📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 122

บทที่ 122
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

‘ใช่แล้ว เชฟเกาหลี ที่โด่งดังเพราะเล่นซะพวกเชฟมิชลินเสียหน้า แล้วยังฮ็อตเพราะความเป็นเชฟหนุ่มรุ่นใหม่หน้าตาดีด้วย เอ ชื่ออะไรหว่า’ คนน่ะจำได้ ชื่อแซ่ดันนึกไม่ออก

ปกติสถานการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนทำให้รู้สึกตกที่นั่งลำบากขนาดนี้เลย

‘ปัดโธ่ ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วยเนี่ย! นึกให้ออกเร็วสิ นึกๆๆ’ ได้ยินชื่อเชฟผู้นี้จากลูกสาวมาแล้วแท้ๆ

ยัยหนูยังเอาคลิปวีดีโอให้ดู อธิบายแจ้วๆ ว่าเชฟกำลังเป็นที่นี่ยมไม่น้อยในหมู่วัยรุ่น นึกแล้วนึกอีก อย่างไรก็หาคำตอบไม่เจอ ไม่รู้ชื่อที่ได้ฟังมาไปหลบซ่อนอยู่ตรงหลืบไหนของกลีบสมอง กลายเป็นข้าหลวงอีกนายต้องออกหน้าตอบคำถามแทน

“มิสเตอร์โกพะยะค่ะ!” แค่มองป้ายไฟในมือแฟนๆ ก็รู้ได้ไม่ยากเสียหน่อย

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองแห่งสหราชอาณาจักรคล้ายจะทรงได้ยินชื่อนี้มาก่อน

“มิสเตอร์โก? ใช่เด็กหนุ่มที่ปรุงอาหารให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับผู้นำจีนแล้วได้รับคำชมล้นหลามคนนั้นหรือเปล่า”

“พะยะค่ะ”

“เขามาที่อังกฤษทำไมรึ” พระนางมีพระราชกระแสรับสั่งถามต่อเนื่อง

ข้าหลวงไม่อาจถวายคำตอบได้ในทันที

“กระหม่อมจะตรวจสอบให้แน่ชัดพะยะค่ะ”

***

กยองฮาและชายงเทเดินไปตามทางสำหรับ VIP

เนื่องด้วยทั้งคู่ไม่ได้ขึ้นเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป แต่เป็นเครื่องบินส่วนตัว แต่ถึงอย่างนั้นการผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้า-ออกเมืองก็ยังจำเป็น ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ กยองฮามึนๆ งงๆ ส่วนชายงเทกลืนความตื่นเต้นลงท้องไม่ไหว นี่เป็นเรื่องที่คนธรรมดาไม่กล้าแม้แต่จะเฝ้าฝันถึง

“อาศัยใบบุญเฮีย ประสบการณ์แบบนี้ผมก็ได้มีกับเขาด้วยนะครับ”

เขารู้สึกขอบคุณเต็มหัวใจ ชายงเทเป็นคนธรรมดา อีกทั้งฝันก็ยังไม่เคยฝันด้วยซ้ำ…

ส่วนกยองฮากลับละอายอย่างห้ามไม่อยู่ มานซูร์เป็นคนหัวรั้นคนหนึ่ง แม้กยองฮาจะยืนยันว่านั่งเครื่องบินทั่วไปกลับเกาหลีได้ก็ไม่ยอมฟัง ยังคงเสนอหนักแน่นว่าพวกเขาควรนั่งเครื่องบินส่วนตัวจะดีกว่า

ภายในเครื่องบินส่วนตัวทั้งหรูหราทั้งระยิบระยับ มีโซฟา โต๊ะเล็ก โต๊ะอาหาร ไม่หมดเท่านั้น มีห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำและฝักบัวด้วย ลูกเรือหรือแอร์โฮสเตสแต่ละคนก็สุภาพอ่อนหวานมาก ใส่ใจดูแลกระทั่งเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

แน่นอน เพราะผู้โดยสารมีเพียงสองคนเท่านั้น

บนเครื่องบินที่กำลังเชิดหน้าเหินไปบนฟ้า กยองฮานึกภาพรอยยิ้มสดชื่นเห็นฟันแข็งแรงของมานซูร์ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

***

สายข่าวประจำราชวงศ์ทำงานฉับไวยิ่ง

“…ทราบมาว่า ผู้เป็นเจ้าของสโมสรแมนซิตี้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญมิสเตอร์โกมาเยือนที่นี่พะยะค่ะ”

“เชิญมา?” พระเนตรสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองฯ ฉายแววฉงนพระทัย

“พะยะค่ะ ตั้งแต่ครั้งที่เขาไปดูไบก็ได้ทำความรู้จักกันแล้ว หลังจากนั้นก็ได้ยินว่า เคยแวะเวียนไปที่เกาหลีสองหนพะยะค่ะ น่าจะเริ่มสนิทสนมกันเพราะการพบกันสองครั้งนั้นพะยะค่ะ”

“เพราะอาหารรึ” เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์เองก็สนพระทัยไม่น้อย

“เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะ”

นี่ฝีมือการทำอาหารต้องเยี่ยมยอดขนาดไหนกัน? เจ้าของสโมสรแมนซิตี้หาใช่บุคคลมีจุดบกพร่องเฟ้นหาการเติมเต็ม เขาไร้ที่ติขนาดที่เรียกได้ว่ามีพร้อม ทั้งความมั่งคั่ง พื้นเพความเป็นมา และอำนาจในมือ… ไม่ต้องพูดถึงการสร้างความประทับใจเลย จะดึงความสนใจจากบุคคลเช่นนั้นให้ได้สักครั้ง ย่อมไม่ใช่อะไรที่ง่ายดาย

“แค่เชิญก็เรียกตัวมาได้แล้วหรือ” เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์มีกระแสรับสั่งถาม

กลางพระหทัย ทรงระลึกถึงพระมารดามากพระชนมายุก่อนพระองค์เองเสมอ จึงมีพระประสงค์อยากให้พระมารดาได้เสวยเครื่องเสวยรสเลิศ ทว่า น่าเสียดายที่ข้าหลวงไม่อาจถวายคำตอบชัดเจนได้

“กระหม่อมจะลองประสานติดต่อดูพะยะค่ะ”

***

กยองฮาเอาแต่จ้องข้อมือซ้ายของตนอยู่เรื่อย

‘ไม่น่ารับมาเลยไหมหว่า’

นาฬิกาที่มานซูร์สวมให้บนข้อมือเขายังอยู่ที่เดิมจนถึงตอนนี้ ชายงเทเดาไว้อยู่แล้วว่า อย่างไรมานซูร์ก็ไม่มีทางมอบนาฬิกาถูกๆ กระจอกๆ ให้เฮียแน่นอน

‘เอาวางเก็บไว้ที่บ้านก็ดันกลัวพวกหัวขโมยมาซ้ำ หรือจะใส่ไปร้าน เวลาทำอาหารก็ต้องถอดอยู่ดี’

จะเรียกนิ้วกุดได้แหวน ตาบอดได้แว่นก็ไม่น่าผิด แต่เดิมกยองฮาไม่ใช่คนชอบสวมนาฬิกาติดข้อมือ ฉะนั้น มันคือของที่ไม่มีประโยชน์และไม่ได้พิเศษเท่าไหร่ โลกทุกวันนี้ หากอยากรู้เวลาหรือวันที่ แค่หยิบมือถือมาดูก็รู้แล้วนี่

กังวลมากไปก็ไม่ดีอีก เอาเป็นว่า เกิดนาฬิกาหายขึ้นมาจริงๆ ก็รีบแจ้งตำรวจ จบ

กยองฮาปล่อยวาง จากนั้นมุ่งหน้าไปยังสถานที่ฝึกฝีมือ

ฝรั่งหนึ่งขาวหนึ่งดำ แดเนียลและเดอชอว์นศิษย์ต่างชาติหมายเลขหนึ่งและสองก้มศีรษะทำความเคารพ

“มาแล้วเหรอครับอาจารย์”

กยองฮารับคำทักทาย ยื่นกล่องบัตเตอร์คุกกี้ (คุกกี้เนย) ที่ยังไม่ได้แกะให้ทั้งคู่

“ลองชิมดู”

แดเนียลกับเดอชอว์นกลายร่างเป็นสุนัขของพาฟลอฟ[1] น้ำลายหยดที่มุมปากโดยอัตโนมัติ คุกกี้ที่รับมากัดในทันทีส่งเสียงกรุบกรอบชวนให้กระปรี้กระเปร่า

กร้วม กร้วม

บัตเตอร์คุกกี้ถูกเคี้ยวจนแตกตัวผสมผสานรวมกันในปาก ลื่นไหลลงคอไปในเวลาไม่ถึงสิบวินาที

“แค่รสสัมผัสก็ชนะขาดแล้ว สมเป็นอาจารย์…” แดเนียลเริ่มการชื่นชมสรรเสริญ

“ฉันไม่ได้เป็นคนอบ” กยองฮาตัดบทก่อนที่อะไรๆ จะยืดยาวมากกว่านี้

“อะ…อ้าว งั้น?”

“มีคนให้มา”

“คุกกี้นี่…” แดเนียลหน้าแข็งค้าง

นอกจากอาจารย์ ยังมีคนอื่นอีกหรือที่สามารถทำบัตเตอร์คุกกี้ด้วยมือตัวเองแล้วออกมาอร่อยระดับนี้ เดอชอว์นแสดงความคิดเห็นบ้าง อาศัยลิ้นรับรสซึ่งเหนือคนธรรมดาของตน

“ผมว่าชิ้นนี้ต่างจากชิ้นที่อาจารย์ทำนะครับ บัตเตอร์คุกกี้เหมือนกันก็จริง แต่รู้สึกว่ามันกรอบกว่านิดหน่อย เลยทำให้ความนุ่มลิ้นน้อยกว่า…”

“แล้วไงต่อ” กยองฮาถามซ้ำ

เดอชอว์นลอบสังเกตท่าที

“ก็ ติดเค็มนิดๆ ด้วยครับ” เขาค่อยๆ ตอบอย่างยากเย็น

“มีอะไรอีก?”

เดอชอว์นถูกจี้มากเข้า ความมั่นใจก็เริ่มหดหายไปทีละน้อย

“คิดว่ากลิ่นวานิลลาจะอ่อนไปนิด…มั้งครับ…”

ถูกทุกข้อ จับประเด็นความต่างของรสชาติได้ครบถ้วนทุกกระบวนความ กยองฮาเองก็รู้สึกในจุดเดียวกัน

“แดเนียลล่ะ ว่าไง” กยองฮาย้ายสายตามาถามอีกคน

“ผมจับได้แค่ความอร่อยครับ นอกนั้น…”

กยองฮาไม่คิดจะต่อว่าหรือติเตียน อย่างน้อยเขาก็ยอมรับความจริงและตอบอย่างสัตย์ซื่อ

อีกอย่าง ปฏิกิริยาตอบสนองแบบแดเนียลนับว่าปกติ ด้วยบัตเตอร์คุกกี้ที่กยองฮาเคยอบมาให้ชิมก่อนหน้านี้เป็นเลเวล 4 และชิ้นที่ชิมอยู่ตอนนี้ก็เป็นเลเวล 4 เหมือนกัน สิ่งที่ไม่เหมือนเห็นทีจะมีแค่ปริมาณจำนวนชิ้นเพราะวัตถุดิบไม่มีอะไรต่าง มัดรวมเหตุผลทั้งมวลแล้ว การแยกแยะเปรียบเทียบรสชาติจึงไม่ใช่อะไรที่ทำได้ง่ายๆ อย่างแน่นอน สำหรับแดเนียล การยอมรับความเป็นจริงตรงหน้าก็ไม่ง่ายเช่นกัน

“ถ้างั้นบัตเตอร์คุกกี้กล่องนี้ใครทำล่ะครับ” เขาเอ่ยถามกยองฮาที่กำลังจะเดินออกไป

“เชฟมาร์โก”

“ชะ…เชฟมาร์โกที่ว่า อย่าบอกนะครับว่าคือ เชฟมาร์โก ปิแอร์ ไวท์” แดเนียลถึงกับติดอ่าง

ใช่ อาจารย์เพิ่งกลับมาจากอังกฤษนี่นา

กยองฮาพยักหน้าหนักแน่น

ไม่ต้องพูดถึงแดเนียล ขนาดเดอชอว์นเองยังเหมือนถูกคลื่นยักษ์โถมใส่

มาร์โก ปิแอร์ ไวท์ไม่ใช่บุคคลในตำนานผู้ปั้นศิษย์ทรงอิทธิพลชื่อก้องโลกออกมาได้หรอกหรือ กอร์ดอน แรมซีกับเจมี่ โอลิเวอร์นับเป็นตัวอย่างที่ดี เพียงรู้ว่าอาจารย์รู้จักกับบุคคลยิ่งใหญ่เช่นนั้นเป็นการส่วนตัวก็น่าตระหนกไม่น้อยแล้ว นี่ยังได้รับของขวัญเป็นบัตเตอร์คุกกี้ที่อบเองอีก ลมแทบจับ

“ถ…ถ้างั้นที่อาจารย์ไปอังกฤษ?” แดเนียลตะกุกตะกักถามต่อ

“ใช่ ต้องการไปเจอเชฟนั่นแหละ”

“แต่ซุนกุกบอกว่าอาจารย์ไปดูบอลนี่ครับ”

“คงเข้าใจว่าอย่างนั้นน่ะสิ ฉันไม่ได้บอกรายละเอียดน่ะ”

ผู้ที่คาดเดาได้ว่ากยองฮาไปประเทศอังกฤษด้วยจุดประสงค์ใดมีเพียงมยองฮุนเท่านั้น ถ้าเขาไม่บอก คนอื่นย่อมไม่รู้

“จากเรื่องทั้งหมด เอาเป็นว่าภารกิจวันนี้คือ อบบัตเตอร์คุกกี้กันให้ได้ก็แล้วกัน”

***

“เถ้าแก่มาแล้วครับ” มินซูที่กำลังเช็คสภาพปลาพอลแล็คแช่แข็งมีสีหน้ายินดี

พนักงานที่ได้ยินเสียงเขาต่างตื่นเต้นดีใจ

“จริงเหรอ”

“ครับ อีกเดี๋ยวคงถึงครับ”

เมื่อกยองฮาเข้ามาในร้าน พนักงานก็แห่กันมาต้อนรับขับสู้

“เถ้าแก่กลับมาแล้วเหรอครับ”

“ไปเที่ยวเป็นไงบ้างคะ” แม่ของด็อกโฮถาม

กยองฮาพยักหน้า พลางเอ่ยตอบตามตรง

“ไม่เลวเลยครับ ประสบการณ์ดีๆ ทั้งนั้น อ้อ นี่ครับ แบ่งกันทานนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

แม่ของด็อกโฮรับหน้าที่เอาคุกกี้มาแจกจ่าย ตอนนั้นมยองฮุนจับสังเกตบางสิ่งบนข้อมือของกยองฮาได้

“เอ๊ะ เถ้าแก่ซื้อนาฬิกาเหรอครับ”

“เปล่า ได้เป็นของขวัญมาน่ะ”

“จากท่านมานซูร์สินะครับ”

“อืม….” nᴏveʟɢu.ᴄᴏᴍ

ด้านในฐานอันเป็นตัวเรือนสีเงิน คือพื้นสีน้ำเงินเข้มราวท้องฟ้ายามค่ำคืน แกะสลักเป็นรูปดวงจันทร์และทางช้างเผือกกลางรัตติกาล

มยองฮุนเดินเข้ามาดูใกล้ๆ

“ไม่ใช่นาฬิกาเฉยๆ ด้วย นี่มันปาเต็กเชียวนะ” เขาทัก

ปาเต็ก ฟิลลิป เป็นนาฬิกาแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลกที่นอกจากจะเฉียบขาดในด้านกลไกภายในแล้ว ยังมีชื่อเสียงเป็นเอกในเรื่องเทคนิคและเทคโนโลยีระบบนาฬิกาด้วย แน่นอนว่าแม่ของด็อกโฮและพนักงานอื่นๆ ต้องเคยได้ยินผ่านหูอย่างน้อยก็หนึ่งครั้ง

“ราคาแพงสุดๆ เลยไม่ใช่เหรอครับ” ซองช่อลถาม

“ปาเต็กฯ แทบจะเรียกว่าเป็นแบรนด์ที่แพงที่สุดในโลกเลยล่ะ รุ่นแพงจริงจังน่าจะหลายร้อยล้าน” มินซูเสริม

ฮเยจีเองก็ดูสนอกสนใจไม่แพ้กัน เพียงแต่เก็บคำพูดไม่ได้ผสมโรงกับเขาเท่านั้น

“ฮเยจี เคยเห็นนาฬิกาแบบนี้ไหม” มยองฮุนถาม

“เคยค่ะ!”

คำตอบเธอเรียกสายตาพนักงานทุกคนให้มารวมกันเป็นจุดเดียว

“เห็นที่ไหน”

“เพื่อนคุณพ่อใส่ประจำค่ะ ท่านที่ทำธุรกิจนำเข้าส่งออก…”

ท่านที่ทำธุรกิจที่ว่านั่น ย่อมหมายความถึง ‘เจ้าของ’ อยู่แล้ว

“ต้องแพงมากแน่ครับ ถ้าเป็นผมคงใส่ไปไหนมาไหนไม่ไหว กลัว” มยองฮุนเปรย

“ผมก็เหมือนกัน” ซุนกุกสนับสนุน

พนักงานดูจะสนใจเรื่องนี้กันจนเกินเหตุ กยองฮากำลังจะตรงไปที่ครัวเงียบๆ ทว่า ลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาใหม่สังเกตเห็นเขาเข้า เธอทำท่าช็อคก่อนจะรีบหยิบมือถือขึ้นมา

“นี่ ยอจิน มาฮันอุลสาขารองด่วนๆ เลยนะ …รีบเลย เร็ว เชฟโกกยองฮาอยู่ ที่นั่งก็เยอะด้วย”

ที่เป็นเช่นนี้ เนื่องด้วยร้านเพิ่งหมดช่วงพักเบรกไปหมาดๆ และมื้ออาหารก็ผ่านไปแล้วนั่นเอง

ลูกค้าซึ่งทยอยเข้ามาทีละคนสองคนเริ่มจับความผิดปกติได้

“เถ้าแก่กลับมาแล้วเหรอครับ” เขาถามพนักงาน

“ครับ เพิ่งมาได้ครู่เดียวเองครับ”

นั่นแหละ ข่าวสารจึงวิ่งปรู๊ดปร๊าดกระจายเป็นวงกว้างอย่างต่อเนื่อง

“เออสิ เชฟโกกยองฮามาแล้ว”

“หัวหน้าครับ ผมจองที่นั่งฮันอุลสาขารองเรียบร้อยแล้วครับ ยังมีที่ว่างเหลือพอดี”

ลูกค้าบางส่วนถึงกับถ่ายรูปอาหารกันอย่างอารมณ์ดี อัปขึ้นโซเชียลด้วย เขียนบล็อกด้วย

[พรุ่งนี้ยังมีแสงสว่าง]

เจอเชฟโกกยองฮาด้วย อิอิ

[Sujin]

เถ้าแก่ฮันอุลสาขารองปรากฏตัว! แต้มบุญสูงมาก วันนี้มาได้เวลาพอดีเลยค่ะ

คำพูดเปรียบดั่งม้าไร้ขาวิ่งไกลพันลี้ ข่าวแพร่เร็วยิ่งกว่าไฟลาม หลังจากนั้นไม่ถึงสามสิบนาทีร้านก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน แต่กยองฮากลับจัดการออเดอร์ที่หลั่งไหลเข้ามาได้ช้ากว่าปกติ

‘อ่า เพราะไม่ชินกับนาฬิกานี้ล่ะมั้ง ต้องคอยระวังอยู่นั่น เกะกะรุงรังไปอีก’

สุดท้ายก็จบที่การถอดวางไว้ ออเดอร์ซึ่งเริ่มกองกันอยู่ถึงได้เวลาจัดการสะสางตามลำดับเสียที

***

ครั้นกิจวัตรประจำวันใกล้เสร็จสิ้น ก็มีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้น

แขกที่แวะมายังสาขารอง คือ เชฟชเวฮยองซอกที่เคยร่วมรายการท็อปเชฟด้วยกันนั่นเอง

“สบายดีใช่ไหมครับ”

“ครับ เชฟล่ะครับ”

“ผมสบายดีอยู่แล้ว ได้มาเห็นจริงๆ ถึงรู้ว่าที่นี่ใหญ่กว่าร้านตามสั่งทั่วไปอีกนะครับ”

“ใหญ่ครับ เถ้าแก่บอกให้ลองหาร้านใหญ่ๆ ตั้งแต่ตอนจะเริ่มเปิดสาขาโน่นน่ะครับ”

ชเวฮยองซองสะดุดหู

“เถ้าแก่? อ้าว คุณกยองฮาไม่ใช่เถ้าแก่หรอกเหรอ”

“ผมรับหน้าที่บริหารแค่สาขารอง สาขาหลักจะมีเถ้าแก่อีกท่านครับ”

“อะฮ่า คุ้นๆ ว่าเคยได้ยินมาเหมือนกัน ฮ่าๆ ผมความจำปลาทองเป็นบางทีครับ”

บรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเอง ชเวฮยองซอกเพิ่งได้หันมาแนะนำคนข้างๆ ที่ตนพามาด้วย

“ทักทายกันหน่อยนะครับ ทางด้านนี้คือศาสตราจารย์อีซองฮัก ประจำมหาวิทยาลัยสตรีเซวอนครับ”

“ยินดีที่ได้พบกันครับ ผมชื่ออีซองฮัก”

บุรุษกลางคนสวมแว่นสายตายื่นมือออกมา กยองฮาจับมือตอบ

“ผมโกกยองฮาครับ เพิ่งจะมีโอกาสได้จับมือกับศาสตร์ตราจารย์เป็นครั้งแรกนะครับนี่”

กยองฮาพูดติดตลก

“จะทานข้าวกันใช่ไหมครับ” เขาถาม

“แหม ต้องทานสิครับ”

ออเดอร์คือ แกงเต้าเจี้ยว แกงกิมจิ และข้าวห่อสาหร่ายไส้ทูน่า

ระหว่างที่กยองฮารับแกงเต้าเจี้ยวกับแกงกิมจิไปทำ ฮเยจีก็ลงมือม้วนข้าวห่อสาหร่าย

เมื่ออาหารออกมาเสิร์ฟ แขกทั้งสองก็รับประทานกันงุดๆ กว่าชเวฮยองซอกจะได้ขยับปากถามอีซองฮัก อาหารก็เรียบไม่เหลือแล้ว

“รสชาติโอเคไหมครับ”

“อร่อยมากๆ ครับ เคยได้ยินแต่ข่าวลือ คาดไม่ถึงเลยว่าจะอร่อยขนาดนี้ ที่จริงผมเคยตามลายแทงร้านอร่อยไปแล้วต้องผิดหวังกลับมา แต่นี่ผมว่าที่ลือๆ กัน ไม่เกินจริงเลยแม้แต่นิดเดียวครับ”

ชเวฮยองซอกได้ยินแล้วก็ตะโกนไปทางครัวทันที พลางโบกไม้โบกมือ

“คุณกยองฮาครับ มาคุยกันสักครู่ได้ไหมครับ”

“อ้อ ครับ ไปเดี๋ยวนี้ครับ”

กยองฮาเตรียมตัวปิดร้าน คว้านาฬิกาได้ก็ทิ่มสวบลงไปในกระเป๋ากางเกง

กยองฮาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะ ชเวฮยองซอกรีบเปิดประเด็น

“นานๆ ทีจะได้มาหา ไม่แน่ใจว่าพูดแล้วจะฟังดูเหมือนไม่ค่อยเกรงใจกันรึเปล่านะครับ จริงๆ ต้องเรียนตามตรงว่า ศาสตราจารย์ท่านนี้มีเรื่องจะรบกวน ผมเลยจัดการเป็นธุระนัดแนะให้ครับ”

ก่อนหน้านี้เขาก็เคยแวะมาที่นี่ แต่เพราะมาตอนร้านคลาคล่ำไปด้วยลูกค้า จึงได้แต่กินข้าวเฉยๆ แล้วก็กลับ

“เรื่องอะไรครับ” กยองฮาตัดสินใจลองฟังก่อน

อีซองฮักเป็นผู้ตอบ

“อืม… จะรบกวนว่า ถ้ามีเวลาว่างเมื่อไหร่ อยากให้ช่วยมาเป็นวิทยากรคาบพิเศษให้ที่มหา’ ลัยเราหน่อยน่ะครับ ไม่ทราบว่าคิดเห็นยังไงบ้างครับ”

กยองฮาตากลมโต เขาเพิ่งเคยเจอข้อเสนอแบบนี้

“คาบพิเศษเหรอครับ”

………………………….

[1] สุนัขของพาฟลอฟ คือ ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิค จุดเริ่มมาจากนักสรีระวิทยาชาวรัสเซีย ชื่อ อิวาน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov) ทำการทดลองให้สุนัขหลั่งน้ำลายเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง โดยอินทรีย์ (สุนัข) เกิดการเชื่อมโยงกับสิ่งเร้าสองสิ่ง คือ เสียงกระดิ่งกับผงเนื้อ จนเกิดการตอบสนองด้วยการน้ำลายไหลเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset