📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี เซียนหมากข้ามมิติ – ตอนที่ 173

บทที่ 173 - จี้หยวนลงเขา
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

เด็กที่ยังเล็กมากทว่าชาญฉลาด เป็นวัยที่สนใจใคร่รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง และเป็นวัยที่ใฝ่ฝันถึงสิ่งดีงามมากมาย

แต่ความใฝ่ฝันก่อนหน้านี้ล้วนจำกัดอยู่ที่ของอร่อยและของเล่น จำกัดอยู่ที่สิ่งของซึ่งมองเห็นและสัมผัสได้ ส่วนเรื่องอย่างพระจันทร์เต็มดวงนั้น เสี่ยวหยวนเซิงไม่ได้มีแนวความคิดอะไรมากเท่าไหร่ อย่างไรเสียคำพูดเกี่ยวกับนิมิตหมายอันดีก็มีมากมาย ครอบครัวนักล่าสัตว์เพิ่งได้บุตรชายเมื่อหลายวันก่อน เที่ยวพูดไปทั่วว่ามีเมฆเรืองรองเต็มท้องฟ้า ทว่าเสี่ยวหยวนเซิงมองเห็นเพียงท้องฟ้ามืดครึ้ม

กระนั้น ตอนนี้เว่ยอู๋เว่ยผู้เป็นบิดาไม่ใช่แค่เปิดเผยความลับหนึ่งให้เสี่ยวหยวนเซิงรู้ กลับเปิดหน้าต่างที่ยิ่งกว่าลึกลับบานหนึ่งออก

“ปีนั้นข้าเพิ่งรับตำแหน่งผู้นำตระกูล เพิ่งใช้วิธีการต่างๆ ทำให้ทั่วทั้งตระกูลเว่ยเชื่อถือและศรัทธาได้ไม่ทันไร ขณะเดินทางผ่านอำเภอหนิงอันได้ยินว่ามีจอมยุทธ์ได้หนังเสือขาวซึ่งหาได้ยาก จึงมุ่งหน้าเข้าอำเภอไปซื้อ ทว่าระหว่างทางกลับถูกลอบจู่โจมเกือบตาย…”

เขาอธิบายเสียงเบาพลางหวนรำลึก เว่ยอู๋เว่ยหันไปมองสีหน้าบุตรชายที่เอาจริงเอาจังอย่างหาใดเปรียบ

“หยวนเซิง จำผู้สูงศักดิ์สองคนของตระกูลเว่ยอาไว้นะ คนหนึ่งเป็นยอดฝีมือวิชาลับที่ช่วยชีวิตบิดาเจ้าไว้ หากไม่มีเขาก็ไม่มีโชคของตระกูลเว่ยพวกเราสืบต่อมา…มีปานขนาดใหญ่บนใบหน้า ทัณฑ์เหล็กเป็นหนึ่งเดียวกับจิตใจ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่า เพราะฝึกฝนทัณฑ์เหล็กสม่ำเสมอจึงน่าเกรงขาม…ฝึกฝนถึงขั้นทัณฑ์เหล็กได้ต้องเป็นผู้เด็ดขาดและยุติธรรม ทำอะไรรุนแรงดุจสายฟ้า รวดเร็วดุจสายลม ลงมือแล้วมีผลลัพธ์โหดร้ายเสมอ อีกทั้งไม่หวั่นไหวไปกับของนอกกาย จนถึงวันนี้ตระกูลเว่ยเรายังสืบค้นฐานะที่แท้จริงของเขาไม่พบ…หากมีโอกาสล่ะก็ บุญคุณนี้ต้องทดแทนให้ได้!”

เมื่อพูดท่อนนี้จบแล้ว เว่ยอู๋เว่ยถามบุตรชายอย่างจริงจัง

“จำไว้แล้วใช่หรือไม่”

เว่ยหยวนเซิงพยักหน้าพร้อมใบหน้าเคร่งขรึม

“จำไว้แล้ว! ท่านพ่อ แล้วผู้สูงศักดิ์อีกคนหนึ่งเล่า”

เว่ยอู๋เว่ยเหมือนกำลังรายงานให้ใต้เท้าฟังอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นบุตรชายพยักหน้าถึงเอ่ยต่อ

“อืม ผู้สูงศักดิ์คนที่สองความจริงไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเซียนชี้นำทางของพวกเราตระกูลเว่ย มีท่านเซียนผู้นี้อยู่ ถึงทำให้ตระกูลเว่ยมีโอกาสก้าวไปข้างหน้า…”

เว่ยอู๋เว่ยหยิบหยกประดับออกมาจากในออกเสื้อ ดึงดูดสายตาชองบุตรชายและภรรยาแล้ว

“หยกประดับนี้เจ้าเคยเห็นแล้ว ทว่าตอนนี้ไม่ใช่โฉมหน้าที่แท้จริงของมัน วันนั้นที่ข้าตกอยู่ในอันตราย เรื่องของเทพเทวดาทำให้จิตใจข้าหวั่นไหว ได้ยินข่าวลือแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในอำเภอหนิงอัน จึงขอเจ้าหน้าที่อำเภอนำทางข้าไปเจอบุคคลในข่าวลือนั้นสักครั้ง ซึ่งก็คือท่านจี้ที่ข้าได้พบเพียงครั้งเดียวในตอนนั้นนั่นแหละ…

ตั้งแต่ท่านจี้อาศัยอยู่ในอำเภอ ความมืดมนก็จางหายแทนที่ด้วยกลิ่นหอมเต็มตรอก…จิ้งจอกแดงเห็นท่านจี้แล้วหมอบกราบศรัทธา…จนหยกประดับส่องแสงบอกนามล้อมหยก ทำให้ตระกูลเชื่อมั่นแน่ใจ…ก่อนจากอำเภอไปต้นพุทราก็ออกผลในคืนนั้นเพื่อส่งท่านจี้…

ทุกเรื่องราวไม่เกินจริงสักนิด ทว่าเมื่ออยู่กลางบทสนทนาหลังมื้ออาหารของชาวบ้านและผู้มีประสบการณ์ ย่อมปรากฏความมหัศจรรย์ใจเลือนรางในชีวิตราบเรียบธรรมดาอย่างแน่นอน

เว่ยอู๋เว่ยพูดถึงส่วนของคนผู้นี้จบแล้ว พลันเผยสีหน้าเสียดายที่หาได้ยากยิ่ง

“แต่น่าเสียดายที่ตอนนั้นข้าได้พบหน้าท่านจี้เพียงครั้งเดียว แม้รู้แล้วว่าท่านจี้มีอภินิหาร แต่กลับยังทำความเข้าใจไม่พอเลยสักนิด ตอนที่ทำให้พ่อเจ้าตระหนักถึงจุดนี้ เป็นตอนที่อยู่ริมแม่น้ำวสันต์นอกจังหวัดชุนฮุ่ย เต่าเฒ่าน่ากลัวนั่นอิจฉาจิ้งจอกตัวหนึ่ง แม้กระทั่งริษยาและเคียดแค้นอย่างปิดบังไม่อยู่ เฮ้อ…”

ริมแม่น้ำวสันต์ ช่วงเวลาที่ทุกคนในตระกูลเว่ยเครียดเกร็งและรู้สึกเสี่ยงอันตราย รวมถึงอารมณ์พุ่งพล่านของเต่าเฒ่าในตอนนั้น เว่ยอู๋เว่ยบรรยายทุกรายละเอียดอย่างไม่ขาดตก ไม่เพียงเสี่ยวหยวนเซิงได้ฟังเป็นครั้งแรก ภรรยาเขาก็เพิ่งรู้ว่าตอนนั้นสามีตกอยู่ในอันตรายเป็นครั้งแรก จึงอดไม่ได้ที่จะกอดบุตรชายเอาไว้

อย่างไรเสียก็เป็นปีศาจในน้ำ เว่ยอู๋เว่ยก็พูดตามตรงว่าตอนนั้นเต่าเฒ่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้อยู่บ้างอย่างชัดเจน หากตอนนั้นตระกูลเว่ยตอบสนองกลับไปด้วยความรุนแรง เกรงว่าคงจะมีหายนะเกิดขึ้นไม่น้อย

“เต่าเฒ่าก็นับว่ามีบุญคุณกับตระกูลเว่ยเช่นกัน แต่ทุกคนต่างได้รับสิ่งที่ต้องการ ตระกูลเว่ยนำสุราไปมอบให้ทุกปีไม่เคยล่าช้า”

เล่าเรื่องถึงตรงนี้แล้ว เว่ยอู๋เว่ยเชื่อมคำพูดทั้งหมดของเต่าเฒ่า เปิดเผยความลับที่แท้จริงของหยกประดับของตระกูล โอกาสขอเซียนเข้าเขาล้อมหยกมีเพียงภายในยี่สิบปีนี้ และเว่ยหยวนเซิงเป็นความหวังของตระกูลเว่ย

เว่ยอู๋เว่ยเล่าความลับประมาณหนึ่งแล้ว เว่ยหยวนเซิงมีสีหน้าตื่นเต้นและใคร่รู้ ขณะเดียวกันก็เจือความกังวลและหวาดกลัวเอาไว้ด้วย

“ท่านพ่อ เช่นนั้นข้าต้องไปขอเซียนที่เขาล้อมหยกอะไรนั่นเมื่อไหร่”

“อืม พ่อจะไปกับเจ้าด้วย หากพ่ออยู่ที่นั่นด้วยได้ย่อมดีที่สุด แต่หากไม่ได้เจ้าก็ต้องพึ่งตนเองแล้ว”

เว่ยอู๋เว่ยค่อนข้างพึงพอใจในบุตรชายคนนี้ทีเดียว ราวกับไม่ว่าอย่างไรบุตรชายคนนี้ก็น่าจะเข้าเขาล้อมหยกได้ เขาถึงขนาดไม่กล้าให้เสี่ยวหยวนเซิงสัมผัสหยกประดับซึ่งส่งทอดกันในตระกูล ด้วยสงสัยมากว่าหากสัมผัสแล้วจะมีเซียนจากเขาล้อมหยกมาพาบุตรชายไป ให้เสี่ยวหยวนเซิงเรียนหนังสือภายใต้การคุ้มครองของผู้อาวุโสในตระกูลก่อนสักสองปีดีกว่า

“จริงสิ ก่อนหน้านี้ท่านพ่อเคยพูดถึงผลไม้เซียนเมื่อข้าครบเดือน นั่นคืออะไรหรือ”

เว่ยอู๋เว่ยเลียริมฝีปากตามจิตใต้สำนึก

“นั่นย่อมเป็นต้นพุทราในเรือนของท่านจี้ ต้นไม้ต้นนั้นไม่ใช่ต้นพุทราธรรมดาแน่ๆ หลายปีมานี้ยิ่งออกผลน้อยนัก ผลพุทรานั้นเป็นสีแดงเพลิง จึงได้ชื่อว่า ‘พุทราเพลิง’ ภายในนั้นมีแต่ความอัศจรรย์ กว่าจะได้มายากอย่างยิ่ง ผลนั้นที่เจ้าได้กินมาจากความพยายามของพ่อ ได้มาจากจอมยุทธ์แขนเดียวแซ่ตู้ที่ได้มาจากที่นั่น”

“ในเมื่อรู้ว่าอยู่ที่อำเภอหนิงอัน ท่านพ่อไปนำมาเองไม่ได้หรือ”

เว่ยอู๋เว่ยมองบุตรชายตนเอง ยิ้มขึ้น

“หยวนเซิง บนโลกนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ใช้เงินซื้อไม่ได้ ใช้วิชายุทธ์ก็แย่งมาไม่ได้เช่นกัน ต้นพุทรานั้นมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งคอยดูแล ตัวเขามีฐานะเหมาะสม ด้วยเป็นถึงบุตรชายของขุนนางซึ่งสอบได้คะแนนดีสุดยอดตั้งแต่ต้าเจินก่อตั้งมา ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือเขาเล่นสนุกอยู่ข้างกายท่านจี้เสมอ ไม่ใช่เด็กธรรมดาอย่างแน่นอน”

“แค่นี้ยังไม่พอนะ เด็กหนุ่มผู้นั้นไม่มีใครกล้าหือด้วย แต่ถึงอย่างไรก็เป็นเพียงบัณฑิตผู้หนึ่ง ส่วนต้นพุทรานั้นไม่ใช่ต้นไม้ธรรมดา มีคนอยากไปขโมยผลพุทรามีแต่ต้องเจอกับความลำบาก…หากพูดในมุมกว้างแล้ว นั่นเป็นผลไม้ของท่านจี้ หากได้มาโดยมิชอบ ภายภาคหน้าต้องได้รับกรรมตามสนองแน่…”

“อ๋อ…”

คืนนี้บุตรบิดาสนทนากันจนดึกดื่นๆ เรื่องที่คุยกันเป็นหลักมีมากมาย หลังจากนั้นเว่ยอู๋เว่ยพูดเรื่องที่ต้องพูดไปหมดแล้ว เว่ยหยวนเซิงฟังจบได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไปในอ้อมแขนมารดา

วันต่อมา อาจารย์อาวุโสพบกับเว่ยหยวนเซิงที่ห้องหนังสือในเรือนหลังอีกครั้งโuเวลกูดoทคoมฺ

ทว่าครั้งนี้ทำให้อาจารย์หลี่ละเอียดกว่าเดิม คุณชายน้อยตระกูลเว่ยเปลี่ยนไปจากเมื่อวานหน้ามือเป็นหลังมือ ตั้งอกตั้งใจเรียนขึ้นมา

แม้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเสียสมาธิ แต่สำหรับเด็กวัยเท่านั้นก็ยากจะพบเห็นแล้ว

เห็นเด็กชายตัวขาวอ้วนตั้งใจเขียนหนังสือโดยจับพู่กันอย่างมั่นคง เหงื่อเม็ดเล็กบนใบหน้าและคราบน้ำหมึกเปื้อนบนมือล้วนทำให้อาจารย์อาวุโสทั้งดีใจระคนปวดใจ

ถึงการเปลี่ยนผ่านของฤดูใบไม้ผลิสู่ฤดูร้อนในปีใหม่อีกแล้ว

จังหวัดฉางชวนแห่งรัฐปิง เขาเมฆาข้างอำเภอตงเยวี่ยมีเมฆหมอกเวียนวน ทว่าดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ไม่นานไอหมอกกลางเขาก็จางหายไป

จี้หยวนตื่นขึ้นบนเตียงในอารามเขาเมฆา ทิ้งเทียบอักษรไว้บนโต๊ะภายในห้อง จากนั้นออกเดินทางลงเขา

นี่เป็นครั้งแรกที่จี้หยวนออกจากเขาเมฆาอย่างแท้จริง หลังจากจัดการธุระของตระกูลหวงเรียบร้อย

ศาลเจ้าที่ข้างเมืองเม่าเฉียนไม่ใหญ่เท่าไหร่ ตั้งแต่ตั้งศาลมาก็มีกำยานมากทีเดียว แรงสนับสนุนของตระกูลหวงมีบทบาทสำคัญไม่น้อย

ศาลเป็นเพียงลานล้อมรั้วที่มีประตูหน้าและหลัง ภายในลานตั้งตำหนักเทพเอาไว้ หน้าตำหนักเป็นกระถางธูป ลึกสามจั้ง วางไว้ด้วยรูปปั้นเทพทำจากดินเหนียว โต๊ะบูชา เบาะทรงกลม และของจำเป็นอื่นๆ

ชายชราผู้น่านับถือซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ศาลทำหน้าที่ดูแลศาล โดยเมืองจะมอบเงินค่าจ้างที่เหมาะสมให้กับเขา

วันนี้ในเมื่อไม่มีตระกูลใดเซ่นไหว้ และไม่มีเทศกาลอะไร กอปรกับยังเช้าอยู่มาก ภายในศาลเจ้าที่จึงเงียบเหงา

ชายชราตื่นแต่เช้า เลื่อนเก้าอี้ไม้ไผ่ตัวหนึ่งออกจากในศาลตั้งแต่เช้าตรู่ เตรียมตากแดดครู่หนึ่ง งานนี้ของเขาสบายกว่าการทำนาหรืองานอื่นๆ มาก

ทว่าเพิ่งวางเก้าอี้เรียบร้อย ยังไม่ทันนั่งลงก็พบว่าในลานมีคนอยู่คนหนึ่ง

คล้ายกับเป็นนักบวช สวมเสื้อสีขาวรูปร่างผอมบาง แต่ดูจากจอนผมแล้วไม่เหมือน กำลังยืนอยู่หน้ารูปปั้นเจ้าที่ตรงหน้าตำหนัก ไม่จุดธูปและไม่กราบไหว้

“นี่ ท่านผู้นี้ต้องการจุดธูปบูชาเทพ หรือเซ่นไหว้ขอพรอะไร”

จี้หยวนหันไปประสานมือให้ผู้ดูศาล กล่าวว่า “รบกวนแล้ว” จากนั้นหมุนกายจากไปอย่างสงบนิ่ง

“แปลกคนจริงเชียว…”

ผู้ดูแลศาลเดินซวดเซไปยังประตูทางเข้าศาล กลับพบว่าทั้งหน้าและหลังล้วนไม่เห็นเลยว่าคนผู้นั้นไปไหนแล้ว สิ่งที่เขาไม่เห็นเช่นกันคือกลางศาลตอนนี้มีกระเรียนกระดาษตัวหนึ่งวนเวียน ก่อนจะตกลงบนศีรษะของเจ้าที่ จิกเบาๆ สองครั้ง เกิดระลอกคลื่นตรงที่กระเรียนกระดาษสัมผัสกับรูปปั้นเทพ

เพียงประมาณสองลมหายใจหลังจากนั้น รูปปั้นเทพเจ้าที่โน้มตัวลงมองสถานการณ์ภายในศาล ผู้ดูแลศาลกำลังยืนมองอยู่ที่หน้าประตู ราวกับกำลังหาอะไรอยู่

เทพเจ้าที่เงยหน้ามองกระเรียนกระดาษ รู้สึกแปลกใจเล็กๆ จากนั้นเดินเข้าไปในจวนภายในศาล

กระเรียนกระดาษเพิ่งถึงมือเทพเจ้าที่ก็มีเสียงเทพปรากฏแล้ว

“หากไม่อยากเป็นเจ้าที่ของเมืองเล็กๆ อย่างเม่าเฉียน หนทางมรรคเทพกำยานหยุดได้ที่หน้าร่างทอง!”

เจ้าที่ตัวสั่นสะท้าน เกือบจะทำให้กระเรียนกระดาษยับแล้ว

“ท่านเซียน!”

แม้จี้หยวนมองไม่เห็นว่าเจ้าที่มีปฏิกิริยาใด แต่หากให้เดาก็เดาได้คร่าวๆ เช่นกัน เขากำลังมองหวงซิ่งเยี่ย

ตอนหวงซิ่งเยี่ยขึ้นเขาขอบคุณอารามเขาเมฆา จี้หยวนใช้วิชาช่วยเขาซ่อน ‘เทพร่างคน’ ต่อมาหวงซิ่งเยี่ยหมดอายุขัย จึงลองเชิญ ‘เทพ’ ได้เช่นกัน

Facebook Twitter Telegram Pinterest
เซียนหมากข้ามมิติ

เซียนหมากข้ามมิติ

ChronoGo, Lan Ke Qi Yuan, Lạn Kha Kỳ Duyên, Special Destiny Of Rotten Ke, The Board of Lanke, Kismet of the Lanke Piece, Lanke Chess Edge, The Board Of Lanke, 烂柯棋缘, 난가기연
Score 9.1
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: ต้นฉบับ: 1021 Chapters (จบแล้ว)
จี้หยวน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปร่วมกิจกรรมค่ายพักกลางแจ้ง ระหว่างเดินชมต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาพบกระดานหมากบนตอไม้กลางป่า พอจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกลับปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ คิดว่าแบตหมดแล้วจึงรีบกลับไปหาแบตสำรองที่ค่าย แต่พอกลับไปถึงที่ตั้งค่าย กลับไม่มีคนในบริษัทอยู่สักคน แม้แต่เต็นท์ก็หายไปหมด.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset