📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี เซียนหมากข้ามมิติ – ตอนที่ 101

บทที่ 101 - หลักการสร้างหมาก
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ยามฝนตกหนักขึ้นทีละน้อย จี้หยวนสวมชุดเขียวร่ายกระบี่ ชุดคลุมยาวแขนกว้างไม่เพียงไม่ส่งผลต่อความแคล่วคล่องของการออกกระบี่ กลับทำให้โดดเด่นอย่างยิ่ง ไม่อ่อนแอหรือแข็งกร้าวเกินไป

คล้ายไม่มีกระบวนท่าหรือท่าร่างตายตัวใดๆ หยาดฝนร่วงหล่นเหมือนถูกเส้นไหมไร้รูปนับไม่ถ้วนชักนำ พลิ้วไหวตามอานุภาพกระบี่ยามหมุนตัว กายจิตประสาน กระบี่หมุนวนตามใจ

ทุกหยาดฝนคือกระบี่ ทุกกระบี่กลายเป็นหยาดฝน

บางทีอาจผ่านไปแค่ไม่กี่ลมหายใจ หรืออาจผ่านไปประมาณหนึ่งถ้วยชา เมื่อจี้หยวนร่ายกระบี่เสร็จ สะบัดแขนเสื้อหมุนตัวกลับมายืนมือไพล่หลัง ยามนี้น้ำฝนข้างกายเป็นวงกลมตามการหมุนตัวของจี้หยวน ตรงเท้าเขาเกิดเกลียวคลื่นทรงวงแหวนกว้างหนึ่งจั้ง จากนั้นค่อยหายไปกับน้ำฝนบนพื้นช้าๆ

แม้ว่าหยุดกระบี่แล้ว แต่น้ำฝนร่วงหล่นกลับหลบห่างจากจี้หยวน ตกลงข้างกายไหลไปข้างฝ่าเท้า

จี้หยวนมองคนตระกูลจั่วภายในห้องรับแขก

“นี่คือเจตเทพมังกรเหิน ไม่มีกระบวนท่าหรือแบบแผน สามารถหลอมรวมวิชายุทธ์ทั่วหล้าไว้ภายใน หยั่งรู้ได้หรือไม่ หยั่งรู้ได้เท่าไหร่ก็อยู่ที่พวกเจ้าแล้ว”

พูดจบจี้หยวนเดินมากลางฝน ยามก้าวเข้าโถงรับแขกใหม่อีกครั้ง ใต้ฝ่าเท้ากลับไม่มีรอยน้ำแม้แต่น้อย เสื้อผ้าบนตัวไม่เปียกชื้นเช่นกัน

ในเมื่อครั้งนี้ต้องเป็นผู้สูงส่งมรรคเซียน ย่อมต้องวางท่ามากพอเป็นธรรมดา

คนตระกูลจั่วกับผู้เฒ่าเหยียนเหมือนยังไม่ดึงสติกลับมาจากเซียนร่ายกระบี่อัศจรรย์ยิ่งยวดเมื่อครู่ ยังคงมองไปนอกห้องอย่างเหม่อลอย คล้ายว่าเงามายายังร่ายกระบี่อยู่กลางสายฝน

ครู่ใหญ่จั่วป๋อหรันดึงสติกลับมาเป็นคนแรก จากนั้นพวกจั่วโย่วเทียนกับจั่วโย่วซินค่อยดึงสติกลับมา เด็กสองคนมองฝนอย่างอึ้งงันอยู่บ้าง ส่วนคนตระกูลจั่วไม่มีใครพูดสักคน กระทั่งเด็กสองคนดึงสติกลับมายืนพิงข้างกายมารดา คนตระกูลจั่วกับผู้เฒ่าเหยียนจึงกล้าหายใจเฮือกใหญ่

จี้หยวนกลับนั่งดื่มชาอยู่หน้าโต๊ะ ยังยกกาน้ำชารินให้ตัวเองต่อ รอคนตระกูลจั่วดึงสติกลับมาจนครบ เขาจึงยิ้มไปทางพวกเขา

เห็นผู้เฒ่าเหยียนเผยสีหน้าอักอ่วน จี้หยวนรีบกล่าวทักเขาเล็กน้อย

“ผู้เฒ่าเหยียนไม่ต้องกังวล ท่านไม่เคยช่วงชิงอะไรจากตระกูลจั่ว ข้าไม่ถือสาว่าท่านคอยสังเกตอยู่ข้างๆ ใครเล่าจะมีความเห็น นั่งลงดื่มชาเถอะ!”

“ขอบคุณที่ให้ข้าชมท่านร่ายกระบี่”

ผู้เฒ่าเหยียนปั้นหน้าประสานมือก่อนนั่งลงบนเก้าอี้ของตน รีบยกถ้วยชาขึ้นดื่มเพื่อปลอบขวัญอึกหนึ่ง ความจริงเขารู้ความสำคัญของเซียนร่ายกระบี่ยิ่งกว่าคนตระกูลจั่ว

แม้ว่าร้านตระกูลเหยียนผนึกเตาหลอมกระบี่พิเศษใบนั้นมานานแล้ว แต่ชาตินี้ผู้เฒ่าเหยียนยังถือว่าหลอมกระบี่มาครึ่งชีวิต แน่นอนว่าย่อมมีความเห็นส่วนตัวต่อวิชากระบี่

ได้แต่ทอดถอนใจว่า ‘เจตกระบี่เซียนอัศจรรย์ ปุถุชนยากเสาะหา!’

แม้ว่าตอนนี้คนตระกูลจั่วดึงสติกลับมา แต่ยังดื่มด่ำกับภาพกลางสายฝนเมื่อครู่ จำการเคลื่อนไหวของจี้หยวนไม่ได้โดยสิ้นเชิง แต่กลับไม่ขัดขวางการสัมผัสความรู้สึกนั้น

หลังจากนั้นครู่หนึ่งคนตระกูลจั่วยืนกลางห้องรับแขก โค้งตัวเก้าสิบองศาเพื่อคารวะพร้อมกันภายใต้การนำของจั่วป๋อหรัน แม้แต่เด็กสองคนยังคารวะด้วยการช่วยเหลือของบิดามารดา

“บุญคุณของท่าน ตระกูลจั่วไม่มีวันลืม พวกเราตระกูลจั่วจังหวัดจวินเทียน ขอบูชาท่านเซียนชั่วกาล!”

เสียงจั่วป๋อหรันยังเปี่ยมพลังยิ่ง ทั้งจริงจังและเคร่งขรึม

คำพูดนี้จี้หยวนฟังแล้วกระหยิ่มยิ้มย่อง แต่เขาไม่มีความคิดให้ผู้คนตั้งศาลกราบไหว้บูชา

“เอาเถิด สำหรับพวกเจ้าเรื่องนี้ถือว่าจบสิ้น แต่สำหรับข้ายังไม่สิ้นสุด ก็ไม่รู้ว่าเทพหลักเมืองจังหวัดจวินเทียนนี้พูดด้วยง่ายหรือไม่!”

จี้หยวนส่ายหัวยิ้มน้อยๆ ในเมื่อพูดแล้วย่อมต้องไปทำตามสัญญา

ความจริงน่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถึงอย่างไรตระกูลจั่วก็มีประกาศิตบัญชาของเขาอยู่ จิตวิญญาณย่อมผ่องแผ้ว ยิ่งยากจะเป็นพวกชั่วร้ายอะไร สั่งสมคุณธรรมความดีมากหน่อย เดิมก็มีความไปได้ไม่น้อยว่าหลังตายจะถูกเลือกเป็นเจ้าหน้าที่ของศาลมืดหลักเมือง

จี้หยวนแค่ไปเยี่ยมเยียนตามมารยาท ถึงขั้นไม่ต้องพบเทพหลักเมือง ขอแค่เจอหนึ่งในผู้พิพากษา กล่าวถึงความสัมพันธ์กับตระกูลจั่ว ศาลมืดหลักเมืองจังหวัดจวินเทียนมีโอกาสสูงว่าจะเห็นแก่หน้าจี้หยวน

ไม่ได้ขัดหลักการบอกให้พวกเขาเลือกคนชั่วร้าย ถ้าเป็นผีดีเหมือนกัน มีผู้ฝึกเซียนอย่างจี้หยวนรับรอง มีหรือจะไม่ถือโอกาสแสดงน้ำใจ เมื่อไม่ขัดหลักการศาลมืดย่อมเห็นแก่ความสัมพันธ์ได้

นี่ไม่ใช่การคาดเดาสุ่มสี่สุ่มห้าของจี้หยวน แต่คัมภีร์นอกรีตเคยเขียนไว้ชัดเจน ทั้งเป็นประสบการณ์จากการคุยเรื่องระบบกับเทพหลักเมืองหลายครั้ง แน่นอนว่ามีเจ้ากรมศาลมืดหรือเทพหลักเมืองเจ้าอารมณ์ด้วย ถ้าเจอถือว่าจี้หยวนโชคร้าย

แต่เรื่องนี้จี้หยวนยังไม่ไปคิด เขาหรี่ตาเล็กน้อย มองตัวอักษรบนโต๊ะพลางกล่าวกับคนตระกูลจั่ว

“เอาเถิด มารับประกาศิตเถอะ”

ในฐานะที่จั่วป๋อหรันเป็นเจ้าตระกูล เขาก้าวมาข้างหน้าอย่างจริงจัง สองมือยื่นไปหน้าโต๊ะด้วยต้องการรับประกาศิต แต่ก่อนหน้านั้นจี้หยวนกลับยื่นมือกดลงมา

“ข้าคนแซ่จี้เคยพูดแล้ว หากตระกูลจั่วแค่อยากใช้ชีวิตสงบสุขก็ย่อมได้ แม้ว่าประกาศิตจะดีแต่ใช่ว่าสารพัดประโยชน์ โชคเคราะห์ไร้ประตู มีเพียงมนุษย์เรียกหา อนาคตอยากก้าวสู่ยุทธภพจริง ทางที่ดีต้องยึดมั่นคุณธรรม มิฉะนั้นประกาศิตจะวิ่งหนีไปเอง!”

เสียงจี้หยวนแฝงแววหัวเราะ แต่ทุกคนภายในห้องไม่มีใครกล้าคิดว่าคำพูดที่ทำให้พวกเขากดดันประโยคนี้เป็นการพูดล้อเล่น

“ตระกูลจั่วย่อมทำตาม ไม่กล้าลืมคำสอนของท่าน!”

“ไม่มีทางลืมคำสอนของท่าน!”

คนตระกูลจั่วด้านหลังรีบคารวะแสดงความแน่วแน่หลังจากจั่วป๋อหรันกล่าวจบ

จี้หยวนย้ายมือออก จั่วป๋อหรันซึ่งหน้าผากเห็นเหงื่อเล็กน้อยรับประกาศิตด้วยสองมือ ภายในแขนเสื้อข้างขวามีหมากลวงตัวหนึ่งวาบผ่าน ทำให้จี้หยวนแอบกล่าวในใจอย่างอดไม่ได้ ‘จริงดังคาด!’

มองจั่วป๋อหรันรับเทียบอักษรถอยกลับไปกลางห้องอย่างระวัง คนตระกูลจั่วทั้งหมดพากันเข้ามาชื่นชม จี้หยวนพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ มองผู้เฒ่าเหยียนซึ่งลูบเคราอยู่ด้านข้างโนiวลกูดอทคอม

“ท่านเหยียน ฝักกระบี่ของข้าเล่า”

“หา?”

ผู้เฒ่าเหยียนมองจี้หยวนแปลกๆ จากนั้นจึงมองกระบี่เครือเขียวที่วางข้างโต๊ะ หน้าผากเห็นเหงื่อทันที เรื่องทำฝักกระบี่ไม่ได้ล้อเล่นหรอกหรือ

“ฮ่าๆๆๆ… ท่านเหยียนอย่ารีบร้อน อีกสองสามวันข้าคนแซ่จี้ค่อยมาซื้อแล้วกัน ฝักกระบี่เรียบง่ายหนึ่งฝัก ร้านตระกูลเหยียนคงใช้เวลาไม่เท่าไหร่กระมัง”

“ใช้เวลาไม่เท่าไหร่ๆ! ต้องทำให้ท่านพอใจแน่!”

ผู้เฒ่าเหยียนรีบรับปาก ต่อจากนั้นค่อยก้มหน้าใคร่ครวญว่าเตรียมฝักกระบี่แบบไหนใช้เนื้อไม้ชนิดใด เขาถึงขั้นตัดสินใจระดมคนตระกูลเหยียนทำฝักกระบี่สิบกว่ายี่สิบแบบ เพื่อให้ท่านเซียนเลือกเอง!

เมื่อผู้เฒ่าเหยียนเงยหน้าคิดบอกเรื่องนี้กับจี้หยวน แต่กลับพบว่าจี้หยวนซึ่งนั่งอยู่อีกด้านหายไปแล้ว เหลือเพียงถ้วยชาซึ่งดื่มชาจนหมดถ้วยหนึ่ง ส่วนคนตระกูลจั่วยังชื่นชมเทียบอักษรอย่างอยากรู้อยากเห็น เวลานี้ยังไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย

จี้หยวนเดินจากมากลางสายฝน นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้วิชาเลี่ยงวารีเดินกลางสายฝน แต่ยังถือโอกาสยืมร่มมาจากร้านตระกูลเหยียนด้วย

ใช่ว่าจี้หยวนรีบจากมาเพื่อไปพบเทพปฐพีแห่งศาลหลักเมืองจังหวัดจวินเทียน เขาแค่ไม่อยากพลาดทิวทัศน์งามของจังหวัดจวินเทียน

รอเมื่อเข้าใกล้เมืองจี้หยวนจึงกางร่ม เข้าเมืองด้วยลักษณะท่าทางเหมือนคนทั่วไป เดินเล่นไปโดยรอบ แยกแยะภาพจังหวัดจวินเทียนในใจ

เดินเล่นอยู่ครู่ใหญ่ สุดท้ายจี้หยวนมาถึงตรอกศาลเจ้าจังหวัดจวินเทียน เมืองส่วนใหญ่ตั้งชื่อตรอกที่มีศาลหลักเมืองอยู่ว่าตรอกศาลเจ้า เป็นตรอกสำคัญในการจัดงานศาลเจ้าและงานเซ่นไหว้ จังหวัดจวินเทียนก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

ก่อนหน้านี้ยามรับปากตระกูลจั่วเขายังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ตอนคิดเองก็รู้สึกว่าไม่มีปัญหาเช่นกัน แต่เมื่ออยู่ภายใต้สายตาเทพหลักเมืองเข้าจริง จี้หยวนกระวนกระวายอยู่บ้าง

โดยทั่วไปเทพหลักเมืองประจำจังหวัดร้ายกาจกว่าเทพหลักเมืองอำเภอมาก บริวารศาลหลักเมืองก็เยอะกว่าไม่น้อย ตัวจังหวัดขนาดจังหวัดจวินเทียนคาดว่าต้องมียี่สิบสี่กรม

จี้หยวนไม่ได้มามือเปล่า เขาเลือกซื้อขนมผลไม้เชื่อมหนึ่งกล่องจากร้านค้าตรงตรอกศาลเจ้าโดยเฉพาะ ทั้งสั่งสุราซึ่งถือว่าผ่านเกณฑ์มาสองกาก่อนรีบมุ่งหน้าไปศาลหลักเมือง

เนื่องจากเป็นวันฝนตก คนมาศาลหลักเมืองไม่มากนัก แผงขายธูปเทียนสองสามแห่งย้ายแผงรถเข็นมาอยู่ในระเบียงศาล เมื่อเห็นจี้หยวนก้าวเข้าซุ้มประตูศาลมา มีคนเร่ขายอย่างกระตือรือร้นทันที

“โอ้ คุณชายท่านนี้ มากราบเทพหลักเมืองต้องจุดธูปหน่อยกระมัง ข้ามีธูปหอมชั้นยอดอยู่ สามดอกสองอีแปะ!”

ธูป? ไม่กล้าซื้อๆ!

จี้หยวนส่ายหัวปฏิเสธ เดินเลียบระเบียงศาลผ่านตำหนักศาลเจ้าสองสามแห่ง

เมื่อมาถึงเรือนหลัก เขาไม่จุดธูปขอพรเหมือนผู้มากราบไหว้คนอื่น แต่นำขนมของเซ่นไหว้ตรงชั้นบนกล่องอาหารออกมา หลังจากบอกคนเฝ้าศาลแล้วค่อยตั้งโต๊ะบูชา ทั้งวางสุรากานั้นลงด้วย

จากนั้นจี้หยวนแค่ประสานมือไปทางรูปปั้นเทพหลักเมือง ถอยออกจากเรือนหลักมุ่งหน้าไปยังเรือนข้าง

ภายในเรือนข้างนี้มีรูปปั้นเทพมากมายนั่งอยู่ เบื้องหน้ารูปปั้นเทพมีป้ายระบุว่าเป็นเจ้ากรมสังกัดไหน แต่จี้หยวนไม่ต้องอ่านอักษร อาศัยเพียงความรู้สึกตามหาไปทีละองค์ สุดท้ายมาหยุดตรงหน้ารูปปั้นเทพของผู้พิพากษาฝ่ายบุ๋น

หากพูดว่าเจ้ากรมคนไหนของศาลมืดหลักเมืองสุภาพและพูดด้วยง่ายที่สุด ภายใต้สถานการณ์ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้พิพากษาฝ่ายบุ๋น

ผู้มากราบไหว้เรือนข้างนี้น้อยกว่ามาก วันฝนตกเช่นนี้ยิ่งไม่มีสักคน ฟังแล้วว่าบริเวณใกล้เคียงไม่มีใคร

จี้หยวนรีบนำอาหารของเซ่นไหว้ที่เหลือในกล่องออกมาทีละอย่าง วางบนโต๊ะบูชาหน้ารูปปั้นเทพ จากนั้นค่อยวางจอกสุราสองใบลง นำกาสุราออกมารินทั้งสองจอก

เมื่อทำทุกอย่างนี้เสร็จสิ้น จี้หยวนจึงหันหน้าเข้าหารูปปั้นผู้พิพากษาฝ่ายบุ๋นพลางตั้งท่าประสานมือ โคจรพลังเสริมความกังวานด้วยอักษรบัญชา กดเสียงต่ำเอ่ยปากกล่าว

“ขอเชิญผู้พิพากษาฝ่ายบุ๋นกรมสอบสวนของเทพหลักเมืองจังหวัดจวินเทียนปรากฏตัว!”

ภายในศาลมืด ผู้พิพากษาฝ่ายบุ๋นซึ่งกำลังอ่านเอกสารพลันได้ยินเสียงมรรคดังเป็นระลอก เข้าหูชัดเจนหาใดเปรียบ แต่ผู้พิพากษาฝ่ายบู๊กับเหล่าเจ้าหน้าที่วิญญาณคนอื่นที่อยู่ด้านข้างกลับไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เขารู้ว่ามีผู้สูงส่งมาเชิญทันที

Facebook Twitter Telegram Pinterest
เซียนหมากข้ามมิติ

เซียนหมากข้ามมิติ

ChronoGo, Lan Ke Qi Yuan, Lạn Kha Kỳ Duyên, Special Destiny Of Rotten Ke, The Board of Lanke, Kismet of the Lanke Piece, Lanke Chess Edge, The Board Of Lanke, 烂柯棋缘, 난가기연
Score 9.1
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: ต้นฉบับ: 1021 Chapters (จบแล้ว)
จี้หยวน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปร่วมกิจกรรมค่ายพักกลางแจ้ง ระหว่างเดินชมต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาพบกระดานหมากบนตอไม้กลางป่า พอจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกลับปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ คิดว่าแบตหมดแล้วจึงรีบกลับไปหาแบตสำรองที่ค่าย แต่พอกลับไปถึงที่ตั้งค่าย กลับไม่มีคนในบริษัทอยู่สักคน แม้แต่เต็นท์ก็หายไปหมด.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset