ประตูอัตโนมัติเลื่อนตัวเปิดออก กอร์ดอน แรมซีย์เดินมายืนด้านนอกแล้วก็ต้องตกใจ เบิกตากลมกว้าง
ที่แสงแฟลชระเบิดรัวเข้าใส่เขานั่นก็เรื่องหนึ่ง
“แอร๊ยยย~”
“กอร์ดอน! กอร์ดอน!”
ฝูงชนตะโกนเรียกชื่อเขาไม่หยุดด้วยน้ำเสียงเกินกว่ายินดีไปอีกในระดับเดซิเบลที่สูงมาก ป้ายไฟและของขวัญถูกส่งมอบเป็นการใหญ่ แม้จะเป็นเชฟชื่อดังระดับโลกเทียบเคียงดารา แต่กอร์ดอนไม่ใคร่คุ้นชินกับเหตุการณ์เหล่านี้นัก แต่ถึงอย่างนั้นมุมปากกลับยกยิ้มแบบไม่รู้ตัว
สีหน้ายิ้มแย้มกับมือที่โบกไปมาเบาๆ นับเป็นภาพที่หาชมได้ยากกระทั่งในจอทีวี ทำเอาแฟนคลับกรี๊ดลั่นเสียจนตึกแทบถล่มครืน กอร์ดอนทั้งแจกลายเซ็น ทั้งร่วมถ่ายภาพ เซอร์วิสแฟนๆ อยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะย้ายตนออกมายังล็อบบี้ของท่าอากาศยานได้
“ฟู่ววว- ”
กอร์ดอนถอนหายใจก่อนเป็นอันดับแรกเมื่อขึ้นมานั่งบนรถตู้ซึ่งจอดรออยู่ ลึกๆ ก็แอบปลื้มที่แฟนคลับแห่แหนมาให้การต้อนรับชนิดเกินคาดหมาย แต่ความวุ่นวายชุลมุนนี้ทำให้สติสตังที่เคยมีกระเจิงได้ง่ายๆ
“ตกใจใช่ไหมครับ”
ล่ามจากสถาบันซึ่งได้รับเชิญมาทำหน้าที่ไกด์เอ่ยถามมาจากเบาะตรงข้าม กอร์ดอนพยักหน้า
“ก่อนมาก็เตรียมใจไว้บ้างแล้วครับ แต่ไม่คิดว่าจะกระตือรือร้นต้อนรับขับสู้กันขนาดนี้ เท่าที่ฟังๆ มา เห็นว่าชาวตะวันออกจะเหนียมๆ ขี้อายซะเป็นส่วนใหญ่ ตอนนี้ดูทรง น่าจะไม่ใช่ตามที่ลือกันเท่าไหร่นะครับ”
“ฮ่าๆ จริงๆ ถ้าดูเป็นรายบุคคลก็ถือว่ากล่าวไม่ผิดครับ แต่อย่าได้ดูเบาพลังรวมหมู่นะครับ วัฒนธรรมเราคือรวมกันก็กล้าอยู่ แยกกันเราขี้อายน่ะครับ เอ้อ แถมนิสัยชาวตะวันออกเชื้อสายจีน เกาหลี ญี่ปุ่นนี่จัดว่า ไวต่อความครื้นเครงเป็นพิเศษด้วยครับ”
เรื่องนี้กอร์ดอนเองก็ได้ยินมาบ้างเหมือนกัน
“นึกถึงเพื่อนนักร้องของผมเลย วันก่อนเพิ่งคุยกันส่วนตัว เขาบอกว่าทัวร์คอนเสิร์ตมาทั่วทุกมุมโลก ไม่เคยมีแฟนคลับที่ไหนทำให้ประทับใจได้มากเท่าแฟนๆ ชาวเกาหลีใต้ ก็เลยทึ่งและตกหลุมรักวัฒนธรรมสุดจะอบอุ่นสนุกสนานของที่นี่เข้าเต็มเปา”
“ศิลปินอังกฤษที่ทัวร์คอนเสิร์ตมาแล้วทั่วโลกเหรอครับ หมายถึง โนล แกลลาเกอร์ใช่ไหมครับ”
“โว้ว ทายครั้งเดียวก็ถูกเผงเลย”
“ฮ่าๆ เรื่องที่โนล แกลลาเกอร์รักความเป็นเกาหลีนี่เหมือนจะรู้กันทั่วนะครับ อีกอย่าง คราวที่เขามาเยือนเกาหลี ผมเองพอดีได้มีโอกาสดูแลต้อนรับด้วยหนหนึ่งน่ะครับ”
“โอ้- เหรอครับ อยู่กับโนลแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ นิสัยเรื่องมากของเขา เอาใจไม่ง่ายเลยใช่ไหม”
“ฮ่าๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ”
ทั้งคู่คุยกันไปเรื่อยเปื่อย ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง รถตู้ก็พาผู้โดยสารข้ามสะพานบังฮวา เข้าวิ่งบนถนนเลียบแม่น้ำฝั่งเหนือ มุ่งตรงสู่ที่หมาย
โรงแรมฮิลตันนั่นเอง
กำหนดการของกอร์ดอนหลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อย คือ ไปเดินชมตลาดควังจังในย่านจงโน ทดลองชิมอาหารในตลาดสักสองสามอย่าง จากนั้นไปต่อที่ร้านหมูกระทะ เตรียมลิ้มลองหมูสามชั้นย่างแกล้มเบียร์เย็นๆ
แรกเริ่มเดิมที วัตถุประสงค์หลักที่เขามาเกาหลีครั้งนี้ นอกจากเพื่อให้ตารางงานสอดคล้องกับการถ่ายทำโฆษณาเบียร์ยี่ห้อหนึ่งแล้ว ยังมีเรื่องเดินสายประชาสัมพันธ์ส่วนตัวพ่วงเข้ามาด้วย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เขาวางแผนกระทั่งจะเข้าไปถ่ายรายการอาหารสำหรับเคเบิ้ลทีวี ที่นำตู้เย็นจากบ้านของหนึ่งในคณะกรรมการซึ่งเป็นดาราหน้ากล้องมาดื้อๆ ทั้งตู้ เปิดสำรวจดูวัตถุดิบข้างใน แล้วประลองทำอาหารกันด้วยสิ่งที่มีอย่างจำกัด นับว่าน่าสนใจไม่น้อย
ส่วนอีกหนึ่งเหตุผลเบื้องลึกที่ทำให้เขาตัดสินใจตอบรับการถ่ายทำ ตลอดจนบินลัดฟ้ามาที่เกาหลีจริงๆ น่ะหรือ
‘มาดูกันว่า ในรายการนั้น ฉันจะปรุงอาหารออกมาได้น่าประทับใจเท่าเชฟโกไหม’
จะกล่าวว่า กอร์ดอน แรมซีย์มีชื่อเสียงโด่งดั่งจนทั่วโลกต่างรู้จักเช่นนี้ได้เป็นเพราะเครื่องมือที่ชื่อว่า ยูทิวบ์ (YouTube) ก็คงไม่เกินไป เขาศึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วว่าเส้นทางนี้มีสิทธิ์รุ่ง จึงสร้างยูทิวบ์แชนแนลหรือช่องของตัวเองขึ้นมา สะสมจำนวนผู้เข้าชมที่กดติดตามเป็นสมาชิกประจำมาทีละน้อย แน่นอน ด้วยความที่เขาเป็นเชฟระดับโลก บวกกับมียอดผู้ติดตามพุ่งขึ้นถึงหนึ่งแสนคน กอร์ดอนจึงได้รางวัลซิลเวอร์ บัททอนหรือปุ่มสีเงินวิ้งวับมาครอบครอง
และขณะนี้ ยอดแสนของเขาก็กำลังไต่ขึ้นแตะยอดล้านเข้าไปทุกทีๆ
น่าเสียดาย ผู้ที่คว้ารางวัลโกลด์ บัททอนหรือปุ่มทองเป็นรายแรกดันไม่ใช่กอร์ดอน
กลับเป็นเชฟชาวเอเชียที่กระทั่งชื่อแซ่ก็ไม่คุ้นหูแม้แต่น้อย วิ่งแซงเขาเข้าไปรับเกียรตินั้นเสียก่อน เป็นใครก็ต้องเจ็บใจกันบ้างล่ะ แต่กอร์ดอนนั้นคิดต่างจากคนทั่วไป
‘ที่ผลออกมาเป็นอย่างนั้น ปัญหาคือเรื่องเวลา แค่นั้นเลย’
กอร์ดอนยังจำความรู้สึกในวันนั้นได้ไม่ลืม ชั่วขณะที่เขาคลิกเข้าไปดูคลิปทำอาหารของเชฟโกโดยไม่ทันตั้งตัว ความประหลาดใจกับความสงสัยอย่างเหลือเชื่อก็ปนเปกันนับแต่นั้น
‘จะฉันหรือเชฟหน้าไหนคงมีฝันแบบเดียวกัน ใช่ ฉากนี้เลย ใครจะไปนึกว่าจะได้เห็นจริงๆ กับตา’
สิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจหลักๆ หาใช่เพียงท่วงท่าที่รวดเร็วทรงประสิทธิภาพของเชฟโกเท่านั้น ผู้คนที่ได้ชิมอาหารฝีมือเขาก็มีส่วน ทุกคนล้วนมีสีหน้าประหนึ่งตกอยู่ในภวังค์แสนหวาน อีกทั้งความเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าก็เป็นไปอย่างน่าทึ่งจนเกือบจะเกินจริงทีเดียว บางครั้งเขายังแอบสงสัยอย่างช่วยไม่ได้ว่า มีการจัดแจงเตี๊ยมกันมาล่วงหน้าหรือเปล่า
ทว่า คนเก่งย่อมมองคนเก่งด้วยกันออก
‘นั่นของจริง สีหน้าแบบนั้น เค้นยังไงก็ไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่ได้รู้สึกออกมาจากภายใน ไม่น่าเชื่อนะ แค่กินก็สัมผัสความสุขมหาศาลได้…’
กอร์ดอนคาดผ้ากันเปื้อนครั้งแรกในชีวิตเมื่ออายุสิบหก นับวันคืนเรื่อยมาตั้งแต่ครั้งนั้นก็ร่วมสี่สิบปีเห็นจะได้ เขาเดินอย่างมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวบนเส้นทางเดียวคือ เส้นทางของเชฟ และที่ผ่านมาไม่เคยมีแขกแม้ครึ่งคนที่รับประทานอาหารของเขาแล้วเผยท่าทางสุขล้นเช่นนั้น
‘ขนาดหนึ่งในใต้หล้าอย่างมาร์โก ตอนพูดถึงเชฟโกยังอุบอิบอยู่นานกว่าจะปริปาก…’
กอร์ดอนและมาร์โกสนิทสนมกันตั้งแต่วัยเยาว์ด้วยความสัมพันธ์ฉันศิษย์-อาจารย์ แต่ปัจจุบันเชฟทั้งคู่ออกจะไม่ค่อยถูกกันเสียแล้ว เหตุเกิดจากเมื่อสิบกว่าปีก่อน กอร์ดอนเจตนาก่อกวนงานแต่งงานครั้งที่สามของมาร์โกจนเละเทะไม่มีชิ้นดี ไม่ว่าอีกฝ่ายจะทำไปเพื่ออะไรก็ตาม ที่แน่ๆ ทั้งสองไม่ไปมาหาสู่กันอีกเลย
ต่อหน้าสื่อทั้งหลาย มาร์โกเอ่ยวิจารณ์ถึงกอร์ดอนอย่างเป็นธรรมเสมอไม่เคยปนอคติส่วนตัว นั่นคือ กอร์ดอนเป็นเชฟความสามารถโดดเด่นที่ใครก็โต้แย้งไม่ได้ เรื่องใดที่เกี่ยวกับอาหาร มาร์โกจะคงความเป็นกลางตลอดมา แต่ถึงอย่างนั้น เชฟผู้เที่ยงธรรมเช่นเขายามกล่าวถึงกยองฮา กลับไม่อาจคงความสุขุมไว้ได้ ล่าสุด มาร์โกคล้ายไม่ใช่มาร์โก ใช้ถ้อยคำสวยหรูดั่งบทประพันธ์กระหน่ำชื่นชมไม่ยั้ง ยิ่งชมก็ยิ่งยืดยาว แต่ฉับพลันก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ หวั่นเกรงกับคำพูดของตนจนกลับมาสงบปากสงบคำอีกครั้ง
อันที่จริง กอร์ดอนเองก็รู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก
‘ตอนนั้นเชฟโกทำเมนูอะไรนะ…กิมจิฟรายด์ไรซ์ (ข้าวผัดกิมจิ) รึเปล่าหว่า’
วันนั้น โกกยองฮาได้รับโจทย์เป็นวัตถุดิบหมดอายุนานแล้วจากตู้เย็นกรรมการ ส่วนใหญ่ดูจะเน่าเสียด้วยซ้ำ ทีนี้ลองคิดดูว่า พวกพิธีกรจะโหวกเหวกโวยวายกันขนาดไหน บางคนถึงกับบอกว่า ทางรายการประสบภาวะวิกฤติครั้งใหญ่แล้ว โอดครวญอย่างนั้นอย่างนี้
ทว่า เรื่องกลับผิดคาด จะเรียกว่าหักมุมย้อนศรเลยก็ว่าได้
โกกยองฮาคงสีหน้าเป็นปกติ แถมยังปรุงอาหารออกมาได้เกินปกติไปอีก เขาค้นเอากล่องกิมจิที่ซ่อนตัวอยู่ในช่องแช่ผักด้านในสุดออกมาใช้ หากยืมประโยคเจ้าของตู้เย็นมาพูด ก็ต้องเล่าว่า ตลอดสองปีกว่า กิมจิกล่องนั้นไม่เคยถูกเปิดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
สุดท้าย ก็ได้ออกมาเป็นข้าวผัดกิมจิที่ทุกคนตักเข้าปากแล้วต้องอุทานอย่างตะลึง
‘ชักจะคาดหวังขึ้นมาไม่น้อยแล้วสิ’
หายากยิ่งที่กอร์ดอนจะไร้ซึ่งอีโก้ในตน
แม้ได้ขึ้นแท่นเชฟชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในวงการอุตสาหกรรมอาหาร มีรายได้ต่อปีสูงถึงห้าสิบล้านดอลล่าร์ เขาก็ยังคงไม่ทิ้งหัวใจที่รักความท้าทายและการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สังเกตจากคอนเทนต์หลักในยูทิวบ์แชนแนลที่ชื่อ ‘เดอะ คุกกิ้ง ไลฟ์โชว์ (The Cooking Live Show)’ ก็รู้ได้ไม่ยาก
ในคลิป กอร์ดอนจะเลือกไปเยือนเรสเตอรองที่มีเมนูโดดเด่นเป็นพิเศษของแต่ละประเทศ แล้วบุกเข้าไปถึงครัวเพื่อถ่ายทำการเรียนปรุงอาหารชนิดใหม่ จากนั้นนำมาอัปโหลดให้แฟนๆ ได้ชม
‘เดี๋ยวก็จะได้ไปเยือนครัวในคลิปที่เชฟโกปรุงอาหารแบบโคตรมีพลังแล้วเว้ย’
สถานที่ถ่ายทำในครั้งนี้ หาใช่เรสเตอรองอื่นใด แต่คือที่ร้านตามสั่งฮันอุลนั่นเอง! กอร์ดอนถึงกับโทรศัพท์มาประสานงานกับโกกยองฮาด้วยตัวเองเพื่อแสดงความจริงใจ เบอร์โทรศัพท์ก็ลงทุนไปขอมาจากมาร์โกที่ตลอดมาหลบลี้หนีหน้ากันอยู่
‘หวั่นๆ อยู่เลยว่าถ้าโดนปฏิเสธจะทำยังไงดี…’
ทว่าความเจ็บปวดอันเป็นที่สุดระหว่างกระบวนการติดต่อประสานงาน คือ กยองฮากำลังอยู่ในช่วงพักร้อน
แปลว่า ต่อให้เขาถ่อไปจนถึงฮันอุลก็อาจไม่ได้พบหน้าค่าตา แต่กอร์ดอนไม่อยากแสดงความโลภจนเกินไป โกกยองฮาไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็สืบรู้มาว่าลูกศิษย์ที่เขาปลุกปั้นถ่ายทอดวิชาให้นั้น ความสามารถเยี่ยมยอดไม่น้อยหน้าใครเช่นกัน
***
“แอ๊กกก- เถ้าแก่ช่วยด้วย ใจสั่นไปหมดแล้วค่ะ ถ้ากอร์ดอน แรมซีย์สาดประโยคที่ขึ้นต้นด้วย เอฟ ยู (Fxxx U) ใส่จะรับมือยังไงดี”
ฮเยจีดูเหมือนจะตื่นเต้นจริงๆ ไม่ได้พยายามแกล้งงุ้งงิ้งให้น่าเอ็นดู
“เขาจะพูดแบบนั้นก็ต่อเมื่อคนที่กำลังฝึกมือมีทัศนคติป่วยๆ หรือไม่ก็ทำเก้งก้างหลุดมาตรฐาน รอบนี้สลับตำแหน่งกันไม่ใช่เหรอ ตอนนี้เราสองคน ฮเยจีกับมยองฮุนน่ะ ต้องเป็นคนสอนเขา จะโดนด่าได้ยังไง”
“อา… จริงด้วยค่ะ!”
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฮเยจีจึงวางใจลงบ้างนิดๆ แต่คงเพราะน้ำหนักชื่อ กอร์ดอน แรมซีย์ยังกดให้เธอหายใจไม่เป็นส่ำ จึงไม่อาจสลัดความตึงเครียดทิ้งไปจนหมดได้
‘ตื่นเต้นสักหน่อยให้พอหอมปากหอมคอบ้างก็ดี’
เพราะเอาเข้าจริง พอถึงสถานการณ์จริงๆ ตรงหน้า ขี้คร้านแววตาจะเปลี่ยนเป็นคนละคนทันทีล่ะไม่ว่า กยองฮาไม่ค่อยห่วงฮเยจีเท่าไหร่ หันไปมองมยองฮุน ก็เห็นว่ายังคงความน่าเชื่อถือได้ไม่ต่างจากยามปกติโuเวลกูดoทคoม
‘อืม คิดดีๆ แล้ว มยองฮุนใช้ชีวิตอยู่ในครัวมาก่อนเราตั้งนานนี่นา’
มยองฮุนถึงกับเข้าไปชี้แนะฮเยจีใกล้ๆ อย่างสบายอารมณ์ด้วยซ้ำ
“นี่ ฮเยจี พวกเราเอาบ้างสิ ถ้ากอร์ดอนทำไม่ได้เรื่องก็ด่ากราดไปเลยโอเคไหม แบบนี้น่าจะช่วยให้หายตื่นเต้นได้เยอะล่ะ”
“…”
***
งานที่วางไว้ ดำเนินการสำเร็จเสร็จสิ้นเรียบร้อยตามตารางอย่างราบรื่น เวลาสี่วันผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว
จากนี้เหลือเพียงถ่ายทำคลิปสำหรับอัปโหลดบนแชนแนลเดอะ คุกกิ้ง ไลฟ์โชว์เท่านั้น
เพื่อการนี้ กอร์ดอน แรมซีย์พร้อมด้วยตากล้องและทีมงานจึงลดจำนวนให้เหลือน้อยที่สุด ก่อนจะรีบเร่งมุ่งหน้าไปยังร้านฮันอุลตั้งแต่เช้าตรู่ เนื่องด้วยเวลาเปิดทำการของที่นี่คือ เก้าโมงเช้า ต่างจากพวกเรสเตอรองในยุโรป ทั้งทีมจึงไม่มีทางเลือก นอกจากตาลีตาเหลือกมาให้เร็วที่สุด
กอร์ดอนมาถึงหน้าร้านเวลาเจ็ดโมง สามสิบนาที ตรงเป๊ะ
บรรยากาศกำลังวุ่นวายได้ที่ทีเดียว พนักงานส่วนใหญ่มาเข้างานแล้ว เดินกันขวักไขว่ เตรียมการอย่างขันแข็งจนเขารู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวายามเช้า
‘ว่าด้วยเรื่องความขยัน คนประเทศไหนก็คงไม่สู้คนเกาหลีหรอกมั้งนี่’
กอร์ดอนนึกทึ่งอยู่ในใจเงียบๆ จากนั้นสาวเท้าเดินเข้าไปยืนในร้าน
“ร้านยังไม่เปิ… โอ๊ะ! ฮะ ฮัลโหล กอร์ดอน แรมซีย์”
ซองช่อลที่มองเห็นกอร์ดอนก่อนใคร ทักทายเสียงดัง เท่านั้นแหละ สมาชิกทั่วทั้งร้านที่ได้ยินก็ทยอยกันโผล่หน้าออกมา กอร์ดอนกล่าวสวัสดีคนโน้นคนนี้แบบสบายๆ รวบรัด
“ขอบคุณมากที่กรุณาสละเวลาให้เราครับ ผมจะพยายามอย่างถึงที่สุดไม่ให้การถ่ายทำไปกระทบการทำงานของทางร้าน ยังไง ถ้ามีอะไรไม่สะดวกใจก็บอกกันได้ทันทีเลยนะครับ”
ฮเยจีรับหน้าที่ล่ามจำเป็น พนักงานอื่นๆ ที่ฟังเธอแปลความก็พยักหน้ารับรู้ จากนั้นต่างจมลงสู่ความคิดตัวเอง
‘ไม่เห็นเหมือนที่เคยรู้มาเลย มารยาทดีจัง’
‘หรือว่า ปากร้ายด่ากราดจะเป็นแค่คอนเซ็ปต์?’
ทว่า เมื่อกอร์ดอนเข้าไปในครัวไม่ทันไร
“ฟัค! …ฟัค ฟัค ฟัคคค!”
ฮันอุลเริ่มสั่นสะเทือนเลือนลั่นด้วยคำหยาบที่ไหลหลากออกมาจากปากเขา
***
“ไม่ต้องไปดูจริงๆ เหรอคะ ไม่เป็นไรจริงเหรอ”
จีฮยอนถามขณะที่กำลังรื่นรมย์กับอาหารเช้า กยองฮาพยักหน้า
“จริงสิ มีทั้งฮเยจีทั้งมยองฮุน แม่ของด็อกโฮก็อยู่ด้วย สามคนน่ะ ไปไหนมีแต่จะได้รับคำชมว่าฝีมือสุดยอด แต่ที่ยังรั้งอยู่ฮันอุลกันเพราะความผูกพันหรอกนะ อีกอย่าง ตอนแรกก็ตกลงกันแล้วเรียบร้อยว่าจะถ่ายทำกันโดยไม่ต้องมีพี่”
“ถึงงั้นก็เหอะ… อุ๊บ!”
ประโยคท้ายของจีฮยอนกล่าวไม่ทันจบก็ถูกอุดด้วยพาจอน[1]หนึ่งชิ้น
ฝนปรอยๆ ตั้งแต่เช้า กยองฮาเห็นแล้วจึงตั้งอกตั้งใจเตรียมทอดพาจอนซีฟู้ดเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ
“ใช้เวลาอยู่กับที่รักแบบตอนนี้ดีกว่าเป็นไหนๆ”
จีฮยอนเพิ่งจะได้กลับบ้านหลังจากหายไปสี่วันเต็ม แม้ปริมาณตอนที่ถ่ายทำเก็บไว้ล่วงหน้าจะเพียงพอเกินกว่าครึ่งเรื่องแล้ว แต่เมื่อซีรีส์เริ่มออกอากาศจริง ดันมีฉากที่ต้องถ่ายเสริมเพิ่มเติมซึ่งไม่มีในสคริปต์ ครั้นเติมไปเติมมา ก็กลายเป็นต้องออกกองถ่ายกันหัวหมุน
นับตั้งแต่วันที่ทั้งคู่แต่งงาน สองคนยังไม่เคยต้องห่างกันเกินสองวันมาก่อน ฉะนั้น เวลาสี่วันจึงคล้ายยาวนานดั่งสี่เดือน
“เดี๋ยวเย็นหมดนะ รีบกินเถอะ”
ปัจจุบัน ฝันรักเชฟนักปรุงออกอากาศถึงตอนที่สี่แล้ว และบอกได้คำเดียวว่า ปังสุดฉุดไม่อยู่จริงๆ เพียงแค่ช่วงเริ่มต้น ก็โกยเรตติ้งทะลุเป้าเกิน 30% แล้ว ผู้ชมแห่กันให้ความเห็นว่า หากซีรีส์ยังคงรักษาความปังเป็นปรากฏการณ์นี้ไว้ได้ ก็น่าลุ้นให้เรตติ้งพุ่งทะลุฝั่งฝันที่ 50% ไปเลย ระหว่างนี้ความสนใจของปวงชนก็พุ่งมาที่ตัวจีฮยอนไม่น้อยด้วย
“เมื่อวานเห็นยงเทเล่าว่า งานโฆษณาเข้าอีกแล้วเหรอ”
“ค่ะ ที่ติดต่อมารอบนี้เป็นพวกเสื้อผ้าน่ะ”
โฆษณาที่กำลังอยู่ในช่วงเจรจาตกลงนั้น หากรวมที่อ้างถึงเมื่อครู่ด้วยก็นับเป็นชิ้นที่สิบสาม นานวันยิ่งเยอะขึ้นทุกทีๆ
กยองฮาสุดแสนจะปลื้มปริ่ม แต่ก็ยังไม่ลืมกำชับภรรยา
“จะตัดสินใจรับหรือไม่รับ ยังไงขอให้ขึ้นอยู่กับตัวเองนะ คำนึงถึงตัวเองให้มาก ต่อให้ข้อเสนอดีงาม สังกัดเห็นชอบ แต่ที่รักไม่อยากทำก็ไม่ต้องรับมา เข้าใจที่พี่พูดไหม”
“เข้าใจค่ะ แล้วก็ขอบคุณนะคะพี่ ถ้าไม่มีพี่นะ ฉัน… อุ๊บ”
รอบนี้ท้ายประโยคของเธอถูกอุดด้วยชิ้นบุลโกกีผัดโคชูจัง
“ไหนว่าตอนบ่ายต้องออกไปอีกไม่ใช่เหรอ รีบกินให้ไวเลย กินเสร็จจะได้… อะแฮ่ม แฮ่ม”
“…ค่ะพี่”
จีฮยอนตอบรับเสียงเบาหวิว แก้มเริ่มแดงขึ้นทีละน้อย สวนทางกับระดับความเร็วของตะเกียบที่ฉวัดเฉวียนไปมา รวดเร็วกว่ายามปกติมาก
***
สัญลักษณ์แจ้งเตือนเด้งขึ้นมาให้สมาชิกแชนแนลของกอร์ดอน แรมซีย์ได้ดีใจ
รอบนี้มีคลิปใหม่ถึงสามคลิปด้วยกัน
ต่างคนก็ต่างสงสัยอยากรู้อยากเห็นว่า หนนี้เขาจะไปบุกเบิกลองทำอาหารชนิดใหม่ที่ร้านอาหารไหนหนอ
ครั้นคลิกเปิดเข้าไปก็ต้องประหลาดใจไปตามๆ กัน คอมเมนต์มหาศาลคือหลักฐานชั้นดี
– ฮันอุล? ฮันอุลของเชฟโกน่ะเหรอ?
– โอ้! สุดยอดเลย เพราะอย่างนี้เลยไม่มีตัวอย่างมาให้ส่องก่อนสินะ กะจะให้เซอร์ไพรซ์!
– ได้ยินข่าวอยู่เหมือนกัน เรื่องที่กอร์ดอนเพิ่งไปเกาหลีมา ไม่อยากเชื่อว่าจะบุกไปถึงฮันอุล
– เมนต์ก่อน ดูทีหลัง!
คลิปวีดีโอเริ่มต้นด้วยเสียงของกอร์ดอนที่พากย์ทับเข้าไป
[ร้านอาหารที่ผมจะไปเยือนวันนี้ ถือเป็นแห่งแรกในเกาหลีใต้ที่ได้รับดาวมิชลินสามดวงครับ หรือก็คือ ร้านฮันอุลนั่นเอง สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดเมื่อได้เข้าไปยืนด้านในคือ แผงเมนูที่มีชื่ออาหารเรียงรายอยู่กว่าห้าสิบชนิด ดังที่ทุกท่านเห็นอยู่ตอนนี้ครับ แต่อย่าเพิ่งรีบตกใจ ตอนนี้ยังเร็วไปครับ เชื่อไหมครับว่า เมนูทั้งหมดนี้สามารถปรุงเสร็จแล้วนำไปตั้งเสิร์ฟต่อหน้าลูกค้าได้ภายในสิบนาที ยังไม่ได้รวมข้อที่ว่า อาหารทุกชนิดคืออาหารมิชลินสตาร์นะครับ ที่ผมพูดทั้งหมดคือเรื่องจริง มันเกิดขึ้นจริงๆ ถ้าทุกท่านรับชมอย่างตั้งใจ ก็จะรู้ว่าผมหมายความว่ายังไง]
[กิจวัตรประจำวันของฮันอุลเริ่มตั้งแต่หกโมงเช้าครับ พนักงานแทบทุกคนมาเข้างานก่อนเวลาเพื่อเตรียมเปิดร้านตอนเก้าโมง ได้ทักทายแต่ละคนแล้วผมก็ตรงไปเข้าครัวทันที ผมจำเป็นต้องสำรวจรอบๆ ให้เรียบร้อยก่อนจะเริ่มเรียนทำอาหารกันจริงๆ จังๆ ครับ จะเห็นได้ว่าทางฝั่งนี้มีผักหลากหลายชนิดมาก กำลังอยู่ในขั้นตอนล้างและตัดแต่งครับ ดึงดูดสายตามากทีเดียว โอ้- ฟัค! ดูความสดใหม่ของต้นหอมนี่สิครับ มีชีวิตชีวาเหมือนเพิ่งเก็บมาจากแปลงเมื่อกี้ หัวหอมนั่นก็ไม่แพ้กันเลย]
[มาถึงตอนนี้แล้ว ยังไงก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ ครับ เพราะก่อนเข้ามาในครัวนี่ ราคาอาหารที่ผมเห็นบนป้ายเมนู อันที่แพงที่สุดคือแปดดอลลาร์ ไม่มีเกินกว่านั้น อาหารที่ใช้วัตถุดิบชั้นเยี่ยมพรีเมียมขนาดนี้ราคาไม่ถึงแปดดอลลาร์ จะทำใจเชื่อได้ยังไงกัน?]
[โอ้- ฟัค ดูหอยนางรมสดๆ ซิงๆ นี่สิครับ เดี๋ยวผมมีภาพให้ชมอีกตอนท้าย จ่ายแค่หกดอลลาร์ก็ได้สตูว์หอยนางรมชั้นเลิศที่มีหอยอ้วนๆ ถึงหกตัว รสชาติไม่ต้องให้อธิบายเลยครับว่ายอดขนาดไหน ราคาแบบนี้ ที่ยุโรปอย่าแม้แต่จะฝันถึงครับ]
[เอาล่ะครับ จากเมนูมากมายหลายสิบอย่าง ถึงเวลาเลือกอาหารที่ผมจะต้องเรียนรู้และทำออกมาให้ได้แล้วครับ เชฟจอง รุ่นใหญ่ประจำครัวให้ตัวเลือกผมมาแล้ว ถ้าอย่างนั้นคงเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากกิมจิฟรายด์ไรซ์ ข้าวผัดกิมจิครับ]
[การสาธิตขั้นตอนต่างๆ เชฟสาวที่ชื่อเชฟกูจะเป็นคนรับหน้าที่ครับ การเตรียมวัตถุดิบทำได้รวดเร็วและเฉียบขาดมาก ทักษะการใช้มือไม่ธรรมดา]
[ดูเหมือนง่ายนะครับตอนใส่กิมจิลงไปผัดกับข้าวสวย ท่าทางการสะบัดกระทะจะค่อนข้างคล้ายกับเวลาทำอาหารจีน]
[ตอนนี้ถึงตาผมแล้ว แค่จะหั่นกิมจิ ปัดโถ่ มันนุ่มนิ่มและแฉะเกินไปครับ หั่นแล้วไม่ออกมาเป็นท่อนสวยงาม ขนาดเท่าๆ กันแบบของเชฟกูเลย ลองดูสิ่งที่ผมทำลงไปสิครับ มันน่าด่ากราดจริงๆ บ้าเอ๊ย ผมโมโหตัวเองมาก]
[กระทะหนักกว่าที่คิดครับ เห็นว่าทำจากเหล็กหล่อล้วนๆ เพราะแบบนี้ถึงได้รู้สึกหนักกว่าของยุโรปหรือจีนมาก ลองถือร่อนสะบัดดูแค่ไม่กี่ทีก็แทบหลุดด่ากราดออกมาทีเดียวครับ ข้อมือเหมือนถูกไฟช็อต เชฟคอยบอกให้ผมสะบัดกระทะต่อไปอย่าหยุด มันน่าด่าจริงๆ ผมล่ะละอายตัวเอง]
[ตอนนี้ข้าวผัดกิมจิฝีมือเชฟกูกับฝีมือผมวางเรียงกันอยู่ครับ จานที่เธอทำ รสชาติเรียกได้ว่าไร้ที่ติ ส่วนจานที่ผมทำเหรอครับ ห่วยแตกจนอยากจะด่ากราด สนามประลองเริ่มดุเดือดขึ้นมาแล้วครับ ก่อนร้านจะเปิด ผมต้องทำออกมาให้อร่อยให้ได้ ต้องทำให้ได้เท่านั้น!]
กอร์ดอนสบถด่ากราดไปตลอดทั้งคลิป ซึ่งแน่นอนว่า แทบทุกคำมุ่งเป้าไปที่ตัวเขาเอง
…………………………….
[1] พาจอน หรือ พิซซ่าเกาหลี เป็นอาหารที่คนเกาหลีนิยมรับประทานในวันฝนตก แกล้มกับเหล้าข้าวหมัก (มักกอลลี) พาจอนแบบดั้งเดิมจะมีเพียงแป้งผสมต้นหอม แต่จะเติมซีฟู้ด ชีส หรือกิมจิเพิ่มเข้าไปด้วยก็ได้