📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนพิเศษ 15

ตอนพิเศษ 15
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หากนับจำนวนครั้งที่กยองฮาออกรายการทีวี คงนับได้ราวๆ ร้อยกับอีกหลายสิบตอน ซี่งอาหารที่เขานำเสนอสู่สายตาผู้ชมในแต่ละตอนแทบจะไม่ซ้ำกันเลยก็ว่าได้ เพราะเหตุนี้ หลายคนจึงคาดหวังอย่างสวยหรูไปโดยปริยาย ต่อให้ไม่ใช่ไลน์บุฟเฟ่ต์ที่มีเมนูนานาเรียงราย อย่างน้อยก็ควรเป็นอะไรที่แปลกใหม่มีสีสันไม่ใช่หรือ

‘นี่มัน… โหรงเรงไปหน่อยไหม’

ด้านในรถเทรลเลอร์จะว่าเรียบง่ายก็เรียบง่ายเกินไปมาก ที่เห็นอยู่ตรงหน้าตอนนี้มีเพียงหม้อสแตนเลสขนาดใหญ่เบิ้มแบบที่ใช้เวลาแจกข้าวทหารไม่กี่ใบเท่านั้น ทุกคนสงสัย คันปากอยากถามแต่ก็ไม่กล้าพอ

“คุณครับ”

โจมินอาที่ชะเง้อชะแง้อยู่แถวๆ รถเทรลเลอร์หันไปตามเสียงเรียก ใบหน้าเจ้าของเสียงไม่คุ้นตาเลยสักนิด ไม่ใช่กระทั่งพวกทีมงานหน้าตาจืดๆ ดูทรงแล้วสงสัยจะเป็นคนที่ติดรถโกกยองฮามาจากร้านฮันอุล อืม การจะมีโอกาสเจอดาราใกล้ๆ แบบนี้คงไม่บ่อยและไม่ง่าย ท่าจะอยากได้ลายเซ็นสินะ

เธอเดาเอง คิดเองเออเองจบก็ยื่นมือออกไป

“เอามาสิคะ”

“ครับ?”

“กระดาษกับปากกาน่ะ …ไม่ได้จะมาเอาลายเซ็นหรอกเหรอคะ”

“รบกวนหลีกทางให้หน่อยครับ พอดีเราจะกางโต๊ะครับ”

“อา…” นั่นแหละ โจมินอาถึงได้ก้าวๆ หยุดๆ ถอยหลังอย่างไม่ค่อยเต็มใจ

ครั้นได้พื้นที่ ซองช่อลก็จัดการกางโต๊ะกับเกาอี้สำหรับใช้ชั่วคราวอย่างรวดเร็ว พลางหรี่ตามองดาราสาวเป็นพักๆ

‘ว่ากันว่าดาราก็มีพวกที่หลงตัวเองหนักอยู่ไม่น้อย เฮอะ…’

ที่ฮันอุลสาขารองนั้น คนเด่นคนดังแวะเวียนมาให้เห็นบ่อยชนิดที่เรียกได้ว่าไม่เว้นแต่ละวัน เทียบกันด้วยระดับชื่อเสียงอย่างเดียวก็ขาดลอยแล้ว ยังไม่ต้องให้เล่าว่า ลูกค้าเหล่านั้นไม่เคยมีสักคนที่เชิดหน้าทำหยิ่งเหมือนดาราสาวคนเมื่อครู่

แน่นอนว่าซองช่อลย่อมเคยมีช่วงที่ตื่นเต้นเป็นปลื้มไปกับการพบคนดัง ไล่ล่าสะสมลายเซ็นกับเขาเหมือนกัน แต่เมื่อการพบคนเหล่านี้กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ปัจจุบันจึงเริ่มไม่รู้สึกรู้สาเข้าไปทุกที

‘ลายเซ็นกระดาษที่เก็บไว้ในบ้านนี่ รวมๆ จะได้สักกี่แผ่นน้า’

ส่วนลายเซ็นที่มีค่าพอให้เขานำไปอัดกรอบแขวนโชว์บนผนังก็ต้องเป็นระดับมานซูร์ พูดง่ายๆ คือ เป็นเพราะกยองฮานั่นเองที่ทำให้เขากลายเป็นคนตาสูงเกินปกติไปมาก

ขณะที่สมองของซองช่อลคิดโน่นคิดนี่ ร่างกายก็ขยับเคลื่อนไหวไม่ได้หยุด เขาไม่อาจเอ้อระเหยกินลมชมวิวได้ หากจะจัดโต๊ะและเก้าอี้ให้ทันพอดีเวลาเพื่อรับรองนักแสดง ทีมงาน และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ จำนวนแปดสิบชีวิต อีกฝั่งหนึ่ง ฮเยจีกับซุนกุกที่มาถึงรอบหลังก็กำลังเคลื่อนย้ายโต๊ะเก้าอี้อยู่เหมือนกัน ที่จริงฮเยจีไม่จำเป็นต้องตามมาก็ได้ แต่เธอก็ยังดึงดันจะมา ด้วยอยากให้กำลังใจจีฮยอนผู้เป็นดั่งพี่สาวและเพื่อนสนิทของเธอ

“พี่ค้า~”

“ฮเยจี!”

พอโต๊ะเก้าอี้เริ่มเข้าที่เข้าทางระดับหนึ่ง ฮเยจีก็ปลีกตัวไปหาจีฮยอน สองคนจับมือกันแน่น คุยกระหนุงกระหนิงสนุกสนานเบิกบานเหลือเกิน ไม่ได้พบกันแค่ไม่กี่วัน ดีใจอย่างกับห่างหายกันไปเป็นปีๆ

อีอึนซุกคล้ายตั้งใจคล้ายไม่ตั้งใจ มองปราดไปก็เห็นภาพนั้น

‘อุ๊ยๆ ใครน่ะ’ เธอรู้สึกสะดุดตาแกมแปลกใจเล็กๆ

อีอึนซุกจ้องฮเยจีนิ่ง ค้างสายตาไว้ที่สาวน้อยไม่ถอนออกไปมองที่อื่นเลย

‘อยู่ข้างคุณจีฮยอน เฟรมเดียวกันแท้ๆ แต่ดันไม่ถูกกลบ’

เพียงยืนดูฮเยจีเฉยๆ ในหัวก็ผุดคำคำหนึ่งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ นั่นคือ “น่ารักจัง”

แถมยังเป็นความน่ารักที่อาจหาญรวมคำว่า สมบูรณ์แบบ เข้าไปอีกก็ยังไหว

‘จับไปถ่ายแบบหรือดันเข้าวงการโฆษณาเดี๋ยวนี้ได้สบายๆ เลยนะ’

ผู้ที่เป็นนักเขียนนั้น มีบ้างบางครั้งที่จู่ๆ เกิดแรงบันดาลใจจนสร้างเรื่องราวตัวละครขึ้นมาได้จากการมองนักแสดง ซึ่งก็คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับอีอึนซุกตอนนี้ ไอเดียและจินตนาการเธอหลั่งไหล ภาพฮเยจีเข้าซ้อนแทนตัวละครในฉากของ ‘ฝันรักเชฟนักปรุง’ ด้วยสตอรี่ใหม่ไปแล้วเรียบร้อย

‘รูปลักษณ์ก็ดี โทนเสียงก็ดี… ถ้าได้บทเหมาะๆ รับรองซีรีส์เรื่องนี้มีทุกอย่างครบจบปัง’

ทว่า ฮเยจีไม่ใช่นักแสดง เท่าที่แอบฟังเก็บข้อมูลคร่าวๆ ดูเหมือนเธอจะประกอบอาชีพเป็นแม่ครัวหรือเชฟของร้านฮันอุล แต่ถึงอย่างนั้นอีอึนซุกก็ยังไม่ทิ้งความปรารถนาในใจ เข้าไปทักทายด้วยทัศนคติองุ่นเปรี้ยวนิดๆ ประมาณว่า ไม่น่ามีหวังก็ยังอยากลอง

“ขออภัยนะคะที่มาแทรก”

“คะ?”

“ไม่ทราบว่า คิดอยากจะเข้ามาลองแสดงในซีรีส์ของเราไหมคะ”

“แสดงซีรีส์เหรอคะ” ฮเยจีตากลมโตเป็นไข่ห่าน

ท่าทางนั้นของเธอ ช่างน่ารักน่าชังเสียจนอยากกัดแก้มสักคำ อีอึนซุกพยายามสงบจิตใจที่เต้นรัว เอ่ยต่อเสียงเรียบ

“ชื่ออะไรนะคะ ฮเยจีใช่ไหมเอ่ย”

“ค่ะ กูฮเยจีค่ะ”

“บังเอิญเห็นคุณฮเยจีแล้วรู้สึกว่าเหมาะเจาะกับบทของตัวละครหนึ่งมากๆ เลย ฉันทราบดีว่าคุณฮเยจียังไม่มีประสบการณ์ด้านการแสดง ฉะนั้นจะไม่ให้ต้องทำอะไรที่ยากเกินไป บทพูดก็จะไม่เยอะ…”

“บทแบบไหนคะ”

“อืม~ บทน้องสาวของคุณจีฮยอน ไม่สิ อึนจูน่ะค่ะ แทรกขึ้นมาระหว่างดำเนินเรื่อง”

“โอ้โห~ จริงเหรอคะ” แววตาฮเยจีสะท้อนแสงวิบวับ

อีอึนซุกพอจับสังเกตบรรยากาศเชิงบวกได้ก็รีบพุ่งเข้าประเด็น

“เล่นเป็นน้องสาวของคุณจีฮยอน ดีไหมคะ ไม่อยากลองดูสักหน่อยเหรอ”

ฮเยจีตอบทันทีไม่มีลังเล

“ไม่ค่ะ! ไม่อยากค่ะ!”

“…อะไรนะคะ”

“ขอบพระคุณมากค่ะที่ชวน แต่ฉันคงทำไม่ได้ค่ะ!”

“…เพราะอะไรคะ”

เหตุผลหรือ ง่ายดายยิ่ง

“ฉันมีเวลาไม่พอให้สนใจเรื่องอื่นเลยค่ะ แค่ทำอาหารอย่างเดียวยังไม่พอเลย บางทีนึกอยากให้วันหนึ่งมีสักยี่สิบแปดชั่วโมง หรือสามสิบชั่วโมงไปเลยยิ่งดีค่ะ”

“อา…” อีอึนซุกหน้าม่อยด้วยความเสียดาย

ฮเยจีมองอีกฝ่ายตาปริบๆ จากนั้นก็สูดหายใจลึกเต็มปอด โค้งศีรษะค้อมกายลงเร็วๆ ครั้งหนึ่ง

“ขอโทษนะคะ! ขอบพระคุณมากค่ะที่ชวน แต่ฉันรักการทำอาหารจริงๆ ค่ะ!”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ถึงกับต้องขอโทษเลย…” อีอึนซุกตกใจ รีบยกมือขึ้นโบกไหวๆ

ซุนกุกที่วนไปเวียนมาแถวๆ จุดที่สาวๆ คุยกันเริ่มสีหน้าไม่สู้ดี คล้ายคนเคี้ยวของขม

‘ชอบการทำอาหารหนักมากขนาดนี้… ในสายตายังจะมีที่ให้เรายืนเหรอ’

ยิ่งคิดใจยิ่งขมปร่า ซุนกุกหวั่นไหว แววตาพร่ามัวกว่าจะโฟกัสบางอย่างได้ ซองช่อลเห็นสายตานั้นก็เกิดปฏิกิริยาตอบรับฉับพลันราวเครื่องจักร

“ดาวที่สอยลงมาไม่ได้นั้น…”

“…อย่าไปแหงนมองนักเลย”

“…สู้เขาครับพี่”

***

กยองฮาเริ่มเปิดฝาหม้อนึ่ง ทยอยยกเนื้อก้อนยักษ์ออกมาวางบนเขียง

เวลาเดียวกัน ซุนกุกกับซองช่อลก็ช่วยกันนำหม้อดินเปล่าๆ มาแยกเรียงไว้บนถาดจำนวนหกถาด

“พร้อมแล้วครับพี่”

“โอเค งั้นเสิร์ฟกิมจิผักกาดกับกิมจิไชเท้าให้หน่อยได้ไหม”

“ครับผม”

“ส่วนฮเยจี ยกกระบวยรอไว้เลย”

“ค่ะ!”

จากนั้น สองมือของกยองฮาก็เคลื่อนไหวด้วยท่วงท่างดงาม

[แพสซีฟ: มือชั่งตวงวัด]

[เปิดโหมดการกะน้ำหนักที่แม่นยำระดับหน่วยกรัมโดยไม่ต้องใช้เครื่องชั่งหรือถ้วยตวง]

เนื้อก้อนอวบอ้วนถูกเฉือนแล่ออกมาด้วยขนาดและน้ำหนักที่เท่ากันเป๊ะ หากแต่ร่อนไปกลางอากาศในองศาต่างๆ กัน ก่อนจะตกลงกลางก้นหม้อดินเปล่าๆ พอดิบพอดีจนเหล่าเกาหลีมุงพากันฮือฮาโนเวลกูดอทคoม

“โว้ว~ เทพ นี่มันเทพชัดๆ”

“ทำยังไงถึงพอดีได้ขนาดนั้นอะ”

สิ่งที่น่าตระหนกยังไม่หมดเท่านี้ ระดับความเร็วของการเฉือนเนื้อแล้วโยนลงหม้อดินก็จัดว่าไม่ธรรมดา มองตามด้วยตาเปล่าแทบไม่ทัน

“ดูๆๆ มือนั่นขยับโคตรเร็ว เหมือนจอมยุทธ์เลย วื้บบบบ ว้าบบบบ”

“แป๊บเดียวใส่เกือบครบทุกถ้วยแล้ว สุดยอด”

ฝั่งฮเยจี เมื่อชิ้นเนื้อนอนลงในหม้อดินครบจำนวนหนึ่งก็จะดึงถาดมาใกล้ ใช้กระบวยจ้วงลงในหม้อสแตนเลสที่บรรจุน้ำซุปร้อนเดือดปุดๆ ตักขึ้นมาเติมใส่หม้อดิน เนื้อที่ใช้ทั้งหมดมาจากวัวพันธุ์เกาหลีแท้ที่เรียกว่า ‘ฮันอู’ ซึ่งกยองฮาไปเลือกถึงฟาร์มด้วยตัวเอง คัดมาเฉพาะชนิดพรีเมียมเพื่อใช้เคี่ยวน้ำซุปกระดูกวัวอย่างต่อเนื่องตลอดสี่สิบแปดชั่วโมง ทำให้น้ำซุปออกมาเป็นสีขาว สะท้อนความเข้มข้นแบบที่หาไม่ได้จากที่อื่น ความหอมหวนชวนลิ้มลองเริ่มฟุ้งกระจายทันที ทำเอาพวกที่ยืนออกันอยู่ต้องพากันปิดปากสนิท ไม่ก็ยกมือขึ้นมาช่วยปิดให้สนิทอีกชั้นหนึ่ง

‘แค่กลิ่นยังขนาดนี้ รสชาติจะขนาดไหน’

ที่จริงบางคนแอบผิดหวังที่ฟู้ดทรัคเสิร์ฟอาหารง่ายๆ พื้นๆ เกินไป และบางคนก็ไม่ชอบน้ำซุปต้มกระดูก ทว่า ภาพที่ปรากฏให้เห็นทางสายตากับกลิ่นที่ลอดเข้าสู่โพรงจมูก เพียงพอที่จะหักกลบลบล้างความอคติได้ชะงัด

‘อยากชิมแล้ววว อยากชิมเร็วๆ จัง’

เนื้อบนเขียงเริ่มร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว กยองฮาร่อนส่วนที่เหลือไม่กี่ชิ้นลงหม้อดิน จากนั้นยกเขียงใหม่ขึ้นมาวางทับอันเก่า ก่อนจะใช้มีดอีโต้ขนาดกลาง ซอยต้นหอมญี่ปุ่นซึ่งตัดแต่งไว้เรียบร้อยแล้วพร้อมกันทีเดียวสิบกว่าต้น

สวบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ-

ผู้คนเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง คล้ายไม่เชื่อสายตาตน

‘เร็วอะไรปานนั้น’

‘เผลอๆ เร็วกว่าเครื่องสับหอมกระเทียมตามร้านอีกนะนั่น’

ทุกครั้งที่ลงมีด ต้นหอมจะขาดออกจากกันในระยะห่างเท่าๆ กัน ความบางราวกระดาษก็เท่าๆ กัน ซึ่งขณะนี้เริ่มกองสูง ทำให้อีกหนึ่งด้านของเขียงกลายเป็นภูเขาต้นหอมลูกย่อมๆ!

สวบๆๆ!

การใช้มีดสิ้นสุดลงแล้ว ต้นหอมซอยสำหรับโรยหน้าถูกจัดการเรียบในพริบตาเดียว

‘…เกินไปแล้ว’

‘ไอ้ที่เห็นผ่านจอนี่จืดไปเลย ความสมจริงไม่ได้หนึ่งในสิบของตอนนี้ด้วยซ้ำ โว้ว~ ความเรียลนี้…’

กลุ่มเกาหลีมุงยังคงอุทานกันไม่หยุดปาก กยองฮาเองก็เคลื่อนไหวต่อเนื่องไม่พักมือเช่นกัน คราวนี้เขาถือกระบวยไว้สองข้าง เริ่มตักน้ำซุปเคี่ยวกระดูกเติมลงหม้อดินที่ยังแห้งอยู่

‘ขนาดนั้นก็ยังไม่หกสักหยด?’

‘ปกติเป็นคนถนัดสองมือเหรอเนี่ย’

ฮเยจีได้กยองฮาเข้ามาเป็นกำลังเสริม หม้อดินจึงถูกเติมเต็มในเวลาไม่นาน ประจวบเหมาะกับฝั่งซุนกุกและซองช่อลที่แบ่งพวกเครื่องเคียงอย่างกิมจิแยกถาดเสร็จพอดี จึงเริ่มกระบวนการเข็นถาดออกเสิร์ฟตามโต๊ะ กลุ่มคนที่เอาแต่ดูจนสติสตังไม่อยู่กับตัว พากันปรี่เข้าจับจองที่นั่งกันจ้าละหวั่น

“อาหารเสร็จแล้วครับ~ เชิญทุกท่านรับประทานได้!”

ทีมงานบางส่วนเดินไปเรียกนักแสดงและคนอื่นๆ ที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของกองถ่ายให้กลับมารวมกัน อีซุนจอกก็ถูกพ่วงอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เนื่องจากเขาแยกหลบไปใช้เวลาพักผ่อนบนรถส่วนตัว

ครั้นอีซุนจอกเดินกระย่องกระแย่งสะพายของตามมา บางคนที่จับจองที่นั่งอยู่ก่อนแล้วก็พากันลุกพรวด

“อาจารย์ นั่งตรงนี้สิคะ”

“ทางนี้ครับ อาจารย์”

“หืม? อ่า ไม่เป็นไรๆ ตรงโน้นยังมีที่นั่งว่าง ทุกคนนั่งกันตามสะดวกเถอะ” อีซุนจอกโบกมือไปมา

โต๊ะว่างที่ว่า ประกอบด้วยสมาชิกได้แก่ จีฮยอน อีโกอึน โจมินอา และนักเขียนอีอึนซุก

“เอ้า โถ่ คนแก่ตาฝ้าฟาง ดันเข้ามาแทรกกลางหมู่มวลดอกไม้เข้าให้ล่ะสิเนี่ย”

“โหย พูดอะไรอย่างนั้นคะ ฉันกับเด็กๆ มีแต่รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้นั่งร่วมโต๊ะกับอาจารย์ ฉะนั้น ไม่ต้องมัวมาทำหยอกอย่างนั้นอย่างนี้เลยค่ะ เชิญนั่งค่ะ”

“เฮอะ แหม่”

อีซุนจอกที่กำลังลังเลว่าจะหย่อนก้นลงนั่งดีหรือไม่ ถูกอีอึนซุกจับแขนเสื้อดึงให้นั่งลงจนได้ ด้วยความขัดเขินเลยได้แต่เสมองไปรอบๆ แก้เก้อ กระทั่งพบบางสิ่งที่สามารถตรึงสายตาเขาไว้จนขยับไปทางไหนไม่ได้อีก

‘ทำไมถึงดูชุ่มฉ่ำวาววับขนาดนั้น’

สิ่งนั้นคือ กิมจิไชเท้าในน้ำกิมจิสีแดงสด แต่ละชิ้นถูกหั่นเป็นแท่งสี่เหลี่ยมตรงเป๊ะ ดูน่ารับประทานยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“เมนูมื้อกลางวันคืออะไรนะ ฟังแล้วก็ลืม”

ด้วยเหล่าหม้อดินยังเดินทางมาไม่ถึงโต๊ะนี้ เขาเลยถาม

“ซุปกระดูกขาวัวฮันอูค่ะ”

“เรอะ?”

อีซุนจอกหาข้ออ้างในการยกตะเกียบได้แล้ว

“ว่ากันว่า ร้านซุปกระดูกวัวแท้ๆ ที่เป็นต้นตำรับดั้งเดิมน่ะ ความอร่อยครึ่งหนึ่งอยู่ที่กิมจิไชเท้านะ”

พูดจบ เขาก็รีบคีบขึ้นมาหนึ่งชิ้น ส่งเข้าปากเคี้ยวกัด และแล้ววินาทีถัดมา

“…!”

เนื้อสัมผัสที่ทั้งหนุ่มทั้งเด้งทำให้อีซุนจอกพอใจมาก แถมยิ่งเคี้ยว ดวงตาก็ยิ่งเบิกโตเพราะความอร่อยเกินบรรยาย

กร้วม กร้วม กร้วม

‘อืม อืมมม’

“ฮื้มมม~”

สุดท้ายก็อดไม่อยู่ หลุดเสียงคำรามออกมาหนึ่งครั้ง

‘อะ อร่อยเหลือเกิน ตั้งแต่อยู่มา เพิ่งเคยเจอกิมจิไชเท้าแบบนี้…’

ความเปรี้ยวทำให้ลิ้นตื่นตัวตื่นเต้น ความหวานเข้ามาปลอบประโลมกลับอย่างอ่อนโยน ใช่เลย ความรู้สึกนี้เลย! สาบานได้ว่า รสชาติเปรี้ยวหวานที่ผสมผสานอย่างพอเหมาะพอดีขนาดนี้ เขาเกิดมาก็เพิ่งเคยได้ชิม และนั่นทำให้อีซุนจอกหยุดตะเกียบตัวเองไม่ได้ คีบชิ้นที่หนึ่ง ตามติดด้วยชิ้นที่สอง

อีอึนซุกทนดูไม่ไหว ออกปากห้าม

“อาจารย์คะ ค่อยๆ ทานดีไหม เดี๋ยวจะอิ่มก่อนเพราะกิมจิไชเท้านะคะ”

กร้วม กร้วม กร้วม

“อาจารย์ ซุปกำลังมาเสิร์ฟแล้วนะคะ ได้ยินที่ฉันพูดรึเปล่า”

กรุบ- กร้วม กร้วม กร้วม กร้วม

จานเครื่องเคียงที่เคยมีกิมจิไชเท้าเริ่มร่อยหรอ

‘บ้าเอ๊ย ทำไงดี นี่อดทนจนถึงที่สุดแล้วนะ’

ต่อให้เครื่องเคียงจะอร่อยเพียงใด มันก็เป็นแค่เครื่องเคียงเท่านั้น ที่จริงอีอึนซุกเองก็ใช้ความอดกลั้นระดับสูงย้ำตัวเองอยู่เช่นกันว่า จะกินให้อิ่มเต็มท้องด้วยอาหารหลักคือซุปกระดูกวัว แต่เพราะอีซุนจอก เธอจึงตบะแตกจนได้

‘โอ๊ย ไม่รู้แล้ว’ ในที่สุดเธอก็คว้าตะเกียบขึ้นมาบ้าง

จากนั้น อีโกอึนและโจมินอาที่คุมเชิงดูท่าทีผู้ใหญ่มาจนถึงตอนนี้ก็ตัดสินใจลงสนามชิงชัยกิมจิไชเท้ากับเขาด้วย และปฏิกิริยาที่พวกเธอแสดงออกมาก็ไม่ได้ต่างจากอีซุนจอกเสียเท่าไหร่

“อาฮ้า-“

“…อุ๊ยๆ”

“…”

มีแค่โจมินอาคนเดียวที่เงียบกริบไม่ยอมส่งเสียง ทว่า บางจังหวะเธอก็หันหน้าหลบ แอบกดดวงตาทั้งสองข้างไว้

ผู้คนทั่วสี่ทิศแปดทางต่างมีปฏิกิริยาไปในแนวเดียวกันทั้งสิ้น หนำซ้ำ บางโต๊ะถึงกับยกซดจนจานกิมจิทั้งสองชนิดจนสะอาดเกลี้ยงเรียบร้อย บางโต๊ะก็กำลังไล่ตามไปติดๆ ส่งผลให้ซองช่อลต้องยุ่งหัวปั่น

“คุณน้าค้า~ ขอกิมจิผักกาดกับกิมจิไชเท้าเพิ่มหน่อยค่า”

“โต๊ะนี้ด้วยครับ”

“ทางนี้ด้วยนะคะ”

‘เฮ้ย กินกันช้าๆ หน่อยสิ!’

ระหว่างที่ซองช่อลบ่นอุบอยู่ในใจ วิ่งกลับไปเติมกิมจิอยู่นั้น…

“ขออภัยที่ให้รอนาน ซุปร้อนมาก ทานระวังๆ นะครับ” ซุปกระดูกวัวเดินทางมาถึงโต๊ะของจีฮยอนแล้ว

ตะเกียบของอีซุนจอกผู้กลายเป็นเบี้ยล่างของกิมจิไชเท้าถึงกับสั่นดิก

‘ถ้วยนี้ล่ะ? จะอร่อยขนาดไหนเนี่ย’

อีซุนจอกไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีคนมองอย่างเป็นห่วง เขายกช้อนจ้วงตักเนื้อและน้ำซุปส่งเข้าปากทันที จากนั้น…

อึ่ม มออออ~

จู่ๆ ในหูก็คล้ายได้ยินเสียงวัวร้อง

ดังมาจากแห่งหนใดก็ไม่อาจรู้

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset