📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 163

บทที่ 163
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ขณะแบกสุ่มดักปลากับเบ็ดตกปลาเดินออกจากบ้าน

“โปรดิวเซอร์นาจะเคยขัดหม้อข้าวมาก่อนไหมนั่น” ชาซึงอุนถาม

“น่าจะไม่” รยูเฮจินตอบ

ชาซึงอุนหัวเราะเสียงคิกคักไม่พอ ยังยิ้มเย้ยแถมท้ายให้อีก

“ทิ้งไว้แบบนั้นจะดีเหรอ” รยูเฮจินหันมองตัวบ้านอย่างกังวลนิดๆ

“เฮอะ ที่ผ่านมาลืมแล้วหรือไงว่าเราโดนอะไรกันมาบ้าง”

“มันอึมครึมยังไงพิกลน่ะสิ โปรดิวเซอร์นาอาจจะคิดแผนเอาคืนอยู่ก็ได้ กังวลตรงนี้แหละ”

“ถึงกับเอาคืนก็เกินไป… ถ้าทำจริงๆ นี่คือโคตรของความคิดเล็กคิดน้อยเลยนะ” ชาซึงอุนแย้ง

รยูเฮจินฟังแล้วก็ระเบิดหัวเราะ เลิกคิดมากทันที กยองฮาแอบมองทั้งสอง อดไม่ได้พาลหัวเราะไปด้วย

‘เหมือนที่เห็นในทีวีเลย ปกติเป็นคนแบบนี้กันอยู่แล้วรึเปล่านะ’

แต่ละคนล้วนเป็นนักแสดงชื่อดัง ทว่า ความตรงไปตรงมา อกผายไหล่ผึ่งทำตัวตามสบายไร้การปรุงแต่ง และดูจะปรับตัวได้ทุกรูปแบบไม่ว่างานพิธีการหรืองานไหนๆ เช่นนี้สร้างความประทับใจให้กยองฮาไม่น้อย

“สองท่านเจอกันบ่อยๆ นอกจอด้วยรึเปล่าครับ” กยองฮาสงสัย

“เราเหรอ ไม่หรอก” ชาซึงอุนชิงตอบก่อน

“โปรฯ ชาเขางานยุ่ง ไม่มีเวลามาเจอหรอก”

“ตลกละ ไม่มีเวลาอะไร ก็เจอกันอยู่บ้างไม่ใช่เรอะ แล้วมีแค่ฉันคนเดียวที่ไหนที่งานยุ่ง ตัวเองก็ยุ่งพอกันนั่นแหละ”

คำว่า ‘ตัวเอง’ (หรือ ที่รัก) นั้น คือ คำเรียกขานที่หากไม่สนิทชิดเชื้อกันจริงคงเรียกไม่ได้ รยูเฮจินถูกเรียกเช่นนี้หลายรอบแล้ว กลับไม่แสดงท่าทีรังเกียจแต่อย่างใด

“อืม ก็จริง” รยูเฮจินยิ้มอวดฟันสวย

“นี่ กยองฮา” ชาซึงอุนเรียก

“ครับ”

“รู้ไหมว่าหมอนี่มีฉายาว่าอะไร” ชาซึงอุนชี้ไปที่รยูเฮจิน

“คุณทะเลจินรึเปล่าครับ”

“อ้าว รู้ด้วยเหรอ แล้วรู้ไหมว่าทำไม”

“อันนั้นผมไม่แน่ใจครับ แค่เห็นแวบๆ ในซับไตเติ้ล (คำบรรยายใต้ภาพ)…”

“คำว่า เฮ ในชื่อเฮจิน แปลว่า ‘ทะเล’ น่ะ”

“อ๋อ~”

“แล้วดันไปเข้ากับเจ้าตัวพอดีเป๊ะ หมอนี่ชอบทะเลมากๆ นั่นไง พอเข้าใกล้ทะเลปุ๊บ ตาเป็นประกายเชียว”

กยองฮาหัวเราะออกมาอีกจนได้ สามคนคุยจ้อตลอดทาง ไม่นาน ทะเลก็ปรากฏชัดเจนต่อหน้า

รยูเฮจินเดินไปใกล้ๆ ฝายกั้นน้ำ โยนสุ่มที่มีเหยื่อล่อปลาลงไปอย่างชำนาญ ก่อนหันรีหันขวางหาทำเลตกปลา

“เชฟพี่โก เอาตรงไหนดี”

“อ่า นั่นสิครับ ผมไม่ค่อยรู้เรื่องตกปลาเท่าไหร่…”

“ไม่เคยตกปลามาก่อนเหรอ”

“ครับ นี่ครั้งแรก”

“อ้าว แล้วก่อนหน้านี้เอาปลาจากไหนมาทำอาหาร?”

“จากตลาดปลาครับ”

“แถวโนรยางจิน?”

“ครับผม”

“อืม ใช้ของสดซะด้วย แล้วรู้รึเปล่าว่าปลาที่จับในที่แบบนี้อร่อยกว่าเยอะมาก”

กยองฮารู้สึกว่าที่เขาพูดก็มีเหตุผล

“คงเพราะมันสดจริงๆ ใช่ไหมครับ”

“เยส ตลาดปลานั่นก็ของดีอยู่ แต่สู้ที่จับเองกับมือแบบนี้ไม่ได้เลย”

รยูเฮจินหาทำเลเหมาะได้แล้วก็จัดการเอาเหยื่อเกี่ยวเบ็ด แต่ละขั้นตอนเป็นไปอย่างลื่นไหลรวดเร็ว และแล้วเบ็ดตกปลาก็ถูกเหวี่ยงลงสู่ทะเล

“ตกให้ได้นะ”

“หา? หมายถึงผมเหรอ”

“อือ เรามีเบ็ดตั้งสองคัน เชฟพี่โกก็ต้องตกด้วยกันสิ”

กยองฮาแอบส่งสายตาให้ชาซึงอุน แต่ฝ่ายหลังรีบโบกมือ

“ฉันไม่ชอบตกปลา”

เอ้า คนเขาว่าไม่ชอบ จะให้ทำอย่างไร กยองฮารับคันเบ็ดมาอย่างมึนๆ งงๆ

“รอบนี้ต้องตกดีๆ ให้ได้สักตัว… เออนี่ แล้วรู้ไหม เรื่องตกปลานี่ก็แปลก ขึ้นอยู่กับว่าเรามากับใครด้วยล่ะ กับบางคนนี่ตกได้ตกดี บางคนก็บ๋อแบ๋ไม่มีมาเลย สงสัยน้องปลามันรู้จักเลือกคน” รยูเฮจินเปรย

กยองฮาหัวเราะกว้าง

ถ้าว่ากันด้วยระดับความช่างสนทนาพาที นับว่าสูสีกับหัวหน้าครัวสาขารองหรือแม่ของด็อกโฮทีเดียว ทั้งที่คุยไม่หยุดแบบนั้น สีหน้าเขายังเคร่งขรึมจริงจังไม่เปลี่ยน ตอนนี้รยูเฮจินเองก็พาดคันเบ็ดบ้าง

“ครั้งนี้ต้องได้เจ้านั่นเท่านั้น!” ไม่พูดเปล่า ปั้นหน้าเหมือนคนสูญเสียของสำคัญ

ชาซึงอุนกอดอก หัวเราะฮาใหญ่

“คุณเขาลั่นปากกับกุ้งหอยปูปลาไว้ พูดมันทุกรอบ อีกนิดจะร้องเป็นเพลงแล้ว แต่ก็ยังคงตกไม่ได้ เผลอๆ อัดวิดีโอไว้ด้วยมั้งก่อนหน้านี้น่ะ”

ทุกคนเมื่อยปากคร้านจะคุย ต่างพร้อมใจกันนิ่งเงียบมองท้องทะเลไกลๆ ราวกับนัดแนะกันไว้ กยองฮาชอบความรู้สึกนี้ โดยเฉพาะสายลมและพระอาทิตย์ดวงโตเหนือผืนน้ำกว้างสุดลูกหูลูกตานั่น กระแสเย็นชื่นใจพาให้อารมณ์ดีจนมุมปากโค้งขึ้นโดยอัตโนมัติ

‘เหมาะกับการนั่งคิดโน่นคิดนี่มาก’ เขาเริ่มเข้าใจความรู้สึกพวกที่ตกปลาเป็นงานอดิเรกบ้างแล้ว

จู่ๆ ชาซึงอุนก็เอ่ยถาม

“นี่ กยองฮา”

“ครับ?”

“แล่ปลาดิบเป็นไหม”

“เป็นครับ”

“ไม่มีอะไรที่ทำไม่เป็นเลยแฮะ”

ช่วงที่กยองฮาพยายามไต่ระดับเก็บค่าความชำนาญในการทำปลาสเกตนึ่ง ต้องเข้าๆ ออกๆ ตลาดปลาเป็นประจำนั้น คุณป้าเจ้าของร้านใจดีเคยให้ปลาลิ้นเสือเขามาตัวหนึ่งไว้สำหรับฝึกทำปลาดิบ จากนั้นกยองฮาก็อาศัยโอกาสที่ได้ของฟรี เปิดช่องให้ตนฝึกฝนแล่ปลาดิบต่อ บางทีก็ซื้อปลาตาเดียว ไม่ก็ร็อคฟิช (ปลาหิน) มาหัดทำเล่นๆ

เนื่องจากสกิลการใช้มีดของเขาขึ้นสู่ขั้นสูงสุดแล้ว จึงไม่มีตรงไหนเหลือบ่ากว่าแรงแม้แต่น้อย ซึ่งก็แน่นอนว่าปลาทั้งหลายที่เขาหัดแล่ จบลงที่การเป็นซูชิไม่ก็ซาชิมิแจกจ่ายแก่พนักงาน ต่อให้รายการท็อปเชฟไม่ได้ให้เขาแสดงฝีมือทางด้านนี้ เขาก็ยังคงฝึกอยู่ดี

ปลาไม่งับเหยื่อ

“เดิมที การตกปลาคือวิถีที่ทำให้คนร้อนรุ่มอกแทบระเบิดได้เลยนะ เพราะไม่รู้อะไรจะมาตอนไหน ถือคันเบ็ดไปเรื่อยๆ บางทีก็ทำเอาเกือบหลุดพ้นสู่นิพพานแน่ะ”

***

ขณะที่ทั้งสามคน รวมกยองฮาด้วย กำลังต่อสู้กับขีดความอดทนของตัวเองกันอยู่นั้น

นายองชิกก็ล้างหม้อข้าวอย่างเปล่าเปลี่ยวอยู่ที่บ้าน มือขัดไป ปากก็บ่นอุบ

“เชฟโกกับพี่เฮจินน่ะแล้วไปเถอะ แต่พี่ซึงอุนจะตามเขาไปทำไม ตัวเองไม่ได้ชอบตกปลาซะหน่อย”

“คงกลัวโดนสั่งให้ทำอะไรล่ะมั้งคะ” นักเขียนคิมมินจูออกความเห็น

“ตามนิสัย พี่แกไม่ใช่คนแบบนั้น ออกจะชอบหาเรื่องทำโน่นนี่นั่นด้วยซ้ำ”

“นอกจากงานครัว งานอื่นๆ ไม่แตะเลยไม่ใช่เหรอคะ”

เป็นดังที่ว่ามาตลอดจริงๆ หากไม่ใช่งานปรุงอาหารหรือเช็ดครัว ส่วนใหญ่รยูเฮจินจะเป็นผู้เหมาไปทำทั้งหมด

“เออแฮะ ที่พูดมาก็ถูก”

“ว่าแต่…ข้าวเมื่อกี้อร่อยขนาดนั้นจริงเหรอคะ”

“สุดๆ เลยล่ะ แถมเมล็ดข้าวก็นุ่มฉ่ำมาก ความรู้สึกยังติดปลายลิ้นอยู่เลย อ้อ ก่อนล้าง ไอ้พวกข้าวติดหม้อที่ขูดๆ กันออกมานี่ ถ้าเอาให้เชฟ คิดว่าเขาจะทำข้าวตังก้นหม้อให้เรารึเปล่า”

“ไม่ทราบสิคะ แต่ดูทรงเชฟโกท่าทางจะทำเป็นหมดทุกอย่างนะคะ”

“ตื่นเต้นไหมล่ะ อยากรู้เนอะว่ามื้อเย็นจะทำอะไร”

“ฉันกังวลมากกว่าตื่นเต้นค่ะ ไม่รู้จะห้ามตัวเองยังไงไหว…”

การต้องอดทนมองอาหารแบบดูแต่ตามืออย่าต้อง คือเรื่องทรมานสังขารแท้ๆ

ไม่ได้มีแค่สองคนเท่านั้นที่คิดแบบนี้ ทีมงานทุกคนก็ไม่ต่างกัน

“เราเติมท้องให้อิ่มไว้ก่อนเลยดีไหม”

“ทำแบบนั้นเดี๋ยวก็มาเสียดายเอาทีหลังอีกนะคะ ของที่พวกเรากิน เทียบกันแล้วคนละเรื่องเห็นๆ”

นายองชิกถอนหายใจแรง

“เฮ้อ นั่นสิ จะแย่งกินยังไงดีว้า”

บางทีหากเคราะห์ดี อาจมีแก่ใจแบ่งมาให้เองก็เป็นได้ แต่ดาราหน้ากล้องทั้งคู่ก่อกำแพงเสริมเหล็กใส่เขาแล้วนี่สิ มีหวังถูกไล่ชิ่วๆ อีกแน่ จากที่ได้ลองแงะข้าวซึ่งเหลือติดหม้อมาชิมดูก็พอจะเข้าใจได้

‘แค่ข้าวสวยเปล่าๆ ยังขนาดนั้น อย่างอื่นยังต้องให้ถามอีกเหรอ โอย อร่อยขนาดไหน อยากรู้โว้ย’

คิมมินจูเปลี่ยนเรื่องคุย

“เอ๊ะ ช่วงเย็นมีแขกพิเศษมาเพิ่มอีกนี่นา กำลังมาใช่ไหมคะ”

“น่าจะอยู่บนเรือแล้วนะตอนนี้” นายองชิกคาดการณ์

***

กยองฮาทุ่มสุดตัวเพื่อสาวรอกคันเบ็ด มีบางอย่างเกี่ยวอยู่ที่ปลายอีกด้านโuเวลกูดoทคoม

รยูเฮจินบอกเบาๆ เขายังไม่มีปลาติดไม้ติดมือขึ้นมาเลยสักตัว

“อย่าเพิ่งคาดหวังมาก หลายครั้งที่ดึงขึ้นมาปุ๊บ เอ้า ขยะ”

ทว่า เหนือความคาดหมายชนิดหกคะเมนพลิกคว่ำทีเดียว สิ่งที่ขึ้นมากับเบ็ดคือปลาร็อกฟิชตัวอวบอ้วนเท่าต้นแขน

“โห! ไอ้ที่ตัวเองตกไม่ได้ กยองฮาตกแทนให้แล้วเว้ย” ชาซึงอุนโห่ร้อง

“เฮอะ เดี๋ยวฉันก็ได้ตัวที่โหดกว่านี้”

ปากพูดเช่นนั้น แต่ใจรยูเฮจินกำลังร้อนรนมากขึ้นทุกที

“สักหน่อย มาหน่อยสิ อะไรก็ได้สักตัวหนึ่ง จะได้ไม่หน้าแตก… ฮึ่ย”

บ่นคนเดียวยังไม่ทันไร สายเบ็ดก็กระตุก

“มาแล้ว!”

รยูเฮจินตะโกนสุดเสียง สาวรอกด้วยแรงแขน

“ไอ้เจ้านี่แรงเยอะใช้ได้ ดึงเฉยๆ ไม่น่ารอด…”

คังเทกง (เจียงไท่กงหรือเจียงจื่อหยา[1]) ในประวัติศาสตร์จะเป็นเช่นรยูเฮจินหรือไม่หนอ เขากำลังแสดงออกถึงความพยายามยิ่งยวด ใช้พละกำลังทั้งหมดเข้าต่อสู้กับพลังแห่งท้องทะเล ภาพการอุทิศตนอย่างไม่คิดชีวิตนั้น พาให้สัมผัสได้ถึงความหลงใหลในสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง รอกวิ่งหมุนสลับหยุดนิ่ง วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่นาน กระทั่งการประลองกำลังสิ้นสุด จึงได้ยลโฉมสิ่งที่ขึ้นมาเผยโฉมเหนือน้ำ มันคือปลา งับเบ็ดไม่ปล่อยเสียด้วย

“ปะ…ปลาอิชิได!” (สุดยอดปลาเนื้อขาว)

รยูเฮจินตกใจตาแทบถลน จะว่าตาเหลือกก็น่าจะใกล้เคียง ถึงขนาดพูดตะกุกตะกัก

“ฮะเฮ้ยยย ตัวแบบนี้ก็งับเหยื่อแฮะ วันนี้วันอะไรเนี่ย” ชาซึงอุนช็อค

รยูเฮจินทิ้งท้ายสั้นๆ

“วันที่กยองฮามา”

***

สาวน้อยที่ลงมาเหยียบท่าเรือ มีส่วนทำให้ทึงนยังโดสว่างไสวระยิบระยับจับตา

เธอขึ้นรถที่จอดรออยู่บริเวณท่าเรือ โดยสารมาจนถึงปากทางเข้าหมู่บ้านซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก

ทันทีที่ก้าวเข้าไปในบ้านซึ่งกินอาณาบริเวณกว้างขวางก็เห็นทีมงานทั้งหมดได้ไม่ยาก

นายองชิกกำลังนั่งพักเหนื่อยเพราะเพิ่งเสร็จจากการขัดหม้อข้าว เขาเป็นตัวแทนทีมงานปรี่เข้าไปต้อนรับอย่างยินดี

“มาเลยครับ มาๆๆ คุณจีฮยอน!”

จีฮยอนเดินเข้าไปหา กล่าวทักทายเสียงใส

“สวัสดีค่ะ”

“เป็นไงครับ เดินทางลำบากหรือเปล่า”

“นิดหน่อยค่ะ หนูเพิ่งเคยขึ้นเรือครั้งแรก…”

ผืนน้ำไม่ได้นิ่งอย่างที่คาด คลื่นก็สาดซัดอยู่ตลอด เรือจึงโคลงไปมา โชคดีที่จีฮยอนไม่ใช่คนเมาเรือเท่าไหร่

“วันนี้คลื่นน่าจะเอาเรื่องอยู่ครับ ไม่ได้เกี่ยวกับน้ำขึ้นน้ำลง แต่เป็นเพราะลมแรงมาก”

คำว่าน้ำขึ้นน้ำลงออกจะยากเกินไปสำหรับจีฮยอน

“มีลมจริงด้วยค่ะ เอ๊ะ แล้วท่านอื่นไปไหนกันหมดคะ”

“ไปตกปลากันครับ พักอยู่บ้านสักครู่ก่อนได้นะครับ” นายองชิกเสนอ

แต่จีฮยอนไม่มีความคิดจะพักแต่อย่างใด

“ตอนดูรายการ จำได้ว่าแถวนี้มีแพะ ขอไปชมหน่อยได้ไหมคะ”

“เชิญเลยครับ”

ครั้นจีฮยอนจัดเก็บสัมภาระเรียบร้อยก็ตามคิมมินจูไปเยี่ยมเยียนครอบครัวแพะ

อาจเพราะแต่ละตัวเชื่องและคุ้นมือคนมาก หรือไม่ก็เพราะดีใจเป็นพิเศษที่มีแขกอย่างจีฮยอนมาหา แทนที่พวกมันจะเดินหนี กลับดาหน้ากรูกันเข้ามาเสียอย่างนั้น

“ลูบหัวน้องได้ไหมคะ”

“ตามสบายเลยค่ะ”

จีฮยอนย่อตัวลงให้อยู่ในระดับสายตาแม่แพะ ก่อนจะยื่นมือออกไปอย่างเกร็งๆ

แม่แพะน้อมหัวรับการลูบไล้ สงบเสงี่ยมเป็นที่สุด

“เก่งมาก เด็กดี แหะๆ ชื่ออะไรจ๊ะ”

แบ๊แอ๊ะ~ จีฮยอนกำลังคุยกับแม่แพะ

‘โอ้โหหห’ คิมมินจูที่ยืนมองอยู่ถึงกับตาพร่า ตรงหน้าเธอคือภาพวาดชัดๆ

ฉากหลังเป็นอาทิตย์อัสดง ดังนั้นเมื่อมองย้อนแสง จีฮยอนจึงคล้ายมีรัศมีบางอย่างล้อมรอบ งดงามเหลือเกิน ผู้หญิงด้วยกันมองแล้วยังใจเต้นตึกตักไม่เป็นส่ำ นี่สินะชาวเน็ตถึงใช้คำว่า ‘ตายอย่างสงบศพสีชมพู’

‘ตายๆๆ มองต่อไปไม่ไหวแล้ว หัวใจจะวาย’

คิมมินจูยังดี วีเจที่ถือกล้องวีดีโอตามมาด้วยกันดูจะย่ำแย่กว่ามาก ไม่รู้ตื่นเต้นหนักขนาดไหน มือไม้ถึงได้สั่นจนเกินควบคุมแบบนั้น คิมมินจูมองแล้วก็เข้าใจหัวอกเขาเต็มร้อย

‘เฮ้อ ขนาดฉันยังแทบไม่รอด… หนุ่มๆ วัยนี้จะมีสักกี่คนกันที่คุมอัตราการเต้นหัวใจได้ เวลาอยู่ต่อหน้าจีฮยอน’

***

สามหนุ่มเสร็จจากการตกปลา กลับมาถึงบ้านด้วยใบหน้าอิ่มอกอิ่มใจ

รยูเฮจินดูร่าเริงเกินหน้าใครทั้งหมด

“ตกปลาได้เหรอครับ” นายองชิกถาม

“แถ่นแท้น!”

รยูเฮจินยกเจ้าปลาอิชิไดงาบเชือกขึ้นมาโชว์ ทีมงานมองตาค้าง

“ในที่สุดก็ตกมาจนได้ ยินดีด้วยนะครับที่บรรลุความฝันแล้ว” นายองชิกกล่าว

รยูเฮจินโอบไหล่กยองฮา ยิ้มกว้างเหมือนยืนกลางทุ่งลาเวนเดอร์พร้อมกับพูดติดตลก

“ฉันมีดาวนำโชคแหงๆ เชฟโกอยู่ข้างๆ ขนาดปลายังตกได้เฉยเลย”

“เดิมทีพวกอิชิไดยิ่งขี้ระแวงอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอครับ สุดยอดเลย ว่าแต่จะทำยังไงกับมันล่ะครับ ปลาดิบซาชิมิ?”

นายองชิกสงสัย ชาซึงอุนพยักหน้าแทนคำว่า แน่นอน

“อ่าฮะ ปลาดิบพรีเมียมซะด้วยวันนี้…”

หากว่ากันที่ระดับชั้นปลาดิบ ยังมีปลาที่พรีเมียมกว่านี้อีก ทว่า มันหายากและมีน้อยมากๆ จะจับให้ได้ด้วยวิธีตกปลา ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

เวลานี้ยังเช้าเกินกว่าจะรับประทานมือเย็น

ดาราหน้ากล้องนั่งพักกันอยู่บริเวณระเบียงพื้นไม้ ประจวบเหมาะกับคิมมินจูและจีฮยอนที่ไปดูแพะกลับเข้ามาพอดี

“นี่คุณจีฮยอนครับ แขกพิเศษอีกท่านหนึ่ง รู้จักใช่ไหมครับ ทักทายกันเสียหน่อยเนอะ” นายองชิกแนะนำ

ชาซึงอุนกับรยูเฮจินอึ้ง ซึ่งคนที่อึ้งยิ่งกว่า ย่อมหนีไม่พ้นกยองฮา จีฮยอนมองเขายิ้มๆ แววตาเจือความหวานซึ้ง เธอแนะนำตัวเองกับชาซึงอุนและรยูเฮจินตามลำดับ

ตอนที่ยืนประจันหน้ากับกยองฮานั้น

“สองท่านรู้จักกันใช่ไหมครับ” นายองชิกแทรกทะลุกลางปล้อง

กยองฮากับจีฮยอนหน้าถอดสี

“เคยถ่ายรายการด้วยกันมาแล้ว แถมยังถ่ายโฆษณาด้วยกันอีกนี่ครับ” เขาพูดต่อ

สองคนระงับความตระหนก อ้าปากตอบพร้อมกัน

“ครับ/ค่ะ”

เมื่อหยุดกล้อง ได้เวลาพักคืนมาอีกครั้ง กยองฮาก็กระซิบกับจีฮยอนเบาราวยุงบิน ทำท่าอย่างกับพากย์เสียง

“มาที่นี่ได้ไง ลงตารางถ่ายทำไว้ตั้งแต่แรกเหรอ”

“เปล่าค่ะ เห็นพี่ตอบรับทางรายการ หนูเลยตกลงด้วย”

“ทำไมไม่บอกก่อนล่ะ”

“อยากแกล้งให้ตกใจเล่นค่ะ”

แม้ทั้งสองจะติดไมโครโฟนไว้ที่ตัว แต่เสียงกระซิบไม่ลอดออกไปแม้แต่น้อย จึงคุยกันต่อได้

คนทั้งคู่ จีฮยอนและกยองฮา จัดว่าสกิลการเล่นละครสูงไม่น้อย ต่างคนต่างทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ยืนใกล้กันก็จริงแต่ทำทีคล้ายมองไปคนละทิศทาง

แต่ไม่รอด สายตานักแสดงหนุ่มอีกสองคนฉายแววรู้ทัน

“โปรฯ ชา ดูทางนั้นสิ”

“ดูอยู่”

“มีอะไรในกอไผ่แน่ๆ ว่าปะ”

“ทำเป็นไม่รู้ไว้ก่อนเหอะ”

สองคนนี้ก็กระซิบเสียงต่ำไม่ต่างกัน ฉะนั้นจึงไม่มีใครสามารถเงี่ยหูจับใจความได้

………………..

[1] เจียงไท่กง หรือเจียงจื่อหยา ในประวัติศาสตร์จีนบันทึกไว้ว่า คือ นักยุทธศาสตร์คนสำคัญที่ร่วมล้างราชวงศ์ซาง สถาปนาราชวงศ์โจว เขาในวัยแปดสิบปีเคยนั่งตกปลาโดยไร้เหยื่อ ตอบคำถามด้วยประโยคว่า “บุคคลที่น่ายกย่องอย่างแท้จริง คือ ผู้ที่มีความสุขในความมุ่งมั่น กระทั่งบรรลุผล การตกปลาของข้าพเจ้าก็เช่นกัน”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset