เหล้าผลไม้หมักเกรดพรีเมียมหวนคืนสู่สังเวียนตั้งสี่ขวด แต่กลับไม่มีใครวางใจสักคนเดียว
‘รอบทิศมีแต่พวกไฮยีนาหมอบซุ่มอยู่ทั้งนั้น… ไม่สิ น่าจะต้องเรียกว่าพวกสิงโต’
สิ่งที่วางใจไม่ได้ที่สุดก็คือ พวกกว้านซื้อ
หากถูกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกว้านซื้อไปหมด สภาพการณ์วันนี้คงเหมือนสุนัขวิ่งไล่ไก่ แหงนมองไก่บินเกาะคอน แถมพ่วงด้วยการคาดโทษจากผู้หลักผู้ใหญ่อีกหนึ่งกระทง ตอนนี้ไม่มีการเกี่ยงว่าใครมาจากธุรกิจไหนหรือเชื้อชาติใด ทุกคนล้วนหัวอกเดียวกัน
‘ไม่ว่ายังไง ต้องได้ วิธีไหนก็ได้!’
สงครามจิตวิทยาชักทวีความหนักหน่วงขึ้นทุกขณะ แววตาแต่ละคนเหมือนมีประทัดพร้อมจุดเปรี้ยงปร้างตลอดเวลา
ความผิดทั้งหมดควรเป็นของไวน์ราสเบอร์รี่เกรดพรีเมียมที่ทำให้ผู้บังคับบัญชาของพวกเขาเหมือนถูกสิงร่าง
ฮงกยองนักก็กังวลคิดไม่ตกเช่นกัน
‘ถ้าการประมูลเดือดยิ่งกว่าที่เป็นอยู่นี้ รัฐฯ คงไม่นิ่งเฉยแล้วมั้ง’
ขนาดตัวเขาที่เป็นผู้จัดแจงการประมูลเหล้าผลไม้หมักพรีเมี่ยมยังรู้สึกเลยว่าราคามันออกจะสูงเกินไปมาก ประมาณสิบล้านก็หนักแล้ว นี่ถึงกับเรียกร้องขอเสนอราคาหลักร้อยล้านกันเลยทีเดียว มิหนำซ้ำไม่มีการการันตีด้วยว่าราคาจะหยุดอยู่แค่เท่านี้ บวกกับเพราะเกรดพรีเมียมขาดตลาดไปพักหนึ่ง จึงเท่ากับเป็นการสุมไฟให้ลุกโชนในดวงตาของเหล่าผู้รอคอย ดูความวิบวับจากแววตาของทุกคนสิ เป็นใครก็ต้องคิดเหมือนกันนั่นแหละ
ฮงกยองนักเริ่มประกาศเจตนารมณ์ของกยองฮาให้ทราบทั่วกัน
“อะฮึ่ม การประมูลไวน์ราสเบอร์รี่เกรดพรีเมียมในวันนี้ ไม่อนุญาตให้เสนอราคาเกินกว่าหนึ่งขวดนะครับ”
หัวหน้าตัวแทนจากฮันโบกรุ๊ปโวยวายทันที
“หมายความว่าไงครับ”
“หมายความว่า จะไม่มีการประมูลเกินกว่าหนึ่งขวดต่อท่านครับ”
บางคนได้ยินแล้วทำหน้ายับย่น แต่ส่วนใหญ่สีหน้าสดใสขึ้นทันตา
‘แบบนี้เราก็มีโอกาสน่ะสิ?’
ควรให้รู้สึกมีหวังอยู่หรอก รอบนี้เกรดพรีเมียมมาทั้งหมดสี่ขวดเหนาะๆ ทั้งยังเสนอราคาซ้ำ ประมูลเกินหนึ่งขวดไม่ได้เสียด้วย คู่แข่งลดลงไปโดยปริยาย
‘เขียนไปสักสามสิบล้านดีไหม’
ตัวเลขสามสิบล้านนี้เพียงพอแก่การทำให้ผู้เข้าประมูลธรรมดาๆ สะดุ้งได้แล้ว ราคามันเทียบเท่ารถยนต์ขนาดกลางหนึ่งคันเลยไม่ใช่หรือไร แถมนี่คือเหล้าที่ดื่มหมดก็คือหมด ข้อนี้จะไม่นำมาคำนึงถึงคงไม่ได้
ทว่า บางคนคิดการใหญ่กว่านั้น
‘เขียนห้าสิบล้านวอนไปเลย ขอแค่ประมูลได้ ก็ดึงราคาขึ้นได้ล่ะวะ’
เหล้าผลไม้หมักชนิดพรีเมียมนอกจากจะไม่ได้มีมาบ่อยๆ แล้วปริมาณต่อขวดยังกระจุ๋มกระจิ๋มน่ารักอย่างมาก คนเหล่านี้เห็นว่า เพียงมีคำว่าพรีเมียมต่อท้าย อย่างไรการ ‘ขายทอดตลาด’ ซ้ำก็เป็นไปได้แน่ ทว่า จะยังวางใจไม่ได้ เพราะอะไรจะเกิดขึ้นบ้างก็ยังไม่รู้ ผู้เข้าร่วมประมูลอื่นๆ ก็กังวลในจุดเดียวกัน
‘เอาไงล่ะทีนี้ ต่อไปถ้ามีมาอีกหลายขวดอย่างวันนี้ มูลค่าอาจจะไม่เท่าเดิมแล้วก็ได้…’
ทั้งหมดลงสนามห้ำหั่นกันด้วยตัวเลข การคำนวณซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับผู้ร่วมประมูลทั่วไป สถานการณ์ตอนนี้คล้ายจะเตลิดไปในทางที่ไม่มีใครคาดไว้แม้แต่น้อย
“ปิดที่ราคาหนึ่งร้อยสามสิบล้านครับ” ฮงกยองนักทำหน้าที่ดำเนินการประมูลต่อ
ผู้ร่วมประมูลธรรมดาต่างมีเครื่องหมายคำถามวิ่งวนในสมอง
“ทำไมราคายิ่งสูงล่ะ” นี่มันแย้งกับหลักสามัญสำนึกชัดๆ
ของยิ่งมาก ราคาควรจะยิ่งถูกลงสิจึงจะเรียกว่าปกติ
แต่หัวหน้าอีแห่งฮันโบกรุ๊ปกลับคิดต่างอย่างสุดขั้ว
‘เกินกำลังไปหน่อยแต่ก็ต้องเอาให้ได้ล่ะวะ ถ้าวันนี้ยังประมูลไม่ได้อีกมีหวังท่านประธานใหญ่กุดหัวเราแน่ จึ๊ๆ ได้สักสามขวดนี่กำลังดีเลย แหม่’
หนึ่งคนประมูลได้หนึ่งขวดเท่านั้น น่าเสียดายจริงๆ
การเสนอราคาครั้งที่สอง ตัวเลขโดดเกินกว่าครั้งแรกเสียอีก
“คระ…ครั้งที่สอง ปิดที่ราคาหนึ่งร้อยสี่สิบล้านครับ” กระทั่งพิธีกรยังเสียงสั่น
ผู้ร่วมประมูลธรรมดาๆ ที่เหลือซึ่งเขียนราคาอยู่ในช่วงสามสิบถึงห้าสิบล้านได้แต่เอ๋อ
“อะไรกัน นี่มันเรื่องอะไร มีตั้งสี่ขวด ทำไมเรียกราคาซะสูงขนาดนั้น เงินเหลือกินเหลือใช้เรอะ”
ถูกต้อง ผู้ร่วมประมูลที่ได้ครอบครองไวน์ราสเบอร์รี่ในวันนี้ ล้วนเป็นตัวแทนที่เหล่าอภิมหาเศรษฐีผู้มีเงินเหลือกินเหลือใช้ส่งมาทั้งสิ้น
***
เอื๊อก
ประธานใหญ่ อีเทกัง แห่งฮันโบกรุ๊ปจำต้องกลืนน้ำลายแก้ขัดไปก่อน
‘โถ่เอ๊ย เอาน่ะ อดทนหน่อย ขืนเอามากระดกหมดรวดเดียว ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ดื่มอีก’
เดินผ่านตู้โชว์ไวน์ครั้งใดเป็นต้องคิดเช่นนี้ ในหนึ่งวันเขาทะเลาะกับตัวเองอย่างน้อยก็ห้าครั้ง มากหน่อยก็เกินยี่สิบครั้ง อันที่จริง ขวดละร้อยสามสิบล้านวอน สำหรับตัวอีเทกังเองก็ยังรู้สึกว่ามันโหดเกินไปนิด จึงอดไม่ได้ที่จะเอามาเปรียบเทียบกับไวน์ชื่อดังของต่างชาติ ซึ่งต่อให้แพงตาแตกแค่ไหน ราคาก็ยังไม่สูงถึงขนาดนี้ แต่เขาขวนขวายเพื่อให้ได้ไวน์นี้มา ด้วยเหตุผลด้านรสชาติอันเหนือล้ำโดดเด่น ซ้ำยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงยิ่งขึ้นจนรู้สึกได้เอง และคงไม่ใช่เขาคนเดียวที่คิดเช่นนี้ ได้ข่าวว่าพวกที่เสนอราคาประมูลรอบหลังๆ เขียนตัวเลขเยอะกว่าราคาขวดที่เขาได้มาเสียอีก หมายความว่าต้องอยากได้ไวน์ราสเบอร์รี่เกรดพรีเมียมมากจริงๆ อีเทกังถูกม้วนเข้าสู่วังวนของสถานการณ์ไม่น่าอภิรมย์เช่นนี้ก็เพราะการแข่งขันดุเดือดเกินไป
“นี่ยังไม่ได้ออกสู่ตลาดนานาชาติเลยนะ”
ขืนออกสู่เวทีประมูลนานาชาติเมื่อไหร่ ความอลหม่านคงบังเกิดยิ่งกว่านี้มากนัก หากพวกอภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกวิ่งเข้ามาร่วมวงด้วยล่ะก็ ต่อให้เป็นตัวเขาก็ยังไม่แน่ว่าจะมีกำลังต่อกร ราคาสูงสุดที่เสนอกันเข้ามาในปัจจุบันก็เรียกได้ว่าไม่น่าพิศมัยอย่างร้ายกาจ จากนี้มีแต่จะทำให้การแข่งขันร้อนระอุมากขึ้นไปกว่าเดิม
ขวดที่เคยมี อีเทกังดันดื่มจนหมดดั่งคนไร้การควบคุม ไม่รู้จักคำว่าอดกลั้น ฉะนั้น ขวดนี้เขาจึงตั้งมั่นสัญญากับตัวเองว่า จะไม่ทำเช่นนั้นอีก
“อย่างน้อยก็ได้มาไว้กับตัวหนึ่งขวด ค่อยอุ่นใจขึ้นหน่อย สภาพจิตใจเหมือนได้รับการเยียวยาจริงๆ นะนี่”
***
กยองฮากำลังงงกับผลลัพธ์ไม่คาดฝัน
[…ตามที่แจ้งเลยครับ ราคาที่เสนอกันมาสูงกว่าครั้งก่อนซะอีก ผมว่าน่าจะเป็นผลพวงมาจากการที่ของขาดช่วงติดต่อกันสองครั้งด้วยล่ะมั้งครับ]
“แต่ผมฝากไปตั้งสี่ขวด แถมยังให้จำกัดจำนวน ไม่ให้คนเดิมเสนอราคาซ้ำด้วยไม่ใช่เหรอครับ”
[นั่นล่ะ ผมเองก็รู้สึกผิดคาดเหมือนกันครับ คิดหาเหตุผลออกข้อเดียวคือพวกมือหนักมือเติบน่าจะเยอะครับ]
กยองฮาเหงื่อแทบหยด
“ปล่อยราคานั้น จะไม่มีปัญหาจริงๆ เหรอครับ รู้อยู่นี่ครับว่าผมไม่ค่อยเชี่ยวชาญเรื่องเทือกๆ นั้นเลย”
แต่ละขวดตกลงปิดที่ราคาร้อยสามสิบล้าน ร้อยสี่สิบล้าน สองร้อยล้าน และสองร้อยห้าสิบล้านวอน
รอบหลังๆ ยิ่งมา ราคายิ่งโดด
[ผมเองก็กังวลมากเหมือนกัน คิดแบบคุณก็ถูกต้องแล้วครับ แต่ดูดีๆ ไม่น่ามีปัญหาหนักอะไรนะครับ เพราะราคาที่เสนอเข้ามาแต่ละฝ่ายเต็มใจเขียนกันด้วยตัวเอง]
“ไม่มีวิธีทำให้ราคาคงตัวหน่อยเหรอครับ”
[น่าจะเพราะตอนนี้ยังเป็นระยะเริ่มแรกครับ จากนี้ถ้าเพิ่มจำนวนให้ผมหน่อย เดี๋ยวราคามันจะคงตัวไปเองครับ ของเข้าเยอะขึ้น ฐานราคาที่ปล่อยอยู่ตอนนี้ย่อมต่ำลงไปโดยปริยาย ที่เป็นปัญหาเร่งด่วนแก้ไม่ตกคือพวกกระเป๋าหนักที่มีเยอะเกินไปมากกว่าครับ]
“คนที่ประมูลไปมีใครบ้างเหรอครับ กระซิบบอกผมคร่าวๆ ได้ไหมครับ”
[สองรอบแรกเป็นชาวเกาหลี ที่เหลืออีกสองรอบเป็นชาวอาหรับ แล้วก็ชาวจีนครับ]
ใช่แล้ว ชาวอาหรับที่เขาพอจะนึกออกทันทีมีอยู่หนึ่งคน
มานซูร์นั่นเอง
ครั้งก่อนที่มาสาขารอง มานซูร์พกไวน์ราสเบอร์รี่เกรดพรีเมียมติดตัวมาด้วยไม่ใช่หรือ กยองฮาจมลงสู่ความคิดตัวเอง ไล่สันนิษฐานต่อไป
‘คนเกาหลี น่าจะเป็นพวกที่ท่านประธานใหญ่ทั้งหลายส่งมา แล้วคนจีนล่ะ?’
***
หลายวันถัดจากวันนั้น
อากาศเช้าตรู่เย็นสบาย
มยองฮุนจัดการทำเครื่องเคียงช่วงเช้าเสร็จเรียบร้อยก็หันมาถามกยองฮาที่กำลังจะไปโรงผลิตสุรา
“วันนี้ไปหมักเหล้าเหมือนเดิมใช่ไหมครับ”
“คงต้องอย่างนั้น กลับไปก่อนได้เลยนะ”
คำอาสาขอช่วยอีกแรงแล่นขึ้นมาจุกที่คอหอย แต่มยองฮุนกลืนมันลงไป
‘ขืนเสนอตัวขอไปช่วย มีหวังเอาไปคิดบัญชีคำนวณค่าแรงมาให้อีกแหงๆ…’
กยองฮาที่เขารู้จักมาจนถึงตอนนี้ เป็นคนที่แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวชัดเจนยิ่ง งานไหนได้ลงทุนลงแรงช่วยเหลือ แม้จะครู่สั้นๆ กยองฮาก็มักคำนวณค่าแรงแล้วจ่ายตอบแทนอย่างสมน้ำสมเนื้อ มยองฮุนเกรงใจตรงจุดนี้เองโนเวลกูดอทคoม
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
“โอเค เหนื่อยหน่อยนะ ส่วนฉัน อีกเดี๋ยวตามไป”
ระยะนี้เขาต้องแวะไปเช็คเหล้าผลไม้ตลอด เช้าหนึ่งหน เย็นอีกหนึ่งหน จึงจะได้เหล้าผลไม้หมักเลเวล 5 อย่างน้อยที่สุดสี่ร้อยกรัมต่อวัน
“ทีแรกตั้งใจเริ่มทำเพราะกะเก็บไว้เป็นของขวัญผู้มีพระคุณซะหน่อย ไปๆ มาๆ ออกมาอีหรอบนี้เฉย”
หากย้อนคิดดีๆ จะพบว่า กยองฮาล้มเหลวอย่างใหญ่หลวงในเรื่องการควบคุมปริมาณ เป็นเหตุให้ ณ ตอนนี้ เขาจำเป็นต้องรีบจัดระเบียบพวกเหล้าที่เหลืออยู่ให้ได้
อันความโลภของมนุษย์นั้นช่างน่าขัน กยองฮาทำไวน์ราสเบอร์รี่เลเวล 5 เสร็จ สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่เหล้ามัตสึทาเกะกับเหล้าเทียนหม่าจนได้
“ทะ ทำนิดๆ หน่อยๆ พอหอมปากหอมคอแล้วกันเนอะ”
เป็นเพราะอยากได้เงินหรือ เปล่าเลย เพราะเขากระหายอยากรู้มากกว่า สงสัยเหลือเกินว่า เหล้าหมักเหล่านี้เมื่อเลเวลอัปแล้วจะให้ผลลัพธ์อะไรบ้าง มีสรรพคุณด้านไหนเสริมกันและกันหรือไม่ ถ้าสังเกตดีๆ รูปแบบการเลเวลอัปของเหล้าเหล่านี้ก็ไม่ได้ต่างจากพวกไวน์ทั้งหลายเลย ไม่ว่าจะเป็นไวน์ราสเบอร์รี่ ไวน์รากดอกโซโลมอน หรือไวน์ข้าวกล้อง กยองฮาเพลินกับของสนุกเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้เอง
“ทำไมต้องมาโดนระบบเลเวลครอบงำด้วยวะเนี่ย ควบคุมตัวเองไม่ได้เลย…”
ใครที่มีประสบการณ์เช่นเดียวกับเขา ย่อมต้องคาดหวังผลลัพธ์ที่สูงขึ้นอยู่แล้ว ตรรกะคล้ายกับเกมเมอร์ทั้งหลายนั่นเอง ยิ่งเล่นก็ยิ่งต้องหาทางให้ได้ไอเท็มระดับสูงกว่าเดิมมาครอบครอง สำหรับตัวกยองฮาเองนั้น การได้เฝ้ามองผู้อื่นมีพัฒนาการรุดหน้า นับเป็นความปิติในหัวใจที่ประเมินค่าไม่ได้
เขามัวแต่กำหนดสัดส่วนให้กับเหล้ามัตสึทาเกะและเหล้าเทียนหม่าที่เพิ่มจำนวนขึ้นจนลืมเวลาไปเลย สุดท้ายก็ต้องหักห้ามใจ เดินทางกลับมายังสาขารองตอนราวๆ สิบโมง
อีกไม่นานก็จะถึงวันหยุดยาวช่วงเทศกาลประจำชาติเกาหลี (ช่วงตรุษจีน-ปีใหม่เกาหลี โดยจะเรียกว่าวันซอลลัล)
อันอิลเทกับจินโอกำลังแจกของขวัญวันซอลลัลกับซองโบนัสหรืออั่งเปาให้แก่เหล่าพนักงานอยู่พอดี
“… เอ้า ไหนคนต่อไป เด็กหญิงฮเยจีของพวกเรา ปีนี้ก็ฝากด้วยนะ”
“ค่า! ขอบพระคุณค่า!”
กยองฮาส่งเสียงทักทายตั้งแต่พิธีมอบของขวัญยังไม่จบ
“เถ้าแก่ มาแล้วเหรอครับ”
“อ้อ มาแล้วรึ …เอ้า นี่ ให้ซุนกุกของพวกเรา”
“ขอบคุณครับ” ซุนกุกก้มศีรษะคำนับ มือรับของขวัญและซอง
อันอิลเทยังคงง่วนอยู่กับการแจกของ กยองฮาเดินไปยืนข้างๆ กระซิบเบาๆ
“ก่อนหน้านี้ผมบอกไปแล้วนะครับว่า สาขารองให้เป็นหน้าที่ผม”
“ไม่ได้สิ อาศัยช่วงเทศกาลแบบนี้แหละฉันถึงจะมีโอกาสให้อะไรที่อยากให้ ไม่งั้นจะได้ให้ตอนไหน”
เดิมที คนยิ่งสนิทชิดเชื้อ เส้นกั้นแบ่งชนชั้นยิ่งจางลง กยองฮากับอันอิลเทก็เช่นกัน
ทั้งคู่ไม่มีใครยอมใคร แม่ของด็อกโฮมองแล้วสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น
‘กลมเกลียวกันดีจริงๆ จะมีใครคิดเผื่อกัน ดูแลกันตลอดอย่างนี้บ้างนะ’
อันอิลเทจัดการธุระสมใจตามที่คาดหวังเรียบร้อยก็เดินทางกลับ จินโอตามกลับไปด้วย
“สู้ๆ นะ” มยองฮุนส่งน้องชายง่ายๆ สั้นๆ
“อื้อ พี่ก็เหมือนกัน”
จินโอทำทีเหมือนจะเดินออกจากร้าน แต่แล้วไม่ถึงหนึ่งวินาทีก็ถลันกลับเข้ามา ตรงไปที่เคาน์เตอร์ วางของขวัญลง
“อันนี้ท่านประธานฝากมาให้ครับ”
เขาอธิบายแบบไม่รอฟังคำตอบด้วยกลัวจะถูกรั้งตัวไว้ ครั้นภารกิจที่ได้รับมอบหมายลุล่วง เขาก็เผ่นแน่บโกยไม่ยั้ง
มยองฮุนมองตามขำๆ
“ฮ่าๆ ไอ้บ้านี่”
ส่วนกยองฮาถอนหายใจอย่างอดไม่อยู่
‘ห้ามไม่เคยฟังกันเลยจริงๆ แต่ละคน…’
เมื่อแกะห่อผ้าออก ของขวัญด้านในก็เผยโฉม แม่ของด็อกโฮอุทานอย่างตื่นเต้น
“อุ๊ยตาย โสมแดงนี่คะ”
“จริงด้วย ของแพงไม่ใช่เหรอครับ” มยองฮุนถาม
“น่าจะเกินแสนวอนมั้ง ว่าไหม” แม่ของด็อกโฮถามกลับ
อีกด้านหนึ่ง ซองช่อลกับมินซูกระมิดกระเมี้ยน ค่อยๆ เปิดซองอย่างเบามือ
“โห ให้มาตั้งสามแสนวอน”
“เหมือนกันเลย…”
พวกพนักงานบริษัททั่วไปมักได้โบนัสช่วงเทศกาลอยู่แล้วเป็นปกติ แต่สำหรับพวกที่ทำงานร้านอาหารกลับไม่ใช่ และเงินจำนวนสามแสนวอนนี่ก็มากไม่ใช่เล่น
ซุนกุกแง้มซองอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็สะดุ้ง
‘เฮ้ย ของฉันได้ตั้งสี่แสน’
ซุนกุกไม่ยอมปล่อยผ่าน เดินไปหากลองฮา ก่อนกระซิบ
“พี่ ผมน่าจะได้เงินในซองเกินมานะครับ เถ้าแก่นับผิดรึเปล่า”
กยองฮารู้เหตุผลดีอยู่แล้วตั้งแต่แรก
“เราเป็นผู้จัดการไม่ใช่เหรอ ก่อนหน้าตอนแจกซองเถ้าแก่บอกไว้ว่า โบนัสเทศกาลจะแจกอิงตามตำแหน่งน่ะ”
ซองในมือแม่ของด็อกโฮอ้วนกว่า ด้วยมีเงินถึงห้าแสนวอนอยู่เต็มซอง เธอวิ่งแจ้นเข้ามาอย่างตระหนกเช่นกัน
“เถ้าแก่คะ เถ้าแก่สาขาหลักใส่ซองมาผิดแน่เลยค่ะ เยอะกว่าของเด็กๆ อีก”
“ถูกแล้วครับผม เป็นถึงหัวหน้านี่ครับ เถ้าแก่เคยบอกว่าสำหรับหัวหน้าต้องให้เพิ่ม”
“ตายๆๆ …”
แม่ของด็อกโฮประทับใจไม่น้อย กยองฮาได้แต่บ่นอุบ ท่าทางเถ้าแก่จะไม่ได้แจกเงินเฉพาะที่สาขารองอย่างเดียวแน่ เขาเอาคอเป็นประกันว่าที่สาขาหลัก ทุกคนก็ต้องได้รับเงินกันถ้วนหน้า
‘แม้แต่สาขารองก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้เหรอเนี่ย เถ้าแก่นะเถ้าแก่’
***
ช่วงบ่าย ณ สถานอบรมแฟรนไชส์
ชินยองฮีผูกผ้าปิดตา กำลังไล่ชิมอาหารแต่ละจานตามลำดับ
“อันนี้…คิดว่าสอบผ่านค่ะ”
กยองฮายิ้มแย้มพอใจอยู่ในหน้า
“อันถัดไปล่ะครับ”