📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี เซียนหมากข้ามมิติ – ตอนที่ 134

บทที่ 134 - ปราณสียี่เข่งกระจ่าง
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

วันต่อมา ตอนที่อิ๋นจ้าวเซียนและสื่ออวี้เซิงตื่นนอนและล้างหน้าล้างตา ชายชราตระกูลเฉินบอกว่าจี้หยวนพายเรือออกไปแล้ว รอพวกเขาอยู่ที่ท่าเรือจ้วงหยวน

เทียบกับพาพวกเขาพายเรือไปที่ท่าเรือจ้วงหยวนแล้วค่อยไปยังฝั่งตรงข้าม พบกันที่ท่าเรือจ้วงหยวน จากนั้นรายงานบนฝั่งเพื่อข้ามไปฝั่งตรงข้ามดีกว่ามาก

หลังจากกินข้าวเช้าที่บ้านตระกูลเฉินแล้ว เฉินจิ่งหง บุตรชายของชายชรานำทางบัณฑิตทั้งสองมุ่งหน้าสู่ท่าเรือจ้วงหยวน เดิมคิดจะนั่งรถเทียมวัว แต่ความเร็วเท่านั้นมิสู้เดินไปอยู่แล้ว

เดิมทีเฉินจิ่งหงเป็นชาวบ้าน บัณฑิตสองคนก็เคยผ่านการฝึกฝนเดินเท้าไกลโขเพื่อไปสอบ ฝีเท้าของทั้งสามคนจึงไม่ช้า แค่หนึ่งชั่วยามกว่าก็เดินครบระยะทางสิบกว่าลี้แล้ว

ยิ่งเข้าใกล้ท่าเรือจ้วงหยวน ผู้คนก็ยิ่งมากขึ้น ราวกับมีคนเดินรวมกลุ่มจากถนนทั้งสี่ทิศแปดทางมาถึงที่นี่ ไม่ใช่ขบวนก้งซื่อทั้งหมด ที่มากกว่านั้นเป็นคนที่มาสักการะเทพีแม่น้ำที่ศาลเทพแม่น้ำของที่นี่

ยังไม่ทันถึงท่าเรือจ้วงหยวน ชายหนุ่มตระกูลเฉินหยุดฝีเท้า ชี้สถานที่สองแห่งข้างหน้าแล้วพูดกับบัณฑิตทั้งสอง

“สิ่งปลูกสร้างกำแพงสีขาวอิฐสีดำตรงนั้นก็คือศาลเทพแม่น้ำเทียมฟ้า แม้ไม่ใช่ศาลที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำทั้งสาย แต่กำยานกลับไม่เป็นรองใคร โดยเฉพาะบัณฑิตอยู่ท่องตำราที่นี่ไม่น้อย ส่วนตรงนี้ก็คือท่าเรือจ้วงหยวน ท่านจี้จะต้องเทียบท่าเรือเล็กทางเหนือเป็นแน่ พวกท่านไปหาเขาเถอะ!”

เฉินจิ่งหงพูดจบแล้วก็เตรียมจากไป เขาไม่มีธุระอะไรที่นั่น ไม่จำเป็นต้องตามไปจนถึงที่สุด

“ขอบคุณพี่ใหญ่เฉินที่มาส่ง!”

“ใช่ ขอบคุณพี่ใหญ่เฉิน วันหน้าข้าสื่ออวี้เซิงเป็นขุนนางแล้วจะต้องตอบแทนพวกท่านแน่นอน!”

“ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ดี ขอให้ท่านทั้งสองรุ่งเรือง ข้าขอตัวก่อนแล้ว รักษาตัวด้วย!”

เฉินจิ่งหงยิ้ม เห็นสองคนประสานมือก็ประสานมือกลับตามมารยาทและหันหลังจากไป บัณฑิตเยี่ยงนี้เขาเห็นมามากแล้ว แต่ละคนล้วนใฝ่ฝันว่าผ่านท่าเรือจ้วงหยวนแล้วตนเองจะได้เป็นจอหงวนคนหนึ่ง

อิ๋นจ้าวเซียนและสื่ออวี้เซิงรอจนเฉินจิ่งหงไปแล้ว ถึงคว้ากระเป๋าตำราตนเองแน่นขนัด เดินไปยังท่าเรือจ้วงหยวนท่ามกลางลมเย็นเอื่อย พวกเขาใช่ว่าไม่อยากไปดูศาลเทพแม่น้ำ ทว่าไม่อยากให้จี้หยวนรอนาน

ทั้งสองคนต่างก็เคยเห็นท่าเรือของจังหวัดชุนฮุ่ย ท่าเรือจ้วงหยวนนี้ด้อยกว่าท่าเรือจังหวัดชุนฮุ่ยในสายตาของพวกเขาไปโดยปริยาย ทว่าเมื่อมองท่าเรือที่เห็นอยู่เลือนรางฝั่งตรงข้าม ตรงนั้นเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของจังหวัดจิงจี กว้างใหญ่ยิ่งกว่าท่าเรือนอกจังหวัดชุนฮุ่ย

กระนั้น เรือไม่มากเท่าจังหวัดชุนฮุ่ย นั่นเป็นศูนย์กลางการขนส่งอย่างแท้จริง มีเรือดอกไม้น้อยมาก กอปรกับตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูหนาว เรือขนส่งสินค้าก็มีไม่มากเช่นกัน นานๆ ครั้งจะมีมาเทียบท่าสักลำ

เรือประทุนจอดอยู่ข้างท่าเรือเล็กทางเหนือ แม้เรือทางนี้จะเล็กกว่าที่ท่าเรืออื่น แต่เรือประทุนนับว่าเป็นเรือใหญ่กว่าทั่วไปแล้ว

จี้หยวนสนอกสนใจอ่าน ‘ทฤษฎีควบคุม’ อยู่ตรงหัวเรือ ในหูคอยฟังเสียงจอแจจากท่าเรือข้ามฟากจากท่าเรือนี้

เหมือนกับเป็นเพราะท่าเรือนี้มีชื่อว่าท่าเรือจ้วงหยวน มีปราณบุ๋นสายหนึ่ง ที่นี่มีจำหน่ายสิ่งสี่ล้ำค่าในห้องหนังสือ อีกทั้งมีขายตัวอักษรและภาพวาด จี้หยวนเงยหน้าขึ้นขณะอ่านตำรา กลับพบว่าท่ามกลางปราณที่ปะปนกันมีปราณสียี่เข่งจางๆ สายหนึ่ง คล้ายกับโดดเด่นกว่าปราณมากมายพวกนั้น

‘หรือมีองค์ชายผู้เป็นที่โปรดปราณองค์ใดอยู่ที่ท่าเรือจ้วงหยวนแห่งนี้’

แม้ปราณสียี่เข่งจะจางมาก แต่กลับไม่ค่อยกลมกลืนกับสีอื่นๆ อย่างชัดเจน บ่งบอกว่าอย่างน้อยนิสัยของคนผู้นี้ยังไม่ถูกปราณเก่าเน่าและฟุ่มเฟือยของราชวงศ์ทำให้แปดเปื้อน ผู้เป็นเจ้าของปราณสียี่เข่งในตอนนี้นับว่าได้เป็นตัวอักษร ‘กระจ่าง’

จี้หยวนมุ่นคิ้วพิจารณาครู่หนึ่ง จากนั้นมองไปยังท่าเรือ

เรื่องน่าสนใจมาแล้ว ปราณยุติธรรมสง่างามของอิ๋นจ้าวเซียนเตะตาเช่นเดียวกัน และขณะที่สองปราณลอยขึ้นคล้ายกับมีการฉุดดึงบางอย่าง

‘ดูท่าจะเป็นเช่นที่คัมภีร์นอกรีตกล่าวไว้ ผู้กระจ่างปราณสียี่เข่งจะนำมาซึ่งขุนนางผู้เที่ยงธรรม!’

จี้หยวนกระโดดจากหัวเรือขึ้นไปที่ท่าเรือ เตรียมไปดูว่าจะมีการพบกันที่น่าสนใจหรือไม่

ข้างแผงขายสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือแห่งหนึ่งของท่าเรือจ้วงหยวน ชายวัยสามสิบกว่าปีที่นับได้ว่าหล่อเหลาเดินตามฝูงชน กำลังเดินๆ หยุดๆ ชมสิ่งรอบข้าง

ข้ารับใช้คนหนึ่งในนั้นเห็นเขาถูมือเป่าลม จึงส่งเสียงถามด้วยความเป็นห่วงทันที

“คุณชายสาม หากท่านรู้สึกหนาว พวกข้าจะไปที่เรือ ในนั้นมีเตาอุ่นและผ้าขนสัตว์…”

“เฮ้อ! เจ้ามาอีกแล้ว น่าเบื่อนัก!”

เขาโบกมือให้ข้ารับใช้หยุดพูดมาก แล้วเดินเตร่ไปข้างหน้าต่อ เดิมทีวันนี้มาดูข้างศาลเทพแม่น้ำว่ามีจารึกประณีตใหม่ๆ บ้างหรือไม่ ทว่าไม่ได้อะไรเลย จึงถือโอกาสมาดูท่าเรือจ้วงหยวนแห่งนี้

บัณฑิตที่เข้ามาสอบที่เมืองหลวงจะรวมตัวกันมากที่สุดในช่วงเวลานี้ ล้วนเป็นผู้ที่สอบผ่านจากแต่ละรัฐด้วยความสามารถ นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่ได้เห็นการแสดงออกของนักวิชาการที่มีพรสวรรค์เหล่านี้ในแต่ละด้าน หากค้นพบคนที่น่าสนใจสักหนึ่งหรือสองคนก็ยิ่งน่าสนุก

ตอนนี้เอง ชายหนุ่มมองเห็นอิ๋นจ้าวเซียนและสื่ออวี้เซิงที่แบกกล่องตำราเดินมาที่ท่าเรือพอดี ดูจากท่าทางหนาวเหน็บจนมือและใบหน้าขึ้นสีแดงแล้ว พวกเขาเดินมาเองเลยกระมัง

ตลาดที่อยู่ใกล้ท่าเรือจ้วงหยวนที่สุดห่างออกไปสามสิบลี้ หมู่บ้านที่อยู่ใกล้ๆ ละแวกนี้ก็ห่างออกไปยี่สิบลี้ บัณฑิตที่เดินต้านลมหนาวมาไกลในเวลาเช้าตรู่เยี่ยงนี้ อย่างน้อยวันนี้ก็มีสองคนนี้แหละ

เขาชี้บัณฑิตสองคนและพูดกับคนข้างๆ “พวกเจ้าว่าสองคนนี้เดินมาหรือนั่งรถม้ามา”

ข้ารับใช้ข้างๆ จ้องมองบัณฑิตที่ห่างออกไปไม่ได้ หลังจากนั้นครู่หนึ่งค่อยเอ่ยปากตอบ

“เรียนคุณชายสาม แม้ฝีเท้าสองคนนี้นับว่ามั่นคงแต่กลับอ่อนแรง เดินเท้ามาไกลอย่างแน่นอน ความเหนื่อยล้าชัดแจ้ง”

ชายหนุ่มร้องรับเสียงหนึ่ง พบว่าสองคนนี้กำลังเดินมาทางนี้เช่นกัน ระหว่างนั้นก็มองข้าวของอย่างตัวอักษรและภาพวาดที่อยู่บนแผงขายข้างทาง ทว่าไม่ได้หยุดฝีเท้าเลย

ตอนที่พวกเขากำลังจะเดินผ่านชายหนุ่ม อิ๋นจ้าวเซียนพลันหยุดลงมองไปทางเขา จากนั้นเดินไปข้างหน้าสองสามก้าวอย่างไม่รู้ตัว จนถึงพื้นที่อันตรายแห่งหนึ่ง ทำเอาข้ารับใช้หลายคนข้างกายชายหนุ่มหรี่ตามองโนเวลกูดอทคoม

สายตาดุดันของใครหลายคนรวมอยู่ตรงนี้ มองจนสื่ออวี้เซิงอกสั่นขวัญแขวน รีบไปรั้งอิ๋นจ้าวเซียนไว้

“บัณฑิตท่านนี้ บนใบหน้าข้ามีอะไรหรือ”

ชายหนุ่มถามอิ๋นจ้าวเซียน บวกกับสื่ออวี้เซิงรั้งไว้ คราวนี้ถึงทำให้เขาคล้ายกับตื่นจากนิทรา รีบกล่าวขอโทษไม่ขาดปาก

“ขออภัย เมื่อครู่ข้าคนแซ่อิ๋นใจลอย เห็นคุณชายท่านนี้แล้วรู้สึกคุ้นหน้า ทว่าไม่เคยพบกันมาก่อนแน่นอน เพียงคิดว่าแปลกนัก…”

เสียงพูดของอิ๋นจ้าวเซียนเบาลง พบว่าข้ารับใช้สองคนของอีกฝ่ายยืนอยู่ข้างหลังตนเองและสื่ออวี้เซิงแล้ว ส่วนอีกสองคนพลันจับแขนพวกเขาไว้ ก่อนที่คนข้างหลังจะตรงเข้ามาเปิดกล่องตำราค้นดู

“พวกเจ้าทำอะไร หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!”

สื่ออวี้เซิงตะโกนเสียงดังอย่างขวัญหาย อิ๋นจ้าวเซียนสงบนิ่งกว่าแต่สีหน้าไม่ค่อยน่ามอง ตนเองแค่มองอีกฝ่ายไม่กี่ครั้งเท่านั้น ตอนนี้เขาสอดส่องสายตาไปยังท่าเรือไม่ยอมหยุด ด้วยรู้ว่าท่านจี้ต้องรออยู่แถวนั้นแน่นอน จึงไม่รู้สึกหวาดหวั่นเลยสักนิด

แผงลอยรอบข้างและคนอื่นล้วนคิดว่าปัญหาน้อยย่อมดีกว่าอย่างชัดเจน คาดว่าบัณฑิตสองคนยั่วโทสะผู้มีอำนาจบางคนเข้าเป็นแน่ สถานการณ์เช่นนี้ไม่นับว่ามีให้เห็นน้อยที่ท่าเรือจ้วงหยวน

ค้นกล่องตำราสองกล่องแล้วก็ค้นตัว ไม่พบอาวุธอะไร มีข้ารับใช้ยื่นเอกสารราชการสองชุดให้คุณชายสามผู้นั้น ฝ่ายหลังเปิดอ่านแล้วมองทั้งสองคนพลางถาม

“ใครคืออิ๋นจ้าวเซียน”

“ข้าเอง!”

ครั้นอิ๋นจ้าวเซียนตอบรับแล้ว คุณชายสามผู้นั้นพิจารณาเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจ

“เจี้ยหยวน[1]จากรัฐจีหรือนี่ น่าสนใจ…ปล่อยพวกเขา!”

ข้ารับใช้ได้ดังนั้นก็ปล่อยมือของทั้งสองคน บัณฑิตสองคนี้รีบคลำแขนเป็นอันดับแรก จากนั้นวางกล่องตำราลงเก็บตำราที่ถูกค้นกระจัดกระจายอยู่บนพื้นเมื่อครู่

คุณชายสามเหลือบเห็นชื่อตำราหลายเล่มบนพื้นดูแปลกดี จึงนั่งยองลงด้วยความใคร่รู้

“นี่คือตำรามีชื่ออะไร ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน!”

อิ๋นจ้าวเซียนมองตำราที่เขาพูดถึง ก่อนจะเอ่ยปากตอบ

“‘วาทหมู่ปักษา’ และ ‘ธรรมรู้แจ้ง’ เป็นงานเขียนของข้าน้อยเอง ไม่ใช่ตำรามีชื่ออะไรหรอก”

คุณชายสามผู้นั้นเก็บขึ้นมาจากพื้นเล่มหนึ่ง หน้าปกใช้ลายมืองดงามเขียนไว้ว่า ‘วาทหมู่ปักษา-คำตอบของปฐมบัณฑิต’ แล้วมองสามเล่มอื่นอีก ‘วาทหมู่ปักษา-บทความท่องราตรี’ ‘วาทหมู่ปักษา-ถกเถียงวัยหนุ่ม’ และ ‘วาทหมู่ปักษา-หงส์เพรียกอู๋ถง’ ดูแล้วเป็นชุดเดียวกัน

เขาพลิกตำราในมืออ่านอยู่หลายหน้า ความรู้สึกแรกคือลายมือชัดเจนงดงาม จากนั้นอ่านเนื้อหาแล้วน่าสนุกและน่าสนใจมาก

“อิ๋นเจี้ยหยวนจากรัฐจี ตำราหลายเล่มนี้ไม่ทราบว่าขายให้ข้าเป็นอย่างไร”

คุณชายสามกล่าวกับอิ๋นจ้าวเซียนอย่างจริงจัง ฝ่ายหลังและสื่ออวี้เซิงได้ฟังแล้วชะงักไปชั่วครู่

“เอ่อ…ท่านจะจ่ายเท่าไร”

ตำรานี้อิ๋นจ้าวเซียนเขียนออกมาหลายเล่มด้วยตัวเอง ตอนนี้สองคนขัดสนค่าเดินทางอยู่พอดี หากขายออกไปได้ย่อมดีอยู่แล้ว

คุณชายสามงอมือเรียกข้ารับใช้ อีกฝ่ายหยิบก้อนเงินตำลึงออกมาจากถุงเงินในกระเป๋าเสื้อสองก้อน ดูจากขนาดแล้วแต่ละก้อนอย่างน้อยน่าจะเทียบเท่าสี่หรือห้าตำลึง

“เท่านี้พอหรือไม่”

“มากเกินไป…”

“พอๆ พอแล้ว!”

อิ๋นจ้าวเซียนยังพูดไม่จบ สื่ออวี้เซิงก็แย่งตอบ ชายหนุ่มผู้นั้นยิ้มก่อนจะรับเงินจากข้ารับใช้และวางลงบนกล่องตำราของอิ๋นจ้าวเซียน จากนั้นยื่นมือออกไป ฝ่ายหลังดึงสติกลับมาได้แล้วก็รีบส่ง ‘วาทหมู่ปักษา’ สามเล่มและ ‘ธรรมรู้แจ้ง’ ให้

ตอนที่คนเหล่านั้นจากไป อิ๋นจ้าวเซียนและสื่ออวี้เซิงยังคงรู้สึกเหลือเชื่อ ขายตำราหลายเล่มนั้นไปได้สิบตำลึง คาดว่าจะผ่านฤดูหนาวในเมืองหลวงไปได้อย่างง่ายดายแล้ว

จี้หยวนคล้ายยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่มองดูความคึกคักอยู่ไกลๆ คนอื่นเห็นเรื่องวิวาทไม่เกิดขึ้นจึงแยกย้ายกันไปแล้ว แต่เขากลับมองไปยังทิศทางที่องค์ชายผู้นั้นจากไปอยู่ตลอด

ตอนที่ ‘คุณชายสาม’ รับตำราของอาจารย์อิ๋น ปราณสียี่เข่งเหนือศีรษะปั่นป่วนเล็กน้อย แม้เปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน แต่กลับรุนแรงทีเดียว

……………………….

[1] เจี้ยหยวน หมายถึง บุคคลผู้สอบได้ในตำแหน่งที่หนึ่งในการสอบชิงตำแหน่งบัณฑิตระดับชนบทในสมัยราชวงศ์ชิงและหมิง

Facebook Twitter Telegram Pinterest
เซียนหมากข้ามมิติ

เซียนหมากข้ามมิติ

ChronoGo, Lan Ke Qi Yuan, Lạn Kha Kỳ Duyên, Special Destiny Of Rotten Ke, The Board of Lanke, Kismet of the Lanke Piece, Lanke Chess Edge, The Board Of Lanke, 烂柯棋缘, 난가기연
Score 9.1
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: ต้นฉบับ: 1021 Chapters (จบแล้ว)
จี้หยวน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปร่วมกิจกรรมค่ายพักกลางแจ้ง ระหว่างเดินชมต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาพบกระดานหมากบนตอไม้กลางป่า พอจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกลับปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ คิดว่าแบตหมดแล้วจึงรีบกลับไปหาแบตสำรองที่ค่าย แต่พอกลับไปถึงที่ตั้งค่าย กลับไม่มีคนในบริษัทอยู่สักคน แม้แต่เต็นท์ก็หายไปหมด.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset