจี้หยวนรู้สึกตัวตื่น

สมองสับสนงงงวย ความคิดไม่ค่อยฉับไว มีแค่ความรู้สึกเจ็บปวดเหมือนถูกเข็มแทงทั้งตัวอัดแน่น

ร่างไม่อาจขยับ ปากไม่อาจพูด ตามองไม่เห็น ถึงขั้นว่าแม้แต่ความรู้สึกต่อโลกภายนอกยังเลือนรางยิ่ง รับรู้แค่ความเจ็บปวดที่เด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

ก็ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดความเจ็บปวดแสนทรมานนั้นก็หายไปทีละน้อย

หลังจากผ่านความทรมานครานี้ ทั้งตัวจี้หยวนอ่อนแรงหอบหายใจอยู่บนพื้นเหมือนโคลนตมกองหนึ่ง หลังจากผ่อนคลายลงสักพักก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ความรู้สึกท่อนล่างแข็งทื่อเย็นเยียบค่อนข้างราบเรียบ ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงแน่ กลับเหมือนนอนบนพื้น อุณหภูมิโดยรอบต่ำเล็กน้อย ทั้งมีลมหนาวพัดแผ่วเบามาเป็นพักๆ หนาวจนจี้หยวนตัวสั่น

แต่ทำได้แค่ตัวสั่นเล็กน้อย จี้หยวนพบว่าตอนนี้ตนยังขยับไม่ได้ นอกจากหอบหายใจแล้ว แม้แต่ตายังลืมไม่ขึ้น ความรู้สึกนี้เหมือน ‘ผีอำ’ ที่เล่าลือกันอยู่บ้าง แต่มีความแตกต่างกัน อย่างน้อยก็ไม่รู้สึกว่าร่างกายได้รับแรงกดดันอะไรเป็นพิเศษ

หลังจากฟื้นฟูการเชื่อมโยงความคิดและความรู้สึกของร่างกาย จี้หยวนอยู่ในสภาพหวาดกลัวตลอด

เห็นชัดว่าตนไม่ได้อยู่ที่บ้านหรือโรงพยาบาล โดยรอบไม่มีเสียงคนอื่น หากพูดถึงเสียงก็ได้ยินแค่เสียงแมลงและเสียงนกเป็นครั้งคราว จมูกได้กลิ่นความชื้นรางๆ

นี่ทำให้จี้หยวนอดสงสัยไม่ได้ว่าตนนอนอยู่บนถนนนอกชานเมืองสักแห่งหรือไม่ หรืออาจเป็นสถานที่ย่ำแย่ยิ่งกว่านั้น

ถึงขั้นเป็นไปได้ว่าตนอาจถูกคนลักพาตัว ทั้งถูกฉีดยาทิ้งไว้ภายในโกดังร้างสักแห่ง

ระหว่างกระวนกระวายไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ไม่มีคนมา ไม่มีรถผ่าน มีแค่ความเงียบไม่เปลี่ยนแปลง

จี้หยวนเพิ่งพบว่าการรับรู้ทางเสียงของตนเหมือนเปลี่ยนเป็นฉับไว เสียงนกและแมลงที่สูงต่ำต่างกันพวกนั้นเปลี่ยนเป็นชัดเจนผิดปกติ

บางครั้งถ้าจี้หยวนไม่ถูกความคิดฟุ้งซ่านและว้าวุ่นใจมากระทบ ยามได้ยินเสียงหรีดหริ่งเรไรยังสังเกตเห็นได้ค่อนข้างแม่นยำว่าพวกมันอยู่ตรงไหน ถึงขั้นพอรู้ว่าระหว่างทั้งสองอยู่ห่างกันเท่าไหร่

แม้ว่าการรับรู้ทางเสียงที่โดดเด่นเช่นนี้จะน่าอัศจรรย์ แต่จี้หยวนกลับหวั่นใจและกลัดกลุ้มขึ้นเรื่อยๆ

จี้หยวนไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรกันแน่ แต่คิดว่าผ่านไปนานมากแล้ว ระหว่างนี้ไม่มีใครมาอยู่ข้างกาย ต่อให้ถูกลักพาตัวมาจริงก็ดี!

กอปรกับร่างกายไม่อาจขยับและลืมตาไม่ขึ้น ความรู้สึกเช่นนี้น่ากลัวยิ่งกว่าถูกขังอยู่ในห้องมืดเล็กๆ เพื่อไม่ให้ตนถูกบีบจนเป็นบ้า จี้หยวนได้แต่ใคร่ครวญสถานการณ์ไม่หยุด นึกคิดในใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ข้ามไปตอนหมดสติ ความทรงจำสุดท้ายหยุดอยู่ช่วงเจอคนริมลำธารนั่น ตอนนั้นตนสลบไปแต่ยังได้ยินเสียงอุทานของทั้งสองคน

ทั้งสองคนบอกว่ามาตามหาผู้สูญหายเกือบเดือนแล้ว ถ้ามองจากชุดเครื่องแบบที่พวกเขาสวมใส่ ทั้งสองคนน่าจะเป็นทีมช่วยค้นหา แต่ทำไมตนไม่อยู่โรงพยาบาลแล้วมาอยู่ที่นี่

ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น หรือทีมช่วยเหลือสองคนนี้มีบางอย่างผิดปกติ

คำถามพวกนี้จี้หยวนแค่ใคร่ครวญและคาดเดา ย้ายความคิดไปตรงอื่น

สิ่งสำคัญซึ่งไม่อาจมองข้ามที่สุดก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าคือกระดานหมากประหลาดนั่น ถ้าไม่มีกระดานหมากนั่น ทุกอย่างนี้คงไม่เกิดขึ้น

เมื่อก่อนหากจี้หยวนเป็นผู้เชื่อว่าไม่มีเทพเจ้า เช่นนั้นก็เห็นชัดว่าตอนนี้จี้หยวนเปลี่ยนความคิดแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นการหายไปของค่ายบริษัทหรือคำพูดของทีมค้นหาช่วยเหลือสองคนหลังจากออกมา รวมถึงตอนร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงในเวลาอันสั้นนั้น ล้วนเป็นความจริงที่จี้หยวนประสบด้วยตัวเอง สองอย่างแรกอาจมีโอกาสที่จะเป็นการหลอกลวง แต่การเปลี่ยนแปลงทางกายกลับเป็นเรื่องจริง

หรือพูดได้ว่าในสายตาคนนอกตอนนั้นตนหายตัวไปเกือบเดือนจริงๆ แต่ตัวเขากลับรู้สึกว่าผ่านไปแค่ไม่กี่นาทีหรือสั้นกว่านั้น

นี่ทำให้จี้หยวนนึกถึงนิทานที่คุณปู่เคยเล่าตอนเด็กอย่างอดไม่ได้

ลือว่าสมัยโบราณมีคนตัดฟืนผู้หนึ่ง วันหนึ่งขึ้นเขาตัดฟืนแล้วเจอตาเฒ่าสองคนเล่นหมากอยู่กลางป่า

คนตัดฟืนจึงวางฟืนกับขวานไว้ข้างต้นไม้ ยืนอยู่ด้านข้างคิดดูชายชราสองคนเล่นหมากกันสักพัก ชายชราคนหนึ่งยังยิ้มพลางแบ่งลูกท้อครึ่งหนึ่งให้เขากินดับกระหายคลายหิวด้วย

หลังจากมองดูอยู่นาน ชายชราพลันหันมากล่าวกับคนตัดฟืน ‘เจ้าควรกลับบ้านแล้ว’

คราวนี้คนตัดฟืนจึงตกใจว่าท้องฟ้ามืดแล้ว เมื่อยื่นมือไปหยิบหาบฟืนและตัวขวานกลับพบว่าฟืนไม่อยู่ ด้ามขวานตัดฟืนเปื่อยยุ่ย เหลือแค่ขวานสนิมเขรอะเกินทน

คนตัดฟืนประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูกรีบเดินกลับบ้านตามทางภูเขาที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกใหม่ ลักษณะหมู่บ้านเปลี่ยนไปมาก ภายในหมู่บ้านยากจะเจอใบหน้าคุ้นตาสักคน

เมื่อลองถามโดยละเอียด คนตัดฟืนเพิ่งรู้ว่าตนถึงกับอยู่กลางภูเขามาหกสิบปี คนทางบ้านล้วนคิดว่าตนถูกสัตว์กินไปเมื่อปีนั้น พ่อแม่ผู้อาวุโสในบ้านเสียชีวิตกันนานแล้ว…

นิทานเรื่องนี้เป็นหนึ่งในนิทานที่จี้หยวนชอบมากตอนเด็ก เล่าลือว่าชายชราในเรื่องเป็นเซียนสองคน แหล่งกำเนิดของนิทานยังมีเขาขวานผุที่โด่งดังด้วย

แน่นอนว่าสถานที่ซึ่งจี้หยวนกับเพื่อนร่วมงานไปตั้งค่ายกลางแจ้งไม่ใช่เขาขวานผุ แต่เป็นเขาหัวโค ส่วนต้นไม้เก่าแก่ กระดานหมาก ขวานขึ้นสนิมที่จี้หยวนเห็นล้วนสอดคล้องกับตำนานกระดานหมากขวานผุ

หากกล่าวโดยยึดตามเรื่องนี้ ย่อมอธิบายได้ไม่ยากว่าเหตุใดจี้หยวนถึงรู้สึกว่าเพิ่งผ่านไปเพียงไม่นาน แต่กาลเวลาข้างนอกกลับผันผ่านไปเกือบเดือนแล้ว

โชคของจี้หยวนมีทั้งดีและแย่กว่าคนตัดฟืน ดีที่เขาอยู่ไม่นานก็ออกมา ข้างนอกเพิ่งผ่านไปเกือบเดือน ชีวิตยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก สิ่งที่แย่คือไม่มีเซียนมอบโอสถวิเศษอะไรให้เขากิน ดังนั้นเท่ากับไม่ได้กินไม่ได้ดื่มมาเกือบเดือน ไม่ตายทันทีถือว่าสวรรค์คุ้มครองแล้ว

ยามนี้จี้หยวนยังไม่รู้ความจริงว่าตนตายไปแล้ว

แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น การเชื่อมโยงเรื่องทุกอย่างนี้ไม่ได้ใช้เวลานานเท่าไรนัก จี้หยวนถูกความเดียวดาย ตื่นตระหนก และกลัดกลุ้มปกคลุมอีกครั้ง ต่อให้ฝืนบังคับตัวเองไปคิดและใคร่ครวญเรื่องพวกนั้นมากขึ้นหน่อย แต่ความรู้สึกกดดันนั่นกลับรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ไม่มีใครพูด ไม่มีเสียงเท้า ไม่มีคนมา…

เวลาเนิ่นนานเช่นนั้น ไม่มีใคร ไม่มีใครเลย…

ภายใต้สถานการณ์ชวนวิตกกังวล ตอนนี้จี้หยวนลืมเรื่องเวลาแล้ว ไม่รู้ว่าผ่านไปหนึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งวัน ไม่ฝืนบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์อีก

มิน่าถึงมีคุกของประเทศทางตะวันตกบางแห่ง ลงโทษสถานหนักด้วยการขังนักโทษไว้ในห้องมืดเล็กๆ นี่คือการทรมานจิตใจผู้คนอย่างรุนแรง

สภาพของจี้หยวนตอนนี้ไม่ห่วงว่าใครลักพาตัวตนแล้ว เปลี่ยนเป็นตั้งตารอโจรลักพาตัวให้รีบมาหน่อย แค่ได้ยินเสียงก่นด่าสาปแช่งของพวกเขาหรือมาเตะตนสักรอบก็ดี

แต่ยังไม่มีใคร ไม่มีใครมาเลย!

‘รีบมาสักคนเถอะ! รีบมาสักคนเถอะ! ใครก็ได้ทั้งนั้น!’

จี้หยวนตะโกนในใจนับครั้งไม่ถ้วน สิ่งที่เขากลัวที่สุดคือไม่มีโจรลักพาตัว ตนเป็นลมตรงทุ่งรกร้างนอกชานเมืองอย่างโดดเดี่ยวเช่นนี้ นอกจากสัตว์ป่างูแมลงแล้วไม่มีใครมาอีก…

Facebook Twitter Telegram Pinterest
เซียนหมากข้ามมิติ

เซียนหมากข้ามมิติ

ChronoGo, Lan Ke Qi Yuan, Lạn Kha Kỳ Duyên, Special Destiny Of Rotten Ke, The Board of Lanke, Kismet of the Lanke Piece, Lanke Chess Edge, The Board Of Lanke, 烂柯棋缘, 난가기연
Score 9.1
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: ต้นฉบับ: 1021 Chapters (จบแล้ว)
จี้หยวน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปร่วมกิจกรรมค่ายพักกลางแจ้ง ระหว่างเดินชมต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาพบกระดานหมากบนตอไม้กลางป่า พอจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกลับปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ คิดว่าแบตหมดแล้วจึงรีบกลับไปหาแบตสำรองที่ค่าย แต่พอกลับไปถึงที่ตั้งค่าย กลับไม่มีคนในบริษัทอยู่สักคน แม้แต่เต็นท์ก็หายไปหมด.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset