📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 164

บทที่ 164
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

เมื่อฟ้ามืด ไฟในบ้านและบริเวณสวนก็สว่าง

ลีลาการใช้มีดแล่ปลาดิบของกยองฮาทำเอาสมาชิกรายการหนึ่งวันสามมื้อถึงกับตกใจแทบเป็นลม

“แล่ยังไงให้บางอย่างกับกระดาษ” รยูเฮจินช็อค

ปลาชิ้นบางเหลือเกิน บางจนเกือบใสมองทะลุผ่านได้ ชาซึงอุนรู้สึกผิดคาดแต่ไม่แสดงออกตรงๆ กลับพูดอ้อมๆ

“ปกติเขาต้องหั่นหนาหน่อยรึเปล่า เวลาเคี้ยวจะได้จมเขี้ยว เต็มปากเต็มคำ…”

สไตล์และรสปากของแต่ละคนย่อมต่างกันเป็นธรรมดา

“หั่นหนาให้เอาไหมครับ”

“เอาๆ ฉันอยากกินชิ้นหนาๆ” ชาซึงอุนผ่อนสีหน้า

กยองฮาจัดการแล่เนื้อปลา

เริ่มจากฝั่งซ้ายไปขวา เป็นแบบบางประมาณยี่สิบชิ้น ต่อด้วยแบบหนาจากฝั่งขวาไปซ้าย คนที่เฝ้าสังเกตการณ์ต่างทึ่ง

“เหลือเชื่อเลย หั่นยังไงให้ออกมาชินเท่ากัน ระยะห่างเท่ากันเป๊ะๆ แบบนี้เนี่ย”

หากไม่ใช่ผู้ชำนาญการใช้มีดระดับสูงจริงๆ ย่อมทำเช่นนี้ไม่ได้ กระทั่งเลียนแบบก็ไม่ได้ ชาซึงอุนรู้ดีกว่าใคร เนื่องจากเขาเคยพยายามหัดแล่ปลาดิบมาแล้วเหมือนกัน

“เห็นแล้วนึกถึงเชฟญี่ปุ่นนักแล่ปลาร้านซาชิมิดังๆ เจ้าหนึ่งเลย”

“อ๋อ คนนั้นน่ะเหรอ”

“รู้จักด้วย?”

“รู้จักสิ”

ชาซึงอุนรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายอ้างมั่วซั่ว เพราะสีหน้าเขาบอกชัดเจนว่าเล่นละครอยู่ ตอนนั้นเอง กยองฮาก็เรียก

“จีฮยอน ช่วยไปเอาน้ำมาให้หน่อยได้ไหม” กยองฮาไหว้วาน พลางส่งชามใบโตให้เธอ

“ค่ะ”

“ฉันไป…” รยูเฮจินรีบเสนอตัวก่อนจีฮยอนจะกุลีกุจอลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ

ชาซึงอุนเห็นก็รีบส่งสัญญาณทางสายตาเป็นเชิงให้หยุดก่อน

“ให้จีฮยอนทำงานบ้างสิ แหม่”

“อะ…อ้อเนอะ คุณจีฮยอนก็ต้องมีหน้าที่กับเขาเหมือนกัน ใช่ๆ”

จีฮยอนรีบพุ่งตัวไปยังก๊อก เปิดน้ำลงในชามแล้วถือกลับมา

“นี่ค่ะ”

“ขอบใจนะ”

จังหวะที่ส่งชามให้กันนั้นเอง มือกยองฮาก็ปัดผ่านผิวจีฮยอนเบาๆ

ชาซึงอุนทันเห็นพอดี รีบหันไปกระซิบกรอกหูรยูเฮจินด้วยเสียงเหมือนมดไต่

“ระดับโปรฯ ของโปรฯ แห่งความเนียน…”

“กำลังจะพูดเลย…”

ใครที่ไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของจีฮยอนกับกยองฮา แม้เห็นคาตาก็คงมองแค่ผ่านๆ ไม่ได้สนใจ แต่สายตานักแสดงหนุ่มสองคนบ่งบอกว่าต้องมีอะไรมากกว่าที่คิดแน่นอน ทางด้านจีฮยอนนั้น การสกินชิป (การสัมผัสเนื้อตัว) เสี้ยววินาทีสั้นๆ กลับส่งผลใหญ่หลวงต่อความรู้สึก อาจเพราะทั้งคู่อยู่ท่ามกลางคนมากมาย หัวใจเธอจึงยิ่งเต้นตึกตักหนักเข้าไปอีก อีกทั้งสัมผัสบางๆ เมื่อครู่ยังคล้ายทิ้งความอุ่นเอาไว้เล็กน้อยด้วย จีฮยอนจ้องกยองฮาอย่างเอียงอาย ส่วนอีกฝ่ายที่ยังมีท่าทางเงียบขรึมก็หันไปล้างมือในชามอย่างใจเย็น

เวลาแล่ปลาไปเรื่อยๆ ชิ้นส่วนและเมือกจากตัวปลาจะเคลือบติดมือ ทำให้ความรู้สึกช้า ยังดี มือข้างที่สัมผัสจีฮยอนเมื่อครู่สะอาดกว่าตอนถือมีด

“ฉันต้องลุกบ้างแล้ว นี่ไม่ใช่เวลาจะมัวมานั่งเฉยๆ” ชาซึงอุนเริ่มเคลื่อนไหว

ว่าแล้วก็ออกไปที่สวน ดูแกงเผ็ดปลาร็อคฟิชฝีมือตัวเอง

“นี่ โปรฯ ชา ร็อกฟิชนั่นเอาไปทำปลาดิบจะดีกว่าไหม”

“กินแค่ปลาดิบจะอิ่มเหรอ” ชาซึงอุนย้อนถาม

“จริงด้วย” รยูเฮจินเปลี่ยนความคิดทันที

แกงเผ็ดส่งเสียงเดือดปุดๆ

ผักถูกใส่ลงไป เวลาเดียวกันนั้น กยองฮาก็ใช้น้ำแข็งซึ่งเตรียมไว้ล่วงหน้า แช่เนื้อปลาที่เริ่มจะกองสูงขึ้นทุกที ไม่นาน เนื้อปลาดิบในจานก็ถูกยกมาตั้งบนโต๊ะพร้อมหน้าพร้อมตากับแกงเผ็ด นายองชิกที่คอยมองอยู่ไม่ห่างชักห้ามตัวเองไม่ไหว

“ขอชิมชิ้นบางๆ สักชิ้นไม่ได้เหรอครับ”

รยูเฮจินทำปากยื่น บ่นแบบเหม็นเบื่อ

“เอะอะก็จะมาแย่งเรากินอยู่นั่น ข้าวก็กินไปแล้วนี่ เมื่อกี้”

นายองชิกรับประทานข้าวเย็นแล้วพร้อมพวกทีมงาน แม้จะอิ่มแปล้ แต่ปากก็ยังโหยหา

“ข้าวกับปลาดิบมันคนละอย่างกันนะครับ ผมขอชิ้นเดียวพอ” นายองชิกตื๊อ

รยูเฮจินมองหน้ากยองฮา

“ให้ดีไหม ชิ้นหนึ่ง?”

“ครับ ได้สิครับ” กยองฮาใจดี

นายองชิกมองยกให้กยองฮาเป็นเทพบุตร

“นี่ ต้องอย่างนี้สิ ใจกว้างแบบนี้ ต่อไปได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่นอน”

รยูเฮจินปรายตามองแรง จังหวะนั้นเอง นายองชิกก็ยื่นมือสวบ หยิบชิ้นปลาที่กยองฮาแล่ให้เข้าปากอย่างเร็วจี๋

เคี้ยวเพียงไม่กี่ครั้ง เขาก็ตัวแข็งค้างไปเสียดื้อๆ

“ปลาดิบละลายได้?”

ชาซึงอุนหัวเราะเสียงดัง

“เพ้อเจ้อ ละลายได้จะใช่ปลาดิบเหรอ”

ครั้นนายองชิกเริ่มดึงสติกลับมาก็ยื่นมือออกไปอีกหน ชาซึงอุนฉวยคว้าข้อมือเขาไว้โดยพลัน

“เฮ้ย! อะไรๆๆ”

“เมื่อกี้บอกเองชัดๆ ว่าขอแค่ชิ้นเดียว” รยูเฮจินอยู่เฉยไม่ได้เหมือนกัน

นายองชิกเดินหน้าเศร้ากลับเข้ากลุ่มทีมงาน อีกนิดก็จะร้องไห้แล้วเพราะเก็บซ่อนอาการใจสลายไม่ไหว

“เป็นยังไงคะ” สายตาคิมมินจูที่มองนายองชิกเจือแววอิจฉา

“ไม่น่าชิมเลย อร่อยมากๆ จนจะบ้าตาย”

“หา จะบ้าตาย?”

“อือ มันเป็นยิ่งกว่าปลาดิบ เกินกว่านั้นอีก ลื่นหยุ่นในปากแล้วก็ละลาย…”

อยากจะอธิบายก็ยังเลือกศัพท์ไม่ถูก จู่ๆ ร่างของเขาก็สั่นสะท้านคล้ายถูกความเย็นเข้าแทรก เพียงย้อนคิดถึงรสชาติเมื่อครู่ ร่างกายก็ตอบสนองด้วยการสั่นไหว…

‘อยากกินอีก ทำไงดี’

วินาทีนี้ เขาสนใจแต่ปลาดิบล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นเจือปน กระทั่งเรื่องถ่ายรายการก็เหมือนถูกลบออกจากสมองไปแล้ว

มื้อเย็นเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

“จะทานให้อร่อยเลยค่า!” จีฮยอนกล่าวเสียงดังสดใสเป็นพิเศษ

ชาซึงอุนกับรยูเฮจินหัวเราะชอบใจ

“ร่าเริงดีจริง น่ารักกก”

“แค่น่ารักรึไง ร่าเริงแล้วยังมีเสน่ห์ด้วยเหอะ”

สองคนตั้งใจพูดให้กยองฮาได้ยิน พยายามจะสื่อเป็นนัยว่าผู้หญิงแบบนี้หาไม่ง่ายนะจ๊ะ

ชาซึงอุนคีบปลาชิ้นอ้วนขึ้นมาก่อน ส่งเข้าปากโดยไม่เสียเวลาจิ้มซอสถั่วเหลือง จากนั้นก็อุทาน

“คึกกก สุดยอด ปลาดิบมันต้องกินชิ้นหนาๆ แบบนี้แหละถึงจะได้รสชาติแท้ๆ อูย เนื้อสัมผัสการเคี้ยวนี้…”

กลิ่นหอมอ่อนๆ ของท้องทะเลฟุ้งกระจายในปาก เกิดเป็นภาพผืนน้ำต่อหน้าไม่พอ ยังคล้ายสัมผัสได้ถึงสายลมท่ามกลางแสงอาทิตย์อุ่นๆ อีกด้วย ความเครียดความกังวลน้อยใหญ่ถูกแซะหลุดร่วงหายไปทีละนิด

ส่วนจีฮยอนกับรยูเฮจินนั้น พากันคีบชิ้นแบบบางขึ้นมาชิม

“โอ๊ย อร่อยมากๆ เลยค่ะ”

“เนอะๆ อย่างกับฝันไป ซอสเซิสอะไรไม่ต้องมีแล้ว”

สองคนนี้ก็ไม่จิ้มซอส แถมพูดยังไม่จบคำดีก็รีบคีบชิ้นต่อไปเข้าปากรอ เป็นเช่นนี้วนไปกระทั่งชาซึงอุนเริ่มสงสัยอยากรู้

‘เอามาชิมสักชิ้นดีไหมเรา’

เขาคีบหนึ่งชิ้น หย่อนลงในปาก เคี้ยวเพียงเล็กน้อยก็ละลายหายไป

นี่แปลว่า นายองชิกไม่ได้เพ้อเจ้อน่ะสิ

‘เป็นไปได้ไง…’

ชาซึงอุนย่อมเคยรับประทานปลาดิบแล่บางมาแล้ว ซึ่งเขาไม่ปลื้มเอาเสียเลย ทว่า แบบชิ้นบางขนาดนี้เพิ่งจะเคยชิมเป็นครั้งแรก รสชาติที่ซุกซ่อนอยู่จัดว่าไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆ ใจมันเรียกร้องหาชิ้นใหม่อีกหนและอีกหน รยูเฮจินที่คีบเนื้อปลาส่งเข้าปากอย่างขยันขันแข็งถึงกับพร่ำพรรณนา

“นี่มันไม่ใช่ปลาดิบแล้ว ต้องเรียกอะไรดี ฮ้า! คอนเสิร์ตไม่ก็มิวสิคัล? หนึ่งชิ้นคือหนึ่งตัวโน้ต ตามด้วยตัวโน้ตถัดมา พอบรรเลงต่อเนื่อง จิตใจก็เพลิดเพลินล่องลอยจนไปถึงไคลแม็กซ์ได้เลยนะ ว่าไหม”

“จริงค่ะ” จีฮยอนพยักหน้า ความหมายคือ เห็นด้วยร้อยครั้งเลยค่ะ

“ดังนั้น ถ้ากินๆ อยู่แล้วของขาด คงรู้สึกโหวงๆ เนอะ?”

“ใช่ค่ะ!”

เมื่อมีชาซึงอุนเข้ามาผนึกกำลังร่วมด้วยช่วยกันกิน ปลาดิบชิ้นบางจึงหมดเกลี้ยงภายในพริบตา

หนึ่งในผู้ประสบภัยนามรยูเฮจินเอ่ยเคืองๆ

“เฮ้ย โปรฯ ชา ไหนว่าชอบชิ้นหนาๆ ไง”

หากไม่เป็นเพราะชาซึงอุน เขาคงได้ลิ้มรสมากกว่านี้ ชาซึงอุนรีบโต้กลับหน้าตาย

“ฉันจะไปรู้เหรอว่ามันอร่อยขนาดนี้”

ส่วนกยองฮานั้นรู้ดีอยู่แล้วว่า ปลาดิบของตนวันนี้ค่อนข้างพิเศษ

‘เลเวลออกมาสูงกว่าปกติ คงเพราะระดับความสดสินะ?’

ก่อนหน้านี้เขาหัดแล่ปลาอย่างเอาเป็นเอาตาย เน้นฝึกแล่แบบบางเป็นหลักเพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน ผลก็คือ ปลาดิบแล่บางของเขาได้เพิ่มระดับเป็นเลเวล 4 ส่วนปลาดิบแล่หนาจบที่เลเวล 3 ต่อให้ทุ่มสมาธิจดจ่อเพิ่มเข้าไป ก็ดันขึ้นได้แค่เลเวล 4 กับ 5 เท่านั้น แต่ตอนนี้ แบบบางคือเลเวล 6 ส่วนแบบหนาคือเลเวล 5

กยองฮานิ่งขบคิด จมดิ่งสู่โลกส่วนตัว ขณะเดียวกันสมาชิกรอบโต๊ะอาหารก็ขยับตะเกียบกันวุ่นวายไม่มีหยุด nᴏveʟɢu.ᴄᴏᴍ

ก็ใครใช้ให้ตรงหน้าพวกเขามีปลาดิบแสนอร่อยขนาดนี่เล่า อร่อยชนิดที่ว่า สามคนกินด้วยกัน อยู่ดีๆ ล้มตายไปหนึ่ง ที่เหลือก็ยังคงไม่รู้

***

แกงเผ็ดปลาร็อคฟิชทั้งเผ็ดร้อนและเข้มข้น

แต่กลับไม่สามารถแทนที่ความประทับใจในรสชาติของปลาดิบอิชิไดได้

“มีความสุขจังเลย มากๆ ด้วย…”

“ตอนนี้ขนาดโดนยุงหาม ฉันยังอารมณ์ดีได้อยู่เลย คิดดูสิ แต่…เฮ้อ กินเท่าไหร่ก็ไม่อิ่ม ทำไงล่ะเนี่ย”

ปริมาณอาหารบนโต๊ะนั้นไม่น้อยเลย เพราะความอร่อยแท้ๆ กระเพาะถึงได้ยืดขยายตัว รยูเฮจินกับชาซึงอุนคุยกันเพิ่งจบประโยค นายองชิกก็หิ้วถุงหมูสามชั้นเข้ามา

“กะอยู่แล้วครับว่าต้องเป็นแบบนี้ ผมเลยเตรียมเจ้านี่ไว้”

กระทั่งจีฮยอนที่กำลังจะเก็บกวาดโต๊ะยังหวั่นไหวตาเป็นประกาย

ทันใดนั้น ชาซึงอุนก็ยื่นแขนออกไปเร็วยิ่งกว่าฟ้าแลบ! นายองชิกหดมือที่ถือถุงหมูสามชั้น หลบไว้ด้านหลัง

“ให้เปล่าๆ ไม่ได้ครับ” เขากล่าวเสียงเฉียบขาด

“เอ้า ว่ามา” รยูเฮจินถอนหายใจยาวเหยียด

“จะให้เราทำกายบริหารรอบเที่ยงคืนหรือไง” ชาซึงอุนหรี่ตาย่นคิ้ว

ถ้าเป็นในยามปกติก็มีสิทธิ์เป็นไปได้ อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น แต่นายองชิกกลับมองกยองฮานิ่งราวกับจะให้ร่างทะลุ

“ข้อแม้คือต้องย่างให้ทีมงานทุกคนด้วยครับ”

ชาซึงอุนได้ยินก็อดไม่ไหว ท้วงเสียงดัง

“ได้ยังไง กยองฮาของพวกเราทำงานมาตลอดทั้งวันแล้วนะ”

“งั้นจะทานหมูสามชั้นย่างฝีมือคนอื่นใช่ไหมครับ”

ชาซึงอุนเป็นใบ้กะทันหัน รยูเฮจินรีบเข้าแก้สถานการณ์วิกฤติ

“นั่นมันไม่เหมือนกันสิ ทีมงานมีแค่คนสองคนรึไง นับๆ แล้วเกินยี่สิบด้วยซ้ำ… ต่อให้ย่างแบ่งแค่คนละชิ้น กว่าจะครบ เชฟพี่โกก็แขนเปลี้ยกันพอดี”

“งั้นการเจรจาของเราถือเป็นโมฆะนะครับ”

นายองชิกตั้งท่าจะหันหลังกลับ แต่กยองฮาเรียกเอาไว้เสียก่อน

“ผมย่างให้ครับ”

นายองชิกหน้าระรื่น ทั้งที่ดีใจทั้งอดประหลาดใจไม่ได้

‘สีหน้าปกติ ไม่สะทกสะท้านเลยนะนั่น’ ท่าทีเบื่อหน่ายรังเกียจก็ไม่มีให้เห็นแม้แต่เศษเสี้ยว

ดาราหน้ากล้องผนึกกำลังกับทีมงาน ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็จัดที่ทางกลางสวน ตั้งเตาย่างพร้อมไฟลุกโชติช่วงเสร็จสรรพ เหล่าทีมงานที่ได้แต่ดูเฉยๆ มาตลอดเริ่มมีความหวังจะได้ลิ้มรสของอร่อยขึ้นมาบ้างแล้ว

ครั้นเตาย่างร้อนได้ที่ กยองฮาก็ใช้มือเทพ วางหมูสามชั้นลงไป

ฉ่า ฉ่า ฉ่า

เสียงกลืนน้ำลายดังทั่วสวน ทางโน้นที ทางนี้ทีประหนึ่งโรคติดต่อ จังหวะที่ชิ้นหมูติดมันซึ่งกำลังสุกเป็นสีเหลืองทองถูกจับพลิก เสียงอุทานก็ดังขึ้นอีก ปะปนจนไม่รู้ใครเป็นใคร

“โอ้ว โอ้ววว!”

“ว้าว~!”

กล้องหันไปจับภาพสาวๆ ที่เสียงดังแหลมโดดออกมาทันที แต่ละคนก้มหน้าเขินอาย เอาศอกถองเพื่อนข้างๆ ยกใหญ่ จะให้ทำอย่างไรเล่า สีของหมูสามชั้นย่างนั้นงดงามจนอดใจไม่ไหว กยองฮาใช้กรรไกรตัดแบ่งหมูสามชั้นย่างสุกออกเป็นชิ้นพอดีคำก่อนย้ายใส่จาน ชาซึงอุนยอมเสียสละให้ทีมงานก่อน เพราะรู้ดีว่าทุกคนทรมานมามากแล้ว

แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นจนได้

มีทีมงานที่ชิ้นเดียวไม่พอขอชิ้นที่สองอีก ยื่นมือออกมาซ้ำ

“กินตามคิวสิคะ ยังมีคนไม่ได้กินอีกเยอะแยะนะ…” คิมมินจูท้วง

เอาเข้าจริงพอถึงคิวตัวเอง เธอก็แทบลืมว่าได้พูดอะไรไว้

‘นี่มัน อร่อยเกินไปแล้ววว’

มือข้างขวาสูญเสียการควบคุม ยื่นออกไปเองโดยอัตโนมัติ ดีที่มือข้างซ้ายคว้าจับไว้ทัน นายองชิกเปรยเหมือนคาดการณ์ไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้

“เหอะ เห็นไหม ได้ชิมสักครั้งจะตั้งสติไม่อยู่”

คืนแห่งโชคลาภหมูสามชั้นหล่นทับ ดำเนินต่อไปในลักษณะนั้น

***

กยองฮากำลังนั่งพักเหนื่อย จีฮยอนนั่งอยู่ข้างๆ เขา

“ต้องคันปากยุบยิบแน่เลย”

“อยู่แล้วล่ะ ถ้าไม่มีกล้องคอยจับภาพก็แล้วไป”

ชาซึงอุนกับรยูเฮจินจับตามองกยองฮากับจีฮยอน พลางซุบซิบกันจากระยะไกล

“ลำบากแย่เลยเนอะ แอบคบกันลับๆ เนี่ย”

“แหม่ จะให้ทำไงล่ะ จะเปลี่ยนมาประกาศออกสื่อก็ไม่ง่ายซะด้วย”

“ดังมากเกินก็เป็นปัญหาอีก เปิดเผยเมื่อไหร่วุ่นวายแน่ๆ”

“กยองฮาเป็นเชฟ ทำงานของตัวเองต่อไปได้ ไม่น่ามีอะไรนะ แต่จีฮยอนนี่สิหนักแน่”

ดาราทั้งหลายดำรงคงอยู่ได้ด้วยความนิยม หากตกเป็นข่าวลือรักๆ ใคร่ๆ เมื่อไหร่ ชื่อเสียงก็มีสิทธิ์ย่อยยับเมื่อนั้น ตัวอย่างหรือ? มีให้เห็นนับไม่ถ้วน แต่สำหรับคู่นี้ เหมือนมีบางจุดที่ขบคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจเสียที

“พูดก็พูดนะ ความนิยมระดับสองคนนั้นคือเรียกว่าไม่ธรรมดา คนจับตามองก็เยอะ แปลกมากที่ไม่มีข่าวอะไรหลุดออกมาเลยจนถึงเดี๋ยวนี้ ดูท่าทางน่าจะคบกันสักพักแล้วด้วย…” รยูเฮจินสงสัย

ชาซึงอุนแสดงความคิดเห็นด้วยนำเสียงเรียบเรื่อยไม่กระโตกกระตาก

“อาจจะมีพลังงานบางอย่างก็เป็นได้ เช่น มือที่มองไม่เห็น?”

สรุปอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้อยู่ดี แถมนายองชิกก็กำลังเดินตรงมาที่พวกเขา

“คุยอะไรกันครับ ท่าทางสนุกเชียว”

รยูเฮจินทำสิ่งที่คุ้นเคย นั่นคือเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันราวกิ้งก่าเปลี่ยนสีผิว เก๊กนิ่ง ปากก็แถไปเรื่อยเปื่อย

“อ้อ! คุยเรื่องสุ่มดักปลาน่ะ จะมีอะไรเข้ามาติดไหมน้า โปรดิวเซอร์นาอยากรู้กับเขาด้วยรึเปล่าล่ะ”

“แอบอยากรู้เหมือนกันนะครับ ว่าแต่ไม่เหนื่อยกันเลยเหรอครับ นี่จะสี่ทุ่มแล้ว…”

ชาซึงอุนปรายตาค้อนนายองชิก

“เฮอะ เคยห่วงพวกเราตั้งแต่เมื่อไหร่”

นายองชิกเปลี่ยนเรื่องทันที

“คุณกยองฮาบอกผมว่ามาที่นี่แล้วได้สัมผัสอะไรหลายอย่างเลยแหละครับ”

“เช่น?”

“โน่นนี่นั่นมากมายครับ”

รยูเฮจินที่ฟังอยู่นิ่งๆ เฉยๆ ตาเป็นประกายวิบวับ

“งั้นจีบให้มาเป็นตัวหลัก?”

***

เช้าตรู่วันต่อมา

ทะเลจิน ไม่สิ รยูเฮจินออกมายืนนอกบ้าน

“พี่เฮจิน จะไปไหนเหรอครับ” นายองชิกทัก วันนี้เขาตื่นเช้าผิดปกติ

รยูเฮจินยิ้มกว้าง ตอบเสียงตื่นเต้น

“ขึ้นเขา อยากดูสักหน่อยว่ามีอะไรให้ขุดไหม ต้องไปเก็บสุ่มดักปลาด้วย”

ด้วยความที่การถ่ายรายการครั้งนี้นายองชิกเป็นผู้รับผิดชอบ จะปรับแนวทางหรือใส่ความพิเศษเพิ่มก็ย่อมได้

“ผมไปด้วยนะครับ” นายองชิกตั้งใจตามรยูเฮจินขึ้นเขา

“แต่เช้าเลยเนี่ยนะ”

“ครับ ถือซะว่าเดินเล่นไปในตัว”

กล้องพร้อม

ระหว่างทางขึ้นเขา รยูเฮจินใช้น้ำเสียงน่าฟังเปรยกับคนข้างๆ

“ถ้าเจอพวกตังเซียม[1] ก็คงดีเนอะ แต่น่าจะมีเจ้าของแหละ ว่าไหม”

“ตังเซียมเหรอครับ คิดว่ามีนะ ถึงหาเจอก็ไม่ต้องกังวลครับ เดี๋ยวจัดการค่าใช้จ่ายเอาได้”

งบประมาณสำหรับการถ่ายทำแต่ละครั้งมีไว้เพื่อการนี้ไม่ใช่หรือ แถมสถานที่ถ่ายทำโดยมากก็รับผลพลอยได้จากการเผยแพร่ออกอากาศอยู่แล้ว สถานที่เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ขี้คร้านผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงผู้ดูแลหมู่บ้านจะปรี่เข้ามาช่วยอย่างเต็มใจ ที่เกาะทึงนยางโดนี้ก็เช่นกัน

ขณะเดินดุ่มๆ กันอยู่ราวสามสิบนาที

“เราเข้ามาลึกเกินไปรึเปล่าครับ”

“อย่าเพิ่งสิ รอเดี๋ยว”

รยูเฮจินก้าวอย่างระมัดระวัง จู่ๆ ก็ยอบตัวลง เริ่มใช้มือเปล่าขุดดิน จากนั้นก็ชูบางสิ่งขึ้นมา พร้อมตะโกนสุดเสียงจนเกิดเอ็คโค่สะท้อนทั่วภูเขา

“เจอขุมทรัพย์![2]”

สิ่งนั้นไม่ใช่ตังเซียม มันคือ โสมปลูก (โสมที่มีคนตั้งใจปลูก แต่ปล่อยให้โตเองตามธรรมชาติ)

…………………….

[1] ตังเซียม คือ สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ช่วยบำรุง เพิ่มพลังลมปราณ ปรับสมดุลในร่างกาย

[2] เจอขุมทรัพย์! หรือ 심봤다! เป็นประโยคที่นักขุดโสมป่าตะโกนเวลาพบโสม มักกล่าวสามครั้ง เพื่อประกาศให้รู้ทั่วกันแสดงความจริงใจ จะได้แจกจ่ายแบ่งปันกัน

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset