📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 110

บทที่ 110
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ด้วยความที่สายเข้าแบบไม่ทันคาดคิดมาก่อน กยองฮาจึงยังไม่ทันแสดงออกว่าไม่เต็มใจ

“ไวน์ราสเบอร์รี่หรือครับ”

[ครับผม]

“สายจากไหนครับ” ฮงกยองนักนึกสงสัย

“เขาบอกว่า ช่องวอนกรุ๊ปครับ อยากเจรจาซื้อไวน์ราสเบอร์รี่โดยตรงเป็นการส่วนตัว…”

กยองฮาเล่าเบาๆ โดยเอามือป้องโทรศัพท์ไว้ ฮงกยองนักกังวลทันที

“น่าจะเพราะการประมูลเริ่มเดือดขึ้นเรื่อยๆ น่ะครับ เถ้าแก่โกต้องเป็นผู้ตัดสินใจก็จริง แต่ผมไม่แนะนำเลยครับ ถ้าฝั่งนั้น ‘เจรจาโดยตรง’ ได้ เจ้าอื่นๆ ก็จะทำบ้าง รู้เลยว่าอีกหน่อยต้องเข้ามาในลักษณะเดียวกันแน่นอน วันหน้าคุณค่าของไวน์ก็จะด้อยลงไปโดยปริยาย ใจผมนะ ตอบเขาไปว่าไวน์ราสเบอร์รี่เกรดพรีเมียมที่สุดจะเปิดขายบนเวทีประมูลเท่านั้น น่าจะดีกว่าครับ”

“ผมก็คิดอย่างนั้นครับ”

ครั้นตัดสินใจได้ กยองฮาก็แจ้งปลายสายไปตามนั้น

อีกฝั่งแสดงท่าทีเสียดายอย่างไม่ปิดบังก่อนจะกดวาง ซึ่งกินเวลาถึงยี่สิบนาทีกว่าปลายสายจะจำใจยอม

***

เสียงผู้ประกาศข่าวดังต่อเนื่องออกมาจากทีวี

[ต่อไปเป็นสภาพการณ์ของสถาบันสอนประกอบอาหารช่วงนี้ค่ะ โรงเรียนสอนทำอาหาร ตลอดจนสถาบันสอนพิเศษเฉพาะด้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเกาหลี อาหารจีน อาหารตะวันตก เริ่มล้นหลามไปด้วยผู้สนใจที่แห่แหนมาสมัครเรียน มีทั้งแม่บ้าน นักศึกษา กระทั่งพนักงานบริษัททั่วไปก็ยัง…]

แม่ของกยองจินดูจอทีวีซึ่งภาพคมชัด สีสดสวยจนไม่จำเป็นต้องปรับอะไรให้ยุ่งยาก

“ทีวีดีจัง ภาพชัดมาก”

“ก็เป็นแบบที่ดีที่สุดตอนนี้นี่คะ ได้ยินว่าต่างประเทศนิยมเข้ามากว้านซื้อกัน เล็งเฉพาะรุ่นนี้เลยเชียว”

“ราคาประมาณเท่าไหร่คะนั่น”

“ก่อนหน้านี้เคยเห็นที่ห้างฯ ใหญ่ แปะป้ายไว้สองล้านกว่าแน่ะค่ะ แพงกว่ารุ่นอื่นที่จอขนาดเท่ากันตั้งสองเท่า”

แม่ของจูยองตอบทั้งที่สายตายังคงจับนิ่งอยู่ที่หน้าจอ ด้วยความที่เธอเองก็อยากได้ทีวีรุ่นนี้เหมือนกัน

“งอแงให้สามีซื้อให้ซะหน่อยดีไหมน้า” แม่ของกยองจินเปรยกับตัวเอง

แม่ของจูยองได้ยินก็ตอบรับ

“สามีฉันชวนซื้อนะคะ รอราคาลงมากกว่านี้หน่อย เขาว่ายังไงพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ราคาลงเรื่อยๆ เป็นประจำอยู่แล้ว”

“งั้นที่บ้านฉันก็คงต้องทำแบบนั้นเหมือนกันค่ะ ใครบางคนแถวนี้โชคดีจริง มีลูกชายประคบประหงม เอาทีวีดี๊ดีขนาดนี้มาตั้งให้ดูสบายๆ…” แม่ของกยองจินปรายตาไปทางอียองซุก แซะอย่างอิจฉา

ตอนนั้นเองที่เสียงกริ่งดังขึ้น

แม่ของอึนช่อลยืนอยู่หน้าประตูโถง

“เอ๊ะ แม่อึนช่อลมาทำอะไรเวลานี้”

“ฉันควรอยู่เฝ้าบ้านหรือไง ทำไมยะ มีกฎห้ามมาตอนนี้ด้วยเหรอ”

“สามียอมไหมล่ะ”

“หาอะไรให้กินแล้ว อีกอย่าง พอบอกว่าจะมาบ้านแม่กยองฮาก็ว่าอะไรไม่ได้”

สามีแม่ของกยองจินเองก็เช่นกัน เพียงได้ยินชื่อกยองฮาก็ยอมสงบปากสงบคำ หากบอกว่าไปหาแม่กยองฮา เคอร์ฟิวก็ไม่มี แถมยังดันหลังบอกให้รีบๆ ไปสนุกกับเพื่อนเสียอีก

เหล่าสามีทั้งหลายไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เพียงบอกว่ารู้จักสนิทสนมกับบ้านนี้ก็สามารถโพนทะนาคุยโตได้ไม่รู้เท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้ บ้านแม่ของกยองฮาจึงเปรียบเสมือนแหล่งรวมพลคนพักผ่อนกลายๆ

“เออ ว่าแต่ มีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ”

“เมื่อวาน”

“นั่นก็กยองฮาเป็นคนซื้อให้เหรอ”

“อะ อื้ม บอกไปแล้วว่าไม่ได้ใช้ หมู่นี้เอาแต่รบเร้า ก็ต้องเลยตามเลย”

“คุณพระ สุดๆ ไปเลยนะเธอนี่ คลอดโชคในโชคออกมาทั้งคน”

อียองซุกอารมณ์ดี

“จิบสักคนละแก้วพอ ดีไหม” เธอชูขวดไวน์ราสเบอร์รี่

แน่นอนว่านั่นไม่ใช่ไวน์เกรดพรีเมียมแค่ดีพอจะต้อนรับขับสู้แขกเหรื่อได้เท่านั้นเอง

***

กยองฮากลับมาเกาหลีได้หนึ่งสัปดาห์แล้ว

กิจวัตรประจำวันของเขามีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

“…ได้โปรดเป็นอาจารย์ให้ผมเถอะครับ ช่วยสอนผมด้วย!”

ช่วงนี้กลางวันค่อนข้างยาวนาน ยามร้านเปิดก็มีคนแวะเวียนมาไม่ใช่แค่คนสองคน ทว่า คนที่มาทุกวันไม่มีขาดเช่นชาวต่างชาติดวงตาสีฟ้าสดผู้นี้เห็นทีจะไม่มีเลย ประโยคที่เขากล่าวเป็นภาษาเกาหลีแต่กยองฮาใช้ความเงียบแทนคำตอบ พนักงานทุกคนก็ทำแบบเดียวกับที่ทำเมื่อวาน คือ ดันหลังเขาออกจากร้าน

มยองฮุนมองฉากตรงหน้าแล้วนึกถึงตัวเองในอดีต

‘ให้ทำอย่างนั้นทุกวันก็ไม่ง่ายนะ เรานี่ไม่มีหน้าไปหัวเราะเยาะเขาหรอก จะว่าไป เรื่องนี้เฮียมีส่วนต้องรับผิดชอบด้วยเหมือนกัน… ดันไม่ปฏิเสธให้ชัดเจน เดาไม่ออกเลยว่าคิดอะไรอยู่ แต่ต่อให้ตอบรับเขามา ครัวก็แน่นซะแทบจะไม่เหลือที่ยืน แบบนี้จะสอนตรงไหนล่ะ’

ในครัวมีพนักงานถึงสี่คน รวมจำนวนเครื่องครัวที่งอกเงยเพิ่มขึ้นทุกวันเข้าไปอีก ที่ทางจึงยิ่งหดแคบลง

และไม่ใช่ว่ากยองฮาไม่รู้

‘ลองไปดูที่ตึกข้างๆ หน่อยดีไหมหว่า’

แผนการในอนาคตที่กยองฮาวางไว้จะสำเร็จได้จำเป็นต้องมีเชฟที่ฝีมือดีพอตัว ให้เปิดร้านอาหารในต่างแดนเปล่าๆ โดยมีแค่ป้ายแขวนก็คงไม่ใช่เรื่อง คิดแล้ว กยองฮาก็ยกหูโทรศัพท์หาอันอิลเท

“เถ้าแก่ ตอนนี้คุยได้ไหมครับ”

[ได้ๆ มีเรื่องอะไรเหรอ]

“พอดีช่วงนี้มีชาวต่างชาติมาที่สาขารองขอเรียนทำอาหารบ่อยๆ ครับ เลยอยากปรึกษาเถ้าแก่ว่า ถ้าผมรับสอนเขาแล้วเริ่มจัดการเรื่องเปิดสาขาที่ต่างประเทศ จะโอเคไหมครับ”

[ถ้าเป็นไปตามที่เธอว่าเลยก็คงดีมากเลยล่ะ เรื่องนี้ฉันเองยังหวั่นๆ อยู่นะ ว่าแต่จะสอนที่ไหน ใช้สถานอบรมของแฟรนไชส์เหรอ]

“ตรงนั้นคงไม่สะดวกเท่าไหร่ครับ พวกเครื่องครัวน่าจะต้องใช้แยกกัน ถ้าเอาเข้ามาเพิ่ม พื้นที่คงไม่พอ”

[งั้นเดี๋ยวฉันลองหาดูที่ให้]

“ไม่ครับๆ เถ้าแก่งานเยอะแล้ว เดี๋ยวผมดูเองครับ”

วางสายเรียบร้อย กยองฮาก็บอกพนักงานว่าเขาขอตัวออกไปข้างนอกหน่อย ก่อนจะแวะไปพบนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ตึกติดกัน

“อ้าว เถ้าแก่โก เชิญครับ! เชิญๆ”

นายหน้าฯ สูงวัยแทบจะกระดิกหางด้วยความยินดี

สัญญาที่ทำกับกยองฮาแค่เจ้าเดียวก็ปาเข้าไปไม่รู้กี่สัญญาแล้ว ไหนจะเรื่องที่ย้ายบ้านในละแวกนี้ตั้งสองครั้ง ไหนจะเรื่องร้านขายเครื่องเคียงที่อยู่ข้างสาขาหลักอีก ทุกเรื่องได้นายหน้าฯ ผู้นี้เป็นคนจัดการให้ทั้งสิ้น ไม่แปลกเลยที่เขาจะดีอกดีใจเป็นพิเศษ

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่าตึกข้างๆ ร้านผมมีปล่อยว่างให้เช่ารายเดือนไหมครับ”

“มีแน่นอนครับ ในที่สุดก็จะขยายร้านแล้วสินะครับ”

“เปล่าครับ ผมอยากเอามาใช้เป็นสถานอบรมน่ะครับ”

“งั้นจะสอนทำอาหารหรือครับ”

“ครับ เน้นสอนชาวต่างชาติเป็นหลักครับ”

นายหน้าฯ รวบกุญแจของร้านที่ว่างลงและร้านที่ใกล้สิ้นสุดสัญญามาพร้อมกันทั้งหมด

“ไปดูพร้อมกับผมเลยดีกว่าครับว่าห้องไหนถูกใจบ้าง…”

ทั้งคู่ไปสำรวจพื้นที่ กยองฮาโฟกัสที่ลักษณะโครงสร้างภายในกับความกว้างเป็นหลัก

“ที่นี่ รายเดือนประมาณเท่าไหร่ครับ”

“มัดจำสี่สิบล้าน เช่าหนึ่งล้านครับ ที่จริงตึกนี้เขาตั้งใจขายขาด แต่นี่ปีกว่าแล้วยังไม่มีใครมาซื้อเลย”

“ถ้าเจ้าของเปลี่ยนคน จะไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ”

“ไม่มีหรอกครับ ร้านรวงเราอยู่ภายใต้พรบ.คุ้มครองธุรกิจเช่าอสังหาฯ อยู่แล้วครับ”

“ขอถามเฉยๆ นะครับ ตึกแบบนี้ทั้งตึก ขายกันเท่าไหร่ครับ”

“ก็ ราวสามพันสี่ร้อยล้านวอนครับ”

สามพันสี่ร้อยล้านอย่างนั้นเหรอ

ต่อให้ปัจจุบันกยองฮามีรายรับเข้ามาเยอะแค่ไหน เงินจำนวนนี้ก็ถือว่าเกินตัวไปมาก ยกเว้นจะขายไวน์ราสเบอร์รีเลเวล 5 ได้ต่อเนื่องเหมือนเอาไปถมแม่น้ำก็อาจจะมีสิทธิ์… หรือไม่ก็รับข้อเสนอของมานซูร์เสีย

***

ณ แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

บนโต๊ะอาหารมีเมนูรสเลิศหลากหลายเรียงรายเต็มไปหมด ทว่า ไม่ได้ทำให้มานซูร์ประทับใจแต่อย่างใด

‘ทั้งหมดนี่ไม่มีจานไหนถูกปากเลยให้ตาย’

มานซูร์อิ่มเร็วกว่าปกติอีกเช่นเคย นี่คือเหตุผลที่ทำให้เขายังคงรู้สึกเสียดายไม่หาย

“น่าจะยื่นข้อเสนอเป็นตัวเลขชัดๆ เสียตั้งแต่แรก เฮ้อ”

แม้จะบอกไปแล้วว่า อยากเรียกค่าตัวเท่าไหร่เขาไม่ขัดข้อง แต่มิสเตอร์โกผู้นั้นไม่หวั่นไหวซ้ำยังหนักแน่นดั่งขุนเขา

ชีวิตคนเราไม่ได้ยืนยาวขนาดนั้น

ว่ากันด้วยเรื่องความปรารถนาของมนุษย์ เอาเข้าจริงก็มีเพียงไม่กี่อย่างหรอก และในไม่กี่อย่างนั้นก็มีสิ่งที่สามารถสร้างความสุขใจได้อย่างมหาศาล นั่นก็คือ ความหลงใหลในรสชาติ ปรารถนาที่จะเสพของเลิศรส

เพียงแค่คิดถึงสเต็ก สุพรีมและไวน์ราสเบอร์รี่ที่ได้ลิ้มลองครั้งนั้น ความสุขก็คงอยู่ได้ครู่ใหญ่เลยทีเดียว แต่ตอนนี้ชักจะนึกรสชาติต่างๆ ไม่ออกเสียแล้ว ความทรงจำเริ่มเลือนรางเข้าไปทุกที

มานซูร์เท้าคาง ยื่นมือหมุนลูกโลกอย่างใจลอย

‘ที่ร้านนั้น มีขายแค่เมนูอาหารเกาหลีใช่ไหมนะ แถมยังขายในราคาไม่กี่ดอลลาร์ซะด้วย ช่างเป็นคนที่เข้าใจยากจริงๆ ปรุงอาหารตะวันตกได้ระดับนั้น ควรตั้งราคาสักพันดอลลาร์ ไม่สิ หมื่นดอลลาร์ยังได้’

ขณะที่กำลังจดจ่อคิดวนเวียนไปมานั้นเอง ผู้ติดตามที่มานซูร์ส่งไปเกาหลีก็โทรศัพท์กลับมารายงานความเคลื่อนไหว

ซึ่งเขากำลังรออยู่พอดี

[…ไวน์ที่ท่านสั่งหามาได้แล้วนะขอรับ สนนราคาหนึ่งแสนดอลลาร์ขอรับ]

***

เวทีประมูลไวน์เหมือนถูกสายฟ้าผ่า

ไวน์ราสเบอร์รี่หนึ่งขวดถูกประมูลไปในราคาเกินกว่าร้อยล้านวอน

ไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วมประมูลเท่านั้น ฮงกยองนักเองก็เหมือนคนถูกพรากวิญญาณจากร่าง

‘เดี๋ยวนะ ต่อให้เป็นของหายาก แต่ทุ่มราคานี้มันไม่เกินไปหน่อยเรอะ…’

ผู้เข้าร่วมประมูลที่มาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างต้องหันกลับมาจัดระเบียบความคิดกันใหม่ วุ่นวายไปหมด

สถานการณ์พาให้แต่ละคนตกที่นั่งลำบากเสียแล้วไหมนั่น

‘จะรายงานท่านประธานใหญ่ยังไงดีล่ะเนี่ย’

ครั้นคนผู้หนึ่งซึ่งโพกผ้าแบบมุสลิมรับขวดไวน์ราสเบอร์รี่ที่ประมูลได้มาแล้ว เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

พวกที่เหลือได้แต่ถกเถียงกันอย่างไม่สบอารมณ์

“เรากำหนดวงเงินกันไหมครับ”

“หมายถึงให้ตั้งราคาสูงสุดเอาไว้หรือครับ”

“ก็ต้องแบบนั้นล่ะครับ ไม่งั้นเกิดเป็นอย่างวันนี้อีก คงได้แต่มาชมงานประมูลแล้วแยกย้ายแน่ๆ”

ต่างก็แสดงความคิดเห็นโต้ตอบกันจ้าละหวั่น ɴᴏᴠeʟɢu.ᴄᴏm

‘เหล้าผลไม้ในเกาหลีเคยมีครั้งไหนราคาสูงขนาดนี้มาก่อนไหมนี่’ ฮงกยองนักไม่ใคร่สบายใจเช่นกัน

แม้จะได้คำตอบว่า ‘มี’ แต่เหล้าที่ว่าคงเป็นพวกเหล้าโสมภูเขา เพราะโสมธรรมดานั้นไม่มีทางมีเอี่ยวบนเวทีประมูลแน่นอน ต้องเป็นโสมภูเขาที่เติบโตอย่างเสรีมานับร้อยๆ ปีนั่นแหละถึงจะมีสิทธิ์ หรือไม่ก็เป็นเหล้าทางฝั่งประเทศจีน ชนิดที่ราคาแพงหน่อยก็พอมีให้เห็นอยู่บ้าง ล้วนแต่เป็นขวดที่มีที่มาที่ไปทางประวัติศาสตร์ มีคุณค่าทางความทรงจำตามกาลเวลา หรือไม่ก็ต้องเป็นเหล้าจำพวกที่หายากมากๆ อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี เหล้าผลไม้ที่ยังสามารถผลิตออกมาใหม่ได้เรื่อยๆ กลับประมูลกันด้วยราคาสูงลิบเช่นนี้ ไม่เคยมีมาก่อนแน่

“ขอถามหนึ่งคำถามนะครับ ชาวตะวันออกกลางไปรู้มาจากไหนถึงได้มาเข้าร่วมวงประมูลกับเราได้ ข่าวสารการประมูลหลุดลอดออกไปหรือไงกันครับ” คนผู้หนึ่งยกมือถาม

ฮงกยองนักตอบตามตรง

“ไม่มีทางเลยครับ เราแจ้งรายละเอียดงานประมูลด้วยวิธีเดิมเหมือนที่เคยทำตลอดมาครับ”

“ถ้าเป็นอย่างที่พูด แบบนี้ก็หมายความว่ามีชาวต่างชาติที่รู้ภาษาเกาหลีดี คอยจับตามองการประมูลนี้อยู่สินะครับ”

“ผมก็คิดเช่นเดียวกันครับ นอกจากวิธีนี้ ผมก็นึกไม่ออกแล้วเหมือนกัน”

หลังจากพบสถานการณ์ตึงเครียดอย่างไม่คาดฝัน บางคนจำต้องย้ายตัวเองหลบเข้ามุมเพื่อรายงานเจ้านาย

“ขอประทานอภัยอย่างสูงครับท่านประธานใหญ่ …ครับ ราคาจบที่หนึ่งแสนดอลลาร์ขอรับ”

หลายคนเริ่มกดโทรศัพท์ส่งข่าว แยกย้ายกันออกจากงานประมูล

“…เป็นผู้ชายที่โพกผ้าแบบมุสลิมครับ คงต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามาจากไหนครับ”

พายุโหมพัดเวทีประมูลอย่างแรงอีกครั้งหนึ่งแล้ว

***

วันหยุดที่นานทีจะมีหน

คิมโฮดงกางหนังสือพิมพ์ออกอ่าน

[…ขณะนี้ เวทีประมูลกลายเป็นเวทีต่อสู้มือเปล่าไปเสียแล้ว พระเอกไม่ใช่ไวน์ต่างประเทศที่ไหน แต่เป็นไวน์ราสเบอร์รี่สัญชาติเกาหลีที่ถูกประมูลไปในราคาหนึ่งแสนเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากนี้หากไม่มีการจำกัดวงเงิน อาจเกิดการโหนสถานการณ์นำไปสู่ทางที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบด้วยกฎหมายก็เป็นได้ แม้ไวน์ราสเบอร์รี่จะผลิตออกมาในปริมาณไม่มาก ต่อให้มีการเฝ้าระวังก็ยังมีสิทธิ์ก่อปัญหาใหญ่อย่างแน่นอน]

“เนื้อข่าวอะไรบรรยายซะยาวยืด ยังไงคนธรรมดาก็ไม่มีทางได้กินไอ้ไวน์นี่อยู่แล้วไม่ใช่เรอะ จึ๊”

อาจมีการบงการอยู่เบื้องหลังสื่อ หรือไม่ก็มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจก็เป็นได้ พวกนักข่าวที่เขียนตามความพอใจส่วนตัวก็มีให้เห็นไม่น้อย

คิมโฮดงวางหนังสือพิมพ์ เปิดตู้โชว์ไวน์ คว้าไวน์ราสเบอร์รี่ออกมา

ขวดนี้เขาหลังไมค์ไปไหว้วานเพื่อนให้ช่วยหามาจนได้ เป็นไวน์เกรดดี

“อาศัยจังหวะนี้ที่คุณเมียกลับไปบ้านแม่ยาย ไม่ต้องคอยระวังสายตา เปิดจิบคนเดียวสักหน่อยแล้วกัน”

ทว่า เหล้าที่รินดื่มจอกนี้กลับต่างจากที่เคยดื่มครั้งก่อนอย่างเห็นได้ชัด แม้จะรสดี แต่ไม่ได้ดีในระดับที่ทำให้ทั่วทั้งร่างสะท้านเพราะความปิติเช่นครั้งนั้น

“น่าจะเป็นเกรดต่ำกว่ารอบโน้น นี่ไวน์ราสเบอร์รี่เกรดดีจริงรึเปล่าเนี่ย”

คิมโฮดงพึมพำคนเดียว

ว่าแล้วก็กดโทรศัพท์ ต่อสายถึงเพื่อนรักที่หาไวน์ขวดนี้มาให้

“นี่ มยองจุน”

[ครับเฮีย]

“ไวน์ราสเบอร์รี่ที่ให้มา ใช่ของเกรดดีแน่นะ”

[ต้องใช่สิครับ]

“อันที่ไม่ใช่แบบนี้มีอีกไหม หมายถึงชนิดที่ดังๆ น่ะ”

[ถ้าเป็นไวน์ราสเบอร์รี่ที่นิยมสุดตอนนี้ มีแค่แบบขวดที่ให้ไปครับ แต่จริงๆ ก็มีเกรดเหนือกว่านั้นอีก เขาเรียกเกรดพรีเมียมครับ ได้ข่าวว่าเป็นฝีมือคุณโกกยองฮาอีกเหมือนกัน]

“ฮะ? มีเกรดพรีเมียมอีกเหรอ”

[มีครับ ผมไปเช็คถึงเวทีประมูลมาแล้ว แต่อันนั้นราคาสูงเกินไป ไม่กล้าแม้แต่จะคิดครับ]

หากเป็นตามที่มยองจุนบอก ก็แปลว่า ไวน์ราสเบอร์รี่ที่กยองฮาให้เขามาคือชนิดเกรดพรีเมียมแน่แล้ว

“ราคาเท่าไหร่”

[เขาปล่อยออกมาแค่ขวดเดียว ราคาเกินร้อยล้านวอนเลยครับ]

คิมโฮดงโหยหวน มืออ่อนเปลี้ย ปล่อยโทรศัพท์ร่วงลงพื้น

“นี่…นี่เท่ากับว่า ฉันเปิดเหล้าราคาร้อยกว่าล้านกลางฝูงชนที่ดูไบเหรอเนี่ยยย”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset