ช่วงเช้ามืดยามใกล้รุ่ง จีฮยอนขยี้ตาอย่างง่วงงุ่นพลางเดินออกมาจากห้องนอน
เธอสมควรนอนเพิ่มอีกสักหน่อยแต่ก็ยังสู้อุตส่าห์มะงุมมะงาหราเดินสัปหงกไปทั่วบ้านคล้ายกำลังมองหาบางสิ่ง
“แฮร่- อยู่นี่เอง”
ฝีเท้าจีฮยอนหยุดอยู่ที่ห้องครัว เธอพบกยองฮาแล้ว
แม้จะส่งเสียงเบาๆ เป็นสัญญาณให้รู้ว่ามีคนมา อีกฝ่ายก็ยังไม่รู้ตัว สงสัยคงกำลังใช้สมาธิหนักนั่นเอง จีฮยอนเดินเข้าไปใกล้ ยื่นสองแขนโอบรอบเอวกยองฮา จากนั้นพาตัวเองเข้าไปแนบชิดติดแผ่นหลังเขาเสียเลย นั่นแหละ กยองฮาถึงได้เริ่มมีปฏิกิริยาโต้ตอบ
“เอ้า ทำไมรีบตื่นล่ะ ไม่นอนต่ออีกนิดเหรอ”
“อืม- พอดีนอนๆ อยู่แล้วยืดแขนออกไปไม่เจอใคร มันโหวงๆ… เลยตื่นค่ะ”
ไม่รู้อาการนี้เริ่มเป็นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เธอมักนอนไม่หลับหากไม่มีกยองฮาอยู่ข้างๆ
ชายหนุ่มยิ้มกว้าง หมุนตัวกลับมาดึงจีฮยอนเข้าสู่อ้อมอก สองคนตาสบตาตระกองกอดกัน
“ปะ เดี๋ยวไปส่งนอนนะ”
“ไม่เอา ขออยู่แบบนี้แหละ… แป๊บเดียวก็พอ…”
เธองุ้งงิ้งอยู่ในอ้อมกอดนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะบิดขี้เกียจพร้อมเงยหน้าขึ้น
“ฮ้า- การชาร์จเสร็จสิ้น แบ็ตเต็ม!”
ยามค่ำคือยานอนหลับ ยามเช้าคือยาชูกำลัง กยองฮาสำหรับจีฮยอนเป็นเช่นนั้นจริงๆ
“จะไม่นอนต่อแน่นะ ไหวเหรอ”
“ค่ะ ตาสว่าง ตื่นสุดๆ แล้วตอนนี้”
“ที่รักเพิ่งได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงเองนี่”
“ถ้าเกิดง่วงก็ไว้ค่อยหลับตาเอาในรถค่ะ”
ดูทรง ท่าทางจะนัดแนะกันกับชายงเทไว้ว่าขอออกแต่เช้าตรู่ แม้ซีนที่เธอต้องเข้าจะอยู่ช่วงบ่ายก็ตาม
“พี่เห็นข่าวเมื่อวาน เรตติ้งเกิน 40% แล้วน้า”
“ค่ะ อย่าให้เล่าเลยว่าเมื่อวานในกองถ่ายไชโยโห่ร้องกันขนาดไหน”
“งั้นใช้โอกาสนี้เอาฟู้ดทรัคไปแสดงความยินดีอีกรอบนะ โอเคไหม?”
“มะ…ไม่เป็นไรค่ะ”
จีฮยอนตอบตะกุกตะกัก
“พะ…พี่ยุ่งจะตาย อย่าลำบากเพราะฉันเลย…”
วันนั้นทุกคนล้วนถูกซุปกระดูกวัวทำให้เคลิ้มด้วยรสชาติที่เหนือคำบรรยาย ไม่มีใครสามารถตั้งสติได้แม้แต่คนเดียวประหนึ่งโดนป้ายยา ส่งผลให้ต้องมานั่งจัดตารางถ่ายทำส่วนที่เหลือกันใหม่หมด
“สบายมาก ยังไงอีกไม่ช้าไม่นานทางโน้นคงเรียกพี่อยู่แล้ว ไปทั้งที เอาฟู้ดทรัคไปด้วยก็ได้”
“อ่า…”
จะว่าไป โปรดิวเซอร์คิมชิลฮวันก็เกริ่นเรื่องนี้ไว้เหมือนกันนี่นา จีฮยอนลืมเสียสนิท
“เมื่อวานโปรดิวเซอร์เพิ่งถามเลยค่ะว่า พี่จะพอมีเวลาเมื่อไหร่บ้าง…”
“หือ บทมาแล้วเหรอ”
“…ค่ะ”
ที่กยองฮาต้องไปกองถ่ายกับเขาด้วย เป็นเพราะคำมั่นของจีฮยอนที่ได้ให้ไว้ต่อหน้าฝูงชนเมื่อตอนงานเปิดตัวซีรีส์ กล่าวคือ เธอประกาศตัวว่า หากเรตติ้งผู้ชมทะลุเกิน 30% จะให้กยองฮามาร่วมแสดงเป็นกรณีพิเศษ
“พี่เหรอ ไปเมื่อไหร่ก็…ก็…ก็คงไม่ได้แฮะ”
สัปดาห์นี้พอดีว่าตรงกับกำหนดการเยือนเกาหลีของมานซูร์
ถือเป็นครั้งแรกที่กยองฮาเชิญแขกมาถึงบ้าน เขาจำเป็นต้องใส่ใจกับการเตรียมตัว เตรียมโน่นนี่นั่นจุกจิกยิบย่อย ย่อมต้องเผื่อเวลาจัดการเรื่องต่างๆ เอาไว้มากกว่าเดิม
“อาทิตย์นี้น่าจะไม่สะดวกเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นอาทิตย์หน้าก็ว่างหมด ตอนไหนก็ได้ไม่เกี่ยง”
“ได้ค่ะ งั้นจะแจ้งให้ตามที่พี่บอกนะคะ”
เอาล่ะ ยังดีที่ได้เวลามาอีกหนึ่งสัปดาห์ จีฮยอนตั้งมั่นกับตัวเองไว้เลยว่า ในหนึ่งสัปดาห์นี้เธอต้องโน้มน้าวกยองฮาให้เลิกล้มความคิดจะเอาฟู้ดทรัคไปกองถ่ายให้ได้
***
[ต่อไปเป็นข่าวล่าสุดค่ะ เช้าวันนี้ มานซูร์ รองนายกรัฐมนตรีประจำสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือมกุฎราชกุมารอาบูดาบีผู้ทรงเป็นสัญลักษณ์แห่งความร่ำรวยในภูมิภาคตะวันออกลางนั้น ทรงผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอินชอนเรียบร้อยแล้วค่ะ ตลอดหกปีที่ผ่านมา มกุฎราชกุมารมานซูร์เสด็จเยือนประเทศเกาหลีเราทั้งสิ้นถึงยี่สิบห้าครั้งด้วยกัน… (ย่อความ) ได้รับรายงานว่า เหตุผลของการปรากฏพระองค์ในครั้งนี้ เนื่องจากทรงได้รับเทียบเชิญอย่างเป็นทางการจากคุณโกกยองฮา ประธานกรรมการบริหารร่วมของฮันอุล หนึ่งในบริษัทอุตสาหกรรมด้านอาหาร… (ย่อความ)]
– ดูแค่เนื้อความคร่าวๆ เหมือนจะบอกว่ามานซูร์ได้รับเชิญจากเถ้าแก่ร้านตามสั่ง ก็เลยมาที่เกาหลีงั้นเหรอ เรื่องจริงรึเปล่าอะ
– มาบ่อยเกินจนตอนนี้เริ่มไม่แปลกใจ
– เรามาถึงจุดที่สนิทชิดเชื้อกับเศรษฐีตะวันออกกลางแล้วเหรอเนี่ย
– ว่าแต่ ไอ้เทียบเชิญเป็นทางการนี่มันอะไร หรือว่า ที่ผ่านมาทั้งสองคนแอบไปนัดพบกันลับๆ?
– น่าจะหมายความว่าเชฟพี่โกตั้งใจเชิญแบบเป็นทางการครั้งแรกมากกว่านะ คือที่ผ่านมา มานซูร์เป็นฝ่ายที่นึกจะมาก็มาเองเฉยๆ หนิ
– ข่าวสำนักอื่นเขียนว่า มานซูร์ไม่แวะโรงแรมด้วยนะ หอบข้าวของตรงไปบ้านเชฟพี่โกเลย
***
“กะทัดรัดกว่าที่คิดนะนี่”
ความรู้สึกแรกของมานซูร์หลังจากก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาในบริเวณบ้านเป็นเช่นนี้ เขากวาดตามองไปทั่ว แต่แล้วแววตาก็เปลี่ยนไป
‘โฮ่- ’
สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาเข้าอย่างจัง คือ ต้นเมเปิ้ลรอบกำแพง
ความสดใสฉูดฉาดบนใบไม้ที่พลิ้วไหวไปมาก่อให้เกิดแสงสะท้อนละลานตา สวยสดงดงามอะไรปานนั้น ยังไม่พอ บรรดาไหกลมๆ ที่ตั้งเรียงกันอย่างเป็นระเบียบทั้งแนวตั้งแนวนอน เรื่อยไปจนถึงผักในสวนด้านข้างที่เพาะไว้อย่างตั้งใจก็เช่นกัน น่ารักน่าดูชมเหลือเกิน ทิวทัศน์แปลกตาแสนเรียบง่ายแต่ดูดีตรงหน้านี้ สร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้มานซูร์เสียแล้ว
‘ไม่ได้หรูหรา แต่มีสไตล์แถมยังแฝงความลึกล้ำไม่น้อย’
โบราณนานมามีคำกล่าวว่า นิสัยเจ้าของบ้านเป็นอย่างไร ให้ดูเอาจากลักษณะการจัดบ้าน
‘เหมือนตัวมิสเตอร์โกเป๊ะเลย ชื่อเสียงโด่งดัง แต่ดื้อรั้นอยากจะมีชีวิตธรรมดาๆ’
มานซูร์คิดมาถึงตรงนี้ ก็ยิ่งถูกอกถูกใจที่นี่มากขึ้นทุกที
“ฮัสซัน”
“พะยะค่ะ ราชกุมาร”
“รสนิยมการตกแต่งไม่เลวเลย ว่าไหม?”
“เอาไว้กลับไปแล้ว กระหม่อมจะลองหาบ้านสักหลัง ตกแต่งภูมิทัศน์ให้เหมือนแบบนี้ดูพ่ะย่ะค่ะ”
ต้องอย่างนี้สิมือขวาของฉัน ชี้นกได้นก ชี้ไม้ได้ไม้!
ขณะที่ฮัสซันหันมองไปทั่วทิศด้วยสายตาคมปลาบราวเหยี่ยวนั้น
“เชิญครับ”
กยองฮาเพิ่งจะปรากฏตัวเอาก็ตอนนี้ เขาเดินเข้ามาแสดงการต้อนรับขับสู้แขกทั้งสอง
“ดีใจที่ได้พบกันนะ มิสเตอร์โก”
“ขออภัยครับที่ไม่ได้มาเปิดประตูให้ด้วยตัวเอง พอดีผมติดทำบางอย่างอยู่”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล ฉันเองต่างหากที่มาเร็วเกิน”
เวลาตามที่นัดหมายจริงๆ คือ อีกหนึ่งชั่วโมงให้หลัง
“ใจอยากรีบๆ เจอกันน่ะ ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี เท้ามันเลยก้าวเร็วตามไปด้วย …ถ้าติดพันธุระอย่างอื่นอยู่ ไว้ฉันค่อยกลับมาใหม่ดีไหม”
“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้… งั้นผมรบกวนรอที่บ้านหลังเล็กตรงโน้นก่อนก็แล้วกันนะครับ”
“ได้” มานซูร์พยักหน้าอย่างยินดี
กยองฮานำทางแขกไปยังบ้านเล็ก ระหว่างนี้ก็คุยกันเรื่อยเปื่อย
“สมาชิกครอบครัวทุกคนทางโน้นสบายดีใช่ไหมครับ”
“ทุกคนยังอยู่ดี แต่ฉันสิเหนื่อยรากเลือด มัวลงทุนง้อแล้วง้ออีก ไหนจะภรรยาไหนจะลูกๆ รบเร้าอยากจะตามมาด้วยให้ได้”
“อ้าว แล้วทำไมไม่มาพร้อมกันซะเลยล่ะครับ”
แรกเริ่มเดิมที กยองฮาตั้งใจเชิญหมดทั้งครอบครัว เตรียมแผนต้อนรับไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย ตอนส่งเมลก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเขาเขียนบอกไว้ชัดเจน
“ก็อยากให้มาด้วยอยู่หรอก แต่ทางโน้นงานกับกำหนดการรัดตัว ไม่ไปไม่ได้ เลื่อนวันก็ไม่ได้ จำเป็นต้องรั้งอยู่ ฉันเลยตกปากรับคำไปเรียบร้อยน่ะสิว่า ‘คราวหน้าถ้ามาหามิสเตอร์โกจะพามาด้วยแน่นอน’ ไม่ลืมหรอก”
ประโยคท้าย มานซูร์ใช้กลเม็ดส่วนตัวจงใจเอ่ยแบบชัดถ้อยชัดคำเป็นพิเศษโนlวลกูดอทคoม
ขอเพียงมีจังหวะเหมาะๆ เขาเป็นต้องแอบหยอดเจตจำนงโดยนัยถึงการกลับมาเจอกันอีกไว้ในคำพูด
“ไหนๆ ก็พักร้อนแล้ว อย่ามัวแต่ขลุกอยู่ในเกาหลีเลย ออกไปเดินทางบ้าง เที่ยวอาบูดาบีก็ดี หรือยุโรปก็ได้…”
มานซูร์ยังคงกล่าวต่อเนื่องประหนึ่งเกี้ยวพาราสีสาวๆ หากยังนิ่งฟังต่อไป ย่อมไม่มีทางหยุดปากแน่นอน เคราะห์ดีที่กยองฮาได้ข้ออ้างเสียที
“ถึงแล้วครับ เชิญพักอยู่ที่นี่ก่อน อีกเดี๋ยวผมเดินมาใหม่ครับ”
“อืม ได้”
มานซูร์กับฮัสซันถอดรองเท้าก้าวขึ้นไปยืนที่โถงปูพื้นไม้ กยองฮารีบเดินอ้อมไปยังข้างบ้าน เติมเชื้อเพลิงซึ่งก็คือ ฟืนสองสามท่อนเข้าไปในเตาผิงที่สร้างติดกำแพงห้องพัก ตอนนั้นเอง
“กำลังอุ่นแท่นหินอนดล[1] ให้ราชกุมารเหรอครับ”
ผู้ถามไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ ฮัสซันที่จู่ๆ ก็โผล่หน้ามา
“ครับ ตอนนี้อากาศเริ่มหนาวขึ้นมากแล้วน่ะครับ”
“อย่างนี้นี่เอง ขอบพระคุณแทนราชกุมารด้วยนะครับ”
“ฮัสซันทำไมถึงรู้จักแท่นหินอนดลด้วย ไปเรียนคำนี้มาจากไหนครับ”
“จากซีรีส์ที่ผมดูครับ เพิ่งไม่นานมานี้เอง เลยจำได้ครับ”
กยองฮารู้จักฮัสซันครั้งแรกเมื่อหกปีที่แล้ว ณ ตอนนั้น ฮัสซันยังฟังพูดอ่านเขียนภาษาเกาหลีไม่ได้แม้แต่คำเดียว แขกบ้านแขกเมืองธรรมดาในวันนั้น บัดนี้สามารถใช้ภาษาเกาหลีได้คล่องแคล่วยิ่งกว่าคนเกาหลีบางคนด้วยซ้ำ หากได้ยินแค่เสียงกับสำเนียง จะต้องไม่มีทางคิดว่าเป็นชาวต่างชาติแน่นอน กยองฮารู้ดีว่าฮัสซันเพียรพยายามจนกระทั่งมาถึงจุดนี้ได้ เป็นเพราะหัวใจภักดีที่มีต่อนายเหนือหัวอย่างแท้จริง
‘เขาเองก็มีกัลยาณมิตรที่เชื่อใจได้เหมือนกันนะเนี่ย ดีจัง เหมือนเราเลย’
ภาพใบหน้าสมาชิกครอบครัวฮันอุลวาบขึ้นมาในความคิด กยองฮาแย้มยิ้มสว่างไสว
“บอกตามตรงนะ ผมรู้สึกทุกครั้งเลยว่าฮัสซัสเป็นคนเกาหลีไปแล้วเต็มตัว”
ฮัสซันหัวเราะ ด้วยขัดเขินกับคำชม จึงรีบเปลี่ยนเรื่องคุย
“อ้อ มิสเตอร์โกครับ ไหนๆ ก็ได้คุยกันแล้ว ผมอยากรบกวนสักเรื่องหนึ่งจะได้ไหมครับ”
“ครับ เชิญครับ”
“ไม่ทราบว่า พอจะขอลายเซ็นคุณภรรยานักแสดงคิมจีฮยอนให้หน่อย สักหลายใบได้รึเปล่าครับ”
“ลายเซ็นจีฮยอนเหรอครับ”
กยองฮางงงวยไปกับคำขอที่คาดไม่ถึง ฮันซันลอบสังเกตทีท่าอีกฝ่าย เอียงคอถามกลับ
“ช่วงนี้คุณภรรยากำลังโด่งดังสุดๆ จนน่านฟ้าตะวันออกกลางแทบถล่ม อย่าบอกนะครับว่าไม่ทราบ”
“ครับ ไม่ทราบแม้แต่นิดเดียว ถ้าเป็นในเกาหลียังพอว่า… เป็นไงมาไงน่ะครับ”
“เรามีเว็บไซต์หนึ่ง ชื่อว่าอาราเบียนด็อทคอมครับ เป็นช่องสถานีอินเทอร์เน็ตที่ลงทุนตั้งขึ้นโดยหน่วยงานแพร่ภาพกระจายเสียงส่วนใหญ่ของภูมิภาคอาหรับ รอบนี้เราบรรลุข้อสัญญาอย่างเป็นทางการให้ซีรีส์เรื่องฝันรักเชฟนักปรุงที่คุณภรรยาแสดง สามารถออกอากาศเหมือนถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ได้ครับ ความนิยมเลยล้นหลามฉุดไม่อยู่ ผมถึงกับได้ยินว่าเรตติ้งสูงจนขึ้นสถิติใหม่เป็นประวัติการณ์ด้วยนี่ครับ”
“อา…”
“แม้แต่ในราชวงศ์อาบูดาบีก็ไม่เว้นนะครับ องค์ราชินีเองก็เช่นกัน ทุกพระองค์ล้วนทรงพระเกษมสำราญอย่างมาก ทอดพระเนตรกันครบทุกตอนทีเดียว โดยเฉพาะบทบาทคุณภรรยานักแสดงคิมจีฮยอนนี่ เรียกว่าถูกพระทัยกันเป็นพิเศษ ฉะนั้น หากไม่เป็นการเสียมารยาทจนเกินไป ก็อยากรบกวนขอลายเซ็นคุณภรรยาสักหลายใบกลับไปถวายเป็นของขวัญเสียหน่อยน่ะครับ”
กยองฮาได้แต่ทึ่ง ลืมดับไปเลยว่าตัวเขาเองก็โด่งดังทั่วโลกเพราะพลังเครื่องมือที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ตเหมือนกัน
“ไว้ภรรยากลับมาแล้วจะลองคุยให้นะครับ ตอนนี้ตัดสินใจแทนไม่ได้เพราะไม่ใช่เจ้าตัว แต่ผมค่อนข้างแน่ใจว่าถ้าเธอรู้ ต้องกระตือรือร้นดีใจรีบหยิบปากกามาเซ็นรัวๆ แน่นอนครับ”
“ถ้าได้อย่างนั้นก็ดีมากครับ ขอบพระคุณที่ใส่ใจครับ” ฮัสซันแสดงออกอย่างนอบน้อม
ปากคุย มือก็สุมฟืนใส่เตาผิง เรียบร้อยแล้วกยองฮาจึงหยัดตัวลุกขึ้นยืน
“ตอนนี้ห้องน่าจะอุ่นขึ้นพอสมควรแล้ว ตรงนี้ลมเย็น ฮัสซันเองก็เข้าไปพักในห้องเถอะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมกะจะฆ่าเวลาด้วยการเดินชมวิวสักหน่อย ขออนุญาตชมรอบๆ บ้านนะครับ”
“ตามสบายครับ”
***
“…กุมาร ราชกุมารพะยะค่ะ”
“อือ ฮืม- ” มานซูร์นิ่วหน้า ค่อยๆ ลืมตาตื่น
กระทั่งได้สติก็เปลี่ยนเป็นยันตัวขึ้นนั่งครึ่งหนึ่ง
“เหมือนจะหลับไปแบบไม่รู้เรื่องเลยนะนี่” เขาพึมพำ
ทีแรกมานซูร์ตั้งใจจะนั่งเอกเขนกบนเก้าอี้ เปิดคัมภีร์อัลกุรอานไปพลางๆ ทว่า จู่ๆ ก็เกิดสนใจชุดเครื่องนอนที่จัดเรียงเป็นระเบียบอยู่อีกด้านหนึ่งของห้องขึ้นมา ยื่นมือลูบไปเจอความนุ่มนิ่มให้ถูกอกถูกใจยิ่งนัก เลยล้มตัวลงทดลองนอนดู ปรากฏว่าภาพตัดไปตั้งแต่ตอนนั้น
“ราชกุมาร พักผ่อนสบายดีไหมพะยะค่ะ”
“ฉันหลับไปนานเท่าไหร่”
“น่าจะสักสี่สิบห้านาทีเห็นจะได้พะยะค่ะ”
“หา? จริงรึ ทำไมรู้สึกอย่างกับหลับสนิทไปสักเจ็ดแปดชั่วโมงแน่ะ สดชื่นจริงๆ แถมไหล่ที่ปวดๆ อยู่ก็เหมือนจะหายแล้วด้วย”
มานซูร์นึกสงสัย พอดีกับที่ฮัสซันมีคำตอบให้
“น่าจะเป็นผลจากการที่เบาะนอนอยู่ตรงกับโพรงใต้ไม้พะยะค่ะ”
“โพรง… อะไรนะ”
“ห้องนี้มีเตาผิงติดอยู่ระหว่างผนังพะยะค่ะ ความร้อนจากเชื้อเพลิงในเตาผิงเลยสามารถหมุนเวียนแล้ววิ่งผ่านมาตามท่อที่วางไว้ใต้พื้นได้ ตรงที่ราชกุมารประทับอยู่พอดีเป็นจุดเหนือ ‘โพรงใต้ไม้’ ของห้องอนดล หรือก็คือจุดที่ใกล้เตาผิงที่สุด จึงรับความอบอุ่นได้เต็มที่ที่สุดพ่ะย่ะค่ะ ทราบมาว่า ความอุ่นที่แผ่ออกมาจากพื้นสามารถกระจายเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง จึงช่วยผ่อนกล้ามเนื้อที่เมื่อยล้า คลายความเหนื่อยอ่อนได้เป็นอย่างดีพ่ะย่ะค่ะ”
รัฐกลางทะเลทรายอย่างอาบูดาบีนั้น ต่อให้เป็นฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยก็ไม่เคยลดต่ำกว่าสิบองศาเซลเซียส ฉะนั้น ฤดูร้อนยังจะต้องให้บรรยายอะไรอีก เหมือนพาตัวเองเข้าไปนอนในซึ้งนึ่งก็ไม่ปาน
ไม่แปลกที่มานซูร์จะไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมห้องอนดลของเกาหลี แต่ในเมื่อเป็นผู้มีประสบการณ์ตรง ผ่านการใช้งานด้วยตัวเองมาแล้ว ความไม่คุ้นเคยของมานซูร์จึงค่อนข้างเป็นไปในเชิงบวก
“อืม- โพรงใต้ไม้ …ฤดูร้อนช่างมัน ฤดูหนาวนี่น่าจะมีประโยชน์พอตัวนะ”
“กลับไปแล้ว กระหม่อมจะหาบ้านสักหลังแล้วจำลองโพรงใต้ไม้ สร้างห้องอนดลดูพ่ะย่ะค่ะ”
“ได้อย่างนั้นก็ดี”
จบประเด็นสนทนาที่ตรงนี้ ฮัสซันกำลังรอให้ผู้เป็นนายลุกจากเบาะที่ประทับ เนื่องจากใกล้เวลานัดหมายกับกยองฮาแล้ว ทว่า มานซูร์กลับมีปฏิกิริยาตรงกันข้ามกับที่เขาคิดชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
“ไม่รู้ทำไมตัวมันเปลี้ยๆ อยู่ในนี้อุ่นสบายดี ขี้เกียจลุก”
จะถึงเวลาอาหารหรืออะไรก็ตาม วินาทีนี้เขาอยากเลื่อนทุกอย่างออกไปให้หมดแล้วนอนขลุกอยู่แต่บนเบาะกับผ้านวม ฮัสซันมองภาพนั้นแล้วก็นึกถึงวลีติดปากที่คนเกาหลีชอบกล่าวกันอยู่พักใหญ่
‘…นอกผ้านวมมันอันตรายนะ’ (ชื่อรายการ It’s Dangerous Beyond The Blankets)
อย่างไรก็ดี ความเกียจคร้านของมานซูร์คงอยู่ได้ครู่สั้นๆ ก็ชะงัก
ฟึด ฟัด-
กลิ่นหอม เผ็ดปนหวานลอยฟุ้งมาจากไหนก็ไม่แน่
ที่แน่ๆ คือ มันทรงอานุภาพถึงขนาดทำให้มานซูร์ซึ่งตั้งท่าขดตัวยุกยิก ลุกพรวดขึ้นในทันที
“อาหารพร้อมแล้วแน่เลย ไปดูกัน!”
………………………….
[1] แท่นหินอนดล (กูดึลจัง) คือระบบทำความร้อนแบบเกาหลี สมัยโบราณนิยมสร้างกลไกไว้ที่ใต้พื้นห้อง โดยมีท่อระบายอากาศสร้างจากหินเชื่อมต่อกับเตาผิง ลมร้อนจะไหลผ่านท่อต่างๆ ทำให้ดินเหนียวและปูนได้รับความร้อนไปด้วย ทั้งนี้พื้นจะถูกปูทับด้วยหินก่อนหนึ่งชั้น เป็นการป้องกันผู้อยู่อาศัยจากการสูดก๊าซไม่พึงประสงค์ (ปัจจุบันใช้ท่อน้ำร้อนแล้วปร่อยให้ไหลผ่านพื้นซีเมนต์)