📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 127

บทที่ 127
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

“อ่า ครับ …ไม่มีการยืดหยุ่นเวลาให้ดาราเหรอครับ ครับ เข้าใจแล้วครับ”

ครั้นหัวหน้าโจนัมจุนแห่งเซโมเอ็นเตอร์เทนเมนท์กดวางสาย ก็บ่นอุบทันทีอย่างไม่พอใจ

“ชิ ขายดีแล้วไง ไม่ต้องมีดาราช่วยโฆษณาเรอะ” เขาแอบเสียความมั่นใจเล็กๆ

สาเหตุก็มาจากไอดอลกรุ๊ป COK เพิ่งจะถูกปฏิเสธอีเวนท์

“ต้องกินที่นั่นให้ได้เลยเหรอ” โจนัมจุนมองหน้าเมมเบอร์

“ครับ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ไม่ใช่เหรอครับ”

รายการออกอากาศ อีเวนท์ หรือคอนเสิร์ต COK ไม่เคยเกี่ยง เข้าร่วมอย่างกระตือรือร้นทุกงาน แม้จะยังไม่ขึ้นทำเนียบเป็นไอดอลกรุ๊ปแนวหน้า แต่พวกเขาก็กำลังสะสมชื่อเสียงเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน นักร้อง ดารา นักแสดงต่างๆ ที่รับงานจนตารางแน่นย่อมไม่มีช่วงว่าง ใช้ชีวิตปะปนกับผู้คนทั่วไปก็ไม่ได้อีก แฟนๆ เข้ามารุมล้อมทีไรเป็นต้องวุ่นวาย ทว่า จะไม่ให้คำนึงถึงประเด็นด้านความปลอดภัยและปัญหาต่างๆ ก็ไม่ได้

‘ดาราดังคนไหนต้องต่อแถวบ้าง ขอตัวอย่างหน่อยซิ’

เมื่อโจนัมจุนทะเลาะกับตัวเองในใจเสร็จแล้ว เขาก็ส่งเมมเบอร์กรุ๊ป COK พ่วงด้วยบอดี้การ์ดไปยังร้านฮันอุลสาขารอง

ผู้จัดการส่วนตัวเก็บอาการตกใจไว้ไม่อยู่

“นั่น ใช่จางอูซองรึเปล่า” ต่อให้เมมเบอร์คนหนึ่งไม่ถาม ทุกคนก็เห็นจะๆ คาตา

ชายหน้าตาดีซึ่งมีออร่าสว่างไสวล้อมรอบใบหน้าคนนั้น

ความสูงอันโดดเด่น สรีระเหมาะเจาะเป็นสัดส่วนทองคำตลอดทั้งร่าง บรรยากาศรอบตัวเขาไม่ธรรมดาถึงขนาดกดทับมวลอารมณ์ด้านข้างจนสิ้น จางอูซองผู้นี้สมเป็นแบบอย่างของบุรุษงามสง่าตามแบบฉบับเกาหลีจริงๆ แม้อายุอานามจะเลยสี่สิบมาพักใหญ่แล้ว แต่ความหล่อเหลายังคงเดิมไม่มีเปลี่ยน

‘แล้วทำไมต้องมาเจออยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้ด้วยเนี่ย’

จางอูซองราวกับมีเวทมนตร์เปลี่ยนให้คนรอบตัวเขากลายเป็นหรือไม่ก็ดูเหมือนปลาหมึกกล้วย

“พวกนั้น ใช่ซีโอเคปะ”

“ชะ…ใช่มั้ง แต่ทำไมหน้าตาดูไม่ได้อย่างนั้นล่ะ ตัวก็เตี๊ยเตี้ย”

สาวน้อยแรกรุ่นสองคนซุบซิบกันอยู่ในแถวด้านหน้าพลางลอบชำเลืองมาทางด้านหลังบ่อยๆ แน่นอนว่าสิ่งที่พวกเธอคุย ย่อมต้องการให้ลอยถึงหูผู้จัดการและเมมเบอร์

พวกเขาคือไอดอล ตลอดมาเคยได้ยินแต่คำชมว่าหน้าตาดี ไม่คิดแม้แต่น้อยว่าจะมีวันที่ต้องมาได้ยินอะไรเช่นนี้ หนุ่มๆ COK รู้สึกขายหน้าอยากแทรกแผ่นดินหนี ซุกศีรษะงุดกับอก

“ไปกันเถอะ”

“ไหนๆ มาแล้ว ต้องได้กินสักหนสิ ถ้าไม่ใช่วันนี้แล้วจะมีโอกาสได้มาอีกเมื่อไหร่ล่ะ”

“ก็จริง…”

สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน

จางอูซองถึงคิวก้าวเข้าฮันอุลสาขารองไปก่อน แต่ออร่าสว่างสดใสของเขากลับไม่อาจเรียกสายตาลูกค้าด้านในให้มารวมกันเป็นจุดเดียวได้ แต่ละคนสนใจแต่อาหารตรงหน้า

จางอูซองไม่เห็นเป็นสำคัญ เดินตรงไปทางครัว ส่งเสียงห้าวทุ้ม

“ผมมาอีกแล้วครับเถ้าแก่”

“อ้อ! มาแล้วเหรอครับ” กยองฮาตอบรับอย่างเป็นกันเอง

“กินอาหารของเถ้าแก่เข้าไปครั้งหนึ่ง กลายเป็นต้องมาบ่อยๆ เลย ทำยังไงถึงปรุงอาหารอร่อยขนาดนี้ครับ”

อาจจะต้องโทษที่เขาหล่อเหลามาตั้งแต่เกิด ยิ้มอบอุ่นนั้นทำให้พนักงานครัวหมองไปทันที มยองฮุนถึงขนาดใจฝ่อห่อเหี่ยวขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

‘… มองใกล้ๆ แบบนี้ยิ่งรู้สึกว่าเราโคตรจะไม่เข้าพวก’

กยองฮาหัวเราะกลบเกลื่อน

“ผมตั้งใจมากน่ะครับ ฝึกมือมาเรื่อยๆ อีกอย่างทุกท่านก็ช่วยกันทานซะอร่อย”

“วันนี้ขอฝากท้องกับเถ้าแก่อีกนะครับ เมนูเดิมครับ แกงกิมจิ”

จะกล่าวว่าสถานการณ์ดำเนินมาถึงทุกวันนี้ได้ ล้วนเป็นผลมาจากแกงกิมจิก็คงไม่เกินไป

“ทำไงดีล่ะครับ วันนี้ผมคงต้มอร่อยเท่าวันนั้นไม่ได้” กยองฮารีบแจ้งเหตุขัดข้อง

“อ้าว ทำไมล่ะครับ”

“สภาพร่างกายผมไม่พร้อมเท่าวันนั้นน่ะครับ เมื่อครู่ใช้พลังไปจนเกลี้ยงเลย”

ตอนนั้นเอง ในห้องอาหารก็วุ่นวายขึ้นมา

“เตือนแล้วนะว่าอย่าแหยมกับแกงกิมจิฉัน!”

“แกก็กินแกงเต้าเจี้ยวฉันแทนดิ!”

“เดี๋ยวนะ ฉันเป็นคนสั่งแกงเต้าเจี้ยวรึไง”

ทั้งชี้นิ้ว ทั้งตะโกน ยิ่งพูดยิ่งเสียงดัง แต่แล้วจู่ๆ ก็เกิดเสียงโครมคราม เก้าอี้ล้มระเนระนาด คนที่อยู่อีกฝั่งหน้าคว่ำ พนักงานรีบแจ้นเข้าไปห้ามทัพ

“คุณลูกค้าครับ ทำแบบนี้ไม่ได้ครับ”

“หรือว่าแกงกิมจิถ้วยนั้น คือถ้วยที่เถ้าแก่ต้มตอนสภาพร่างกายพร้อม? ถูกไหมครับ”

จางอูซองแอบมุบมิบถาม

“ครับผม”

คำตอบของกยองฮาทำให้เขาเข้าถึงจิตใจลูกค้าที่กำลังโรมรันพันตูกันได้ถึงสิบส่วนเต็ม

‘อืม มีเหตุผล ถูกแย่งแกงกิมจิแบบนั้น มันก็ต้องโดนหมัดกันหน่อยล่ะ’

***

พนักงานประจำโรงผลิตสุราโครยอกำลังทยอยรับเงินเดือนที่คงค้าง

“ขายที่นี่ได้แล้วเหรอครับ”

“ใช่” ชายองซอกตอบสั้นๆ

“จากนี้ไป จบสิ้นแล้วสินะสุราต้มกลั่น”

เสียงถอนหายใจที่ออกมาพร้อมประโยคดังกล่าวทำเอาหัวใจพนักงานทั้งหลายเหมือนถูกแทงจนพรุน โรงงานแห่งนี้เคยโอบกอดความภาคภูมิใจและให้เคารพในวิถีดั้งเดิมมาตลอด จะไม่ให้ทั้งเสียดายและเสียใจได้อย่างไร

“จะยังมีการผลิตต่อไป”

“อะไรนะครับ”

ชายองซองที่ตกเป็นจุดรวมสายตาทุกคนปั้นหน้าจริงจังพลางเอ่ย

“เพราะฉะนั้น พวกเธอทุกคนก็ยังต้องมาเข้างานอยู่”

เรื่องราวเป็นมาอย่างไรไม่แน่ชัด พนักงานแย่งกันถามอย่างร้อนรน

“เกิดอะไรขึ้นครับ”

“เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ”

ชายองซอกยิ้มอย่างผู้ใหญ่ใจดี

“โอนกิจการน่ะ ตั้งแต่วันนี้ไปพวกเราทำเหมือนที่เคยทำมาก็พอ จากนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเดือนแล้วล่ะนะ มีคนมารับช่วงต่อดูแลโรงงานแทนแล้ว”

เป็นเช่นนั้นจริง กยองฮาซื้อกิจการต่อโดยมีข้อแม้ว่าทุกคนจะยังได้ทำงานที่นี่ต่อไป สิ่งที่สำคัญเทียบเท่าเครื่องไม้เครื่องมือก็คือความสามารถของพนักงานนั่นเอง เขาลองไปสำรวจโรงงานมาหลายแห่ง ยังไม่พบที่ไหนผลิตสุราต้มกลั้นได้เลเวล 3 เลย มีที่นี่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น อนาคตที่เคยมืดมิดของทุกคนสดใสขึ้นทันตา จะไม่ให้นับเป็นข่าวดีได้อย่างไร อย่างน้อยก็รอดพ้นจากการต้องเป็นบุคคลว่างงานล่ะน่า แต่แน่นอนว่ายังคงมีเสียงขมขื่นแว่วมาให้ได้ยิน

“ถ้างั้นต่อจากนี้พวกเราต้องทำงานภายใต้ท่านประธานคนใหม่เหรอครับ”

“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นแหละ แต่ท่านมาที่โรงงานบ่อยๆ ไม่ได้หรอก งานท่านเยอะมาก…”

“พวกเรายังไม่มีโอกาสได้ทักทายแสดงความเคารพเลยนะครับ”

“ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ได้เจอ ท่านเปรยๆ ไว้แล้วว่าจะแวะมา”

ชายองซอกเอ่ยตอบประโยคที่เปี่ยมไปด้วยสำนึกขอบคุณของพนักงาน ผลพวงจากการโอนกิจการ พัดพาให้บรรยากาศที่เคยมืดมนของโรงผลิตสุราสลายไป กลายเป็นอบอุ่นชื่นบานเสียจนไม่อาจมากไปกว่านี้ได้อีก

***

เสียงตัดพ้อดังไปทั่วงานประมูล

“วันนี้ก็ไม่มีอีกแล้วเหรอ”

เหล้าผลไม้ที่เคยเปิดประมูลเป็นประจำขาดหายไปจากเวทีประมูลถึงสองครั้งติด

“แต่ไวน์ชั้นเยี่ยมยังมีเยอะนะครับ”

ผู้เข้าร่วมประมูลหาได้สนใจไวน์ชั้นเยี่ยมไม่

“อย่างน้อยก็ปล่อยพวกเกรดดีออกมาเยอะหน่อยไม่ได้หรือไง ผมมาเพื่อเหล้าผลไม้อย่างเดียวเลยนะ นี่มันอะไรกัน หา?”

เขาโวยวายเพราะเหล้าผลไม้เกรดดีชักจะร่อยหรอลงเรื่อยๆ

“ขออภัยครับ ต้องขายหน้าทุกท่านแล้ว”

ในหมู่ผู้เข้าร่วมประมูล มีคนบางกลุ่มใจกำลังจะขาดรอนๆ

นั่นก็คือ เหล่าผู้ติดตามอภิมหาเศรษฐีทั้งหลาย

ไม่เกี่ยงว่าเป็นชนชาติใด ไม่ว่าจะมาจากอาหรับเอมิเรตส์หรือเมืองจีน ล้วนหัวอกเดียวกัน

‘แย่ล่ะสิคราวนี้’

‘จะอธิบายให้ท่านประธานใหญ่ฟังยังไงดีเนี่ย’

‘ได้มาแค่ขวดเดียวเอง โถ่…’

สมรภูมิการประมูลเหล้าผลไม้กำลังดุเดือดเลือดพล่าน การเป็นเจ้าของเหล้าสักขวดยากเย็นเหลือแสน ล่าสุด กลุ่มที่จ้องจะกวาดเหล้าผลไม้เข้ากระเป๋าตนให้สิ้น ปะทะนัวกับกลุ่มที่รอประมูลให้ได้อย่างน้อยหนึ่งขวด กลายเป็นการดวลหมัดกันกลางปลักโคลนไปเสียนี่ ถึงอย่างนั้น เหล้าผลไม้ก็ยังไม่โผล่ออกมาให้ได้เสนอราคาอยู่นั่น จะไม่ให้อกแตกตายได้หรือ

สถานการณ์ตอนนี้เล่นงานฮงกยองนักจนเหงื่อกาฬไหลโชก

‘เขาก็มีเหตุผลส่วนตัวของเขา…’

ต่อให้ ณ ที่นี้มีเจ้าขุนมูลนายหรือคนใหญ่คนโตเพียงไหน ฮงกยองนักยังคงจำเป็นต้องเคารพสิทธิของกยองฮาก่อน

***

และแล้วก็ถึงวันหยุดจนได้

แขกผู้มีเกียรติเดินทางมาเยือนเกาหลีเพื่อมาหากยองฮาถึงสองคน อันโตนิโอและมาร์โกนั่นเอง

การที่เชฟทั้งคู่ซึ่งชื่อเสียงสะท้านวงการอาหาร บินมาจากอิตาลีและอังกฤษพร้อมกันเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แม้จะติดต่อมาหากยองฮาในเวลาใกล้เคียงกัน แต่คนที่ทำหน้าที่นัดวัน เวลา สถานที่ คือกยองฮาเอง

“มาถึงจุดที่หมักเหล้าเองเลยเหรอครับ” อันโตนิโอตาโตเหมือนกระต่ายตกใจ

“ครับ ทำไปทำมาน่ะครับ…”

มาร์โกเองก็ตกใจไม่ต่างกัน เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมา

‘แค่ทำอาหารอย่างเดียวก็วุ่นวายจะแย่ ยังจะหมักเหล้าด้วยเรอะ’

แล้วหมักเล่นๆ แค่ขวดสองขวดเสียที่ไหน จริงจังถึงขนาดเปิดโรงผลิตสุราเลยทีเดียว มาร์โกลองย้อนทวนความทรงจำดูว่า เชฟที่ตนรู้จักมีใครเป็นเช่นนี้บ้าง ทว่า ต่อให้ขุดลึกเท่าไหร่ก็ยิ่งเห็นชัด คนอย่างกยองฮาคนนี้ เขาเพิ่งจะเคยพบเคยเจอโนเวลกูดอทคอม

“พวกเหล้าที่บ่มครบกำหนดแล้วอยู่ตรงไหนเหรอ” มาร์โกมองไปรอบๆ โรงผลิตสุราอย่างสนใจ

ชายงเทเป็นล่าม แปลให้กยองฮาฟัง ก่อนที่กยองฮาจะชี้ไปยังจุดหนึ่ง

“อยู่ฝั่งนี้ครับ พวกนี้ได้ที่แล้ว”

“มีนิดเดียวเองนี่ นึกว่าจะเยอะกว่านี้”

“เวลามันกระชั้นน่ะครับ รอบนี้เลยหมักได้เท่านี้”

ทั้งงานรายการออกอากาศและงานโฆษณาทำให้เขาไม่มีเวลาว่าง ส่วนที่หมักๆ ไว้ก่อนหน้านั้นก็ถูกประมูลไปอย่างรวดเร็วราวกับกลัวตัวเองต้องค้างอยู่บนเวทีประมูลนาน ขณะนี้จึงเหลือเพียงเหล้าบ่มระยะที่สองไม่กี่ขวดกับเหล้าบ่มระยะแรกซึ่งยังไม่ได้ที่

“มาชิมกันเถอะครับ” อันโตนิโอแลบลิ้นผลุบๆ

ทั้งคู่อุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลจากแดนไกลเพื่อมาหาเขา จะให้ใจจืดใจดำคงไม่ใช่เรื่อง

เหล้าพวกนี้หรือ แค่หมักใหม่ก็ใช้ได้แล้ว! สิ่งที่เขาได้รับจากอันโตนิโอกับมาร์โกมีไม่น้อยเลย จะเอามาเปรียบกันได้อย่างไร ยิ่งด้านคุณค่ายิ่งเทียบกันไม่ได้ ยังมีอะไรให้ต้องพูดอีกเล่า

อันโตนิโอรับไวน์ราสเบอร์รี่มาหนึ่งจอก ดื่มทันทีเดี๋ยวนั้น ต่อด้วยการอุทานเสียงดังประหนึ่งกำลังช็อค

“คุณเป็นคนหมักไอ้นี่จริงๆ เหรอครับ” อันโตนิโอลมแทบจับ

“ครับผม”

เทียบกับไวน์ปกติแล้ว ไม่มีจุดไหนด้อยกว่าเลย มาร์โกเห็นปฏิกิริยาของอันโตนิโอก็นึกสงสัยหนัก

“ขอฉันสักแก้วสิ”

มาร์โกรับไวน์ราสเบอร์รี่มาจากมือกยองฮา วิเคราะห์รสชาติ จากนั้นค่อยยกดื่ม

ครั้นมาร์โกห่อลิ้น ก็สัมผัสได้ถึงความขมปร่าปนกับความหวานหอม ผสมผสานกับความรู้สึกลึกลับซ่อนเร้นบางอย่างซึ่งเรียกความสุขได้อย่างประหลาด ที่น่าตระหนกกว่านั้นคือ ความสุขที่ว่ายิ่งมายิ่งทวีคูณ

ทันใด ภาพธรรมชาติก็ปรากฏตรงหน้า ไล้ผ่านผิวกายก่อนหายวับไป

“รสชาติเหลือเชื่อ ไม่เคยนึกเลยว่าเหล้าหมักจะรสดีขนาดนี้”

หากถามเรื่องรสชาติสุรา ผู้ที่รู้ลึกจริงๆ มักไม่ค่อยมีให้เห็น ส่วนใหญ่อาศัยดื่มเข้าไปแล้วอารมณ์ดีเลยตอบว่าอร่อยเสียมากกว่า แต่กรณีนี้นับเป็นข้อยกเว้น มาร์โกประเมินรสชาติไวน์ราสเบอร์รี่จากข้อเท็จจริงที่จับต้องได้ อันโตนิโอเองก็ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วย

“หรือเพราะอารมณ์พาไป? ไม่ได้ล้อเล่นนะครับ ผมไม่เคยดื่มเหล้าที่ไหนอร่อยขนาดนี้มาก่อน เพราะฉะนั้นจากการวิเคราะห์แล้วเนี่ย ขออีกสักแก้วได้ไหมครับ”

ปกติเขาไม่ใช่พวกขี้เหล้าหลงใหลการดื่ม ไม่เคยถูกแอลกอฮอล์ล่อลวงแม้แต่ครั้งเดียว ที่ขอจิบเพิ่มนั้นก็เนื่องด้วยเป็นเหล้าฝีมือกยองฮา และเขารู้สึกสนใจก็เท่านั้น ไวน์ราสเบอร์รี่ในมือนี้มีความพิเศษ แตกต่างจากของทั่วๆ ไปที่ดื่มแล้วหัวหมุนติ้วๆ ตรงที่มันช่วยผ่อนคลายอารมณ์อย่างนุ่มนวลก่อน จากนั้นจึงปล่อยให้ผู้ดื่มได้สัมผัสแอลกอฮอล์ ความเบิกบานพุ่งขึ้นทีละเท่าตัว จากหนึ่งแก้วเพิ่มเป็นสอง จากสองกลายเป็นสี่ อันโตนิโอกับมาร์โกดื่มหมดขวดในท่ายืน ไวน์ไหลผ่านหลอดอาหารสู่ร่างกาย

“ไม่ได้เมา แต่กลับอารมณ์ดียิ่งกว่าตอนเมาซะอีก นี่อย่าบอกนะว่าเอาของดีที่สุดมาให้พวกผมชิม”

ชายงเทแปลสิ่งที่มาร์โกเอ่ย กยองฮาตอบไม่ปิดบัง

“ครับ ถูกต้องครับ”

“เอาล่ะสิ เกรงใจแย่เลยทีนี้”

“คิดแบบนั้นผมยิ่งเกรงใจกว่าเดิมอีกครับ” ชายงเทช่วยแปล

มาร์โกฟังแล้วหัวเราะเสียงดังลั่น

“ตลกจริงนะเรา ไม่รู้คนอื่นจะว่าไง แต่ฉันชอบนะ พูดจาแบบนี้”

บรรยากาศกำลังชื่นมื่น กยองฮาพาแขกทั้งหมดเดินทางไปยังฮันอุลสาขารอง แม้จะเป็นวันหยุดก็ยังตั้งใจเปิดร้านเพื่อคนทั้งคู่ มาร์โกนั้นไม่เหมือนอันโตนิโอ เขาไม่คุ้นเคยกับอาหารเกาหลี จึงแย้มๆ ข้อมูลส่วนตัวให้ได้ทราบทั่วกัน ทว่าก็ยังดึงดันจะสั่งเมนูอาหารเกาหลีอยู่ดี

“…อืม ถ้าอาหารเกาหลีแบบมีเธอเป็นเชฟ คงไม่มีอะไรที่ฉันกินไม่ได้หรอก ค่อนข้างแน่ใจ”

ผู้รับหน้าที่อธิบายเมนูอย่างละเอียดแบบรู้ลึกรู้จริง คือ อันโตนิโอ

“แกงเต้าหู้นุ่มนี่นะครับ เขาจะใช้ถั่วเอามาบดละเอียด ดังนั้นมันจะชุ่มฉ่ำและมีความหยุ่น ไม่เหมือนเต้าหู้ทั่วไปแต่ก็แลกมาด้วยความนุ่มลิ้นครับ เครื่องปรุงรสจะเป็นแบบเผ็ด…”

มาร์โกฟังโน่นฟังนี่เพลิน สุดท้ายก็เลือกแกงเต้าหู้นุ่ม ส่วนอันโตนิโอสั่งแกงกิมจิตามที่กยองฮาแนะนำ

วันนี้วันหยุดจึงไม่มีวัตถุดิบ กยองฮารีบโทรศัพท์ไปหาเถ้าแก่ชิน

“เถ้าแก่ชินครับ ผมกยองฮาเองนะ ร้านเปิดใช่ไหมครับ”

[เปิดสิ ว่าไง]

“ผมขออนุญาตยืมวัตถุดิบมาใช้หน่อยได้ไหมครับ”

[มีอะไรไม่ได้เล่า อยู่สาขารองใช่ไหม เดี๋ยวฉันส่งคนไป]

“ไม่เป็นไรครับ ผมไปเอาเองดีกว่า ช่วยเตรียมวัตถุดิบสำหรับแกงกิมจิหนึ่งที่ แกงเต้าหู้นุ่มหนึ่งที่ให้หน่อยก็พอครับ อ้อ ขอเครื่องเคียงเล็กๆ น้อยๆ ด้วย…”

[โอเค ได้ จะมาตอนไหน]

“ไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”

ร้านแฟรนไชส์ของเถ้าแก่ชินอยู่ไม่ไกล กยองฮาหอบเครื่องเคียงพร้อมทั้งวัตถุดิบจำเป็นทั้งหมดกลับมาสาขารอง จากนั้นก็เริ่มเข้าครัว สมาธิขั้นสูงผสานลงไปกับการปรุงแกงเต้าหู้นุ่มของมาร์โก ทำให้เมนูทั้งสองเป็นเลเวล 5 เทียบเท่ากัน

มาร์โกอดอุทานในใจรัวๆ ไม่ได้

‘ถ้าเป็นอาหารเกาหลีรสแบบนี้ล่ะก็ ชาติไหนก็กินได้สบายๆ…’

มาร์โกเคยลองลิ้มรสอาหารเกาหลีในต่างแดนมาแล้ว ทุกครั้ง สิ่งที่ทำเขาลำบากลำบนทนไม่ได้ที่สุดคือ ความเผ็ดของ ‘เครื่องปรุงสด’ แต่แกงเต้าหู้นุ่มถ้วยนี้ไม่มีความเผ็ดชนิดที่เขากลัวเลยแม้แต่น้อย

หรือเพราะรสชาติทุกอย่างหลอมรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอย่างสมบูรณ์? จะหันหน้าหนีความเผ็ดอันนุ่มนวลนี้ลงคอได้อย่างไร อันโตนิโอนั้นหรือ ยิ่งกว่าอมคำอุทานไว้ในแก้ม

‘ก้าวข้ามขีดจำกัดฝีมือไปอีกขั้นแล้วเหรอเนี่ย ประเมินความลึกล้ำของอาหารเกาหลีเมนูนี้ไม่ได้เลย ให้ตาย’

***

ณ สำนักงานภายในทำเนียบประธานาธิบดี

แสงแดดอบอุ่นสดใสสาดเข้ามาทางหน้าต่าง มุนอินโฮนั่งเท้าคางอยู่หน้าโต๊ะ มองภาพแกงกิมจิร้านฮันอุลสาขารองบนอินเทอร์เน็ตไปพลางๆ ไม่ได้ลิ้มรสของจริงก็อาศัยดูเป็นอาหารตาแก้ขัด จากภาพถ่าย รูปลักษณ์ภายนอกเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนัก แต่ผลประเมินจากลูกค้ากลับสูงมาก

“อร่อยกว่าเมื่อก่อนเยอะนี่มันขนาดไหนนะ”

เมื่อไม่เคยได้สัมผัส เขาจะรู้ได้อย่างไร คอมเมนต์ชื่นชมทั้งหลายนี่ก็ช่างโอเวอร์อะไรกันปานนั้น

– ผมไม่ได้บ้า แค่ตรรกะและเหตุผลมันเหมือนจะกลับหัวกลับหางไม่รู้ตัว

– เห็นภาพหลอนชัดเลยจริงๆ นะ ทั้งที่ไม่ได้โดนใครเอาอะไรฟาด

– เพื่อนต่างชาติของฉันกินแกงกิมจิเกลี้ยงแบบมูมมามอ่ะค่ะ เอาสิ ปกติเกลียดอาหารเกาหลียิ่งกว่าอะไร

น้ำลายที่ออกมาสออยู่ในปากถูกกลืนดังเอื๊อก คอกระเพื่อมเป็นริ้ว

‘อยากกินนน’

จังหวะนั้นเองที่โทรศัพท์สายตรงภายในดังขึ้น

[ท่านประธานาธิบดีคะ มีสายเข้าจากนายกรัฐมนตรีเยอรมนีค่ะ]

“งั้นหรือครับ ต่อสายให้ผมเลย”

เธอคือนายกฯ ที่แจ้งเข้ามาว่าต้องการสนทนาเป็นการส่วนตัวตั้งแต่ในงานประชุมผู้นำกลุ่ม G20 นั่นเอง อีกทั้งยังมีกำหนดการเยือนเกาหลีเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วย

ในการสนทนาส่วนตัวกับประธานาธิบดี สิ่งที่เธอคาดหวังรอคอยมากที่สุดเห็นทีจะเป็นเรื่องของอาหาร สังเกตได้จากการพูดคุยที่ไปๆ มาๆ ก็ไม่พ้นเรื่องอาหาร เช่นนี้ มุนอินโฮจึงเลี่ยงมารยาท เอ่ยถามตรงๆ

“ไม่ทราบว่า จัดเป็นอาหารเกาหลีได้ไหมครับ”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset