📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 92

บทที่ 92
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

วันพุธ

“ฮ้า~ว”

กยองฮาออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืด เขายังไม่ตื่นดีด้วยซ้ำ

“มาแล้วเหรอครับ” ชายงเทโค้งทักทาย รีบเปิดประตูรถให้ กยองฮาขึ้นรถมาก็ถามทันที

“รอนานไหม”

“ครับ? ไม่เลยครับ เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง”

“ข้าวเช้าไม่ได้กินมาล่ะสิ เอานี่ไปกินไป รองท้อง”

กยองฮาล้วงหยิบของในถุงที่คล้องติดมือมายื่นให้ มันคือโยเกิร์ตแบบถ้วย

“โอ้ ขอบคุณครับ”

ชายกเทขึ้นนั่งเบาะประจำคนขับ สตาร์ทรถไว้ก่อนค่อยแกะฝาโยเกิร์ต

ระหว่างนั้น กยองฮาที่นั่งเบาะหลังก็ยืดตัวยาวราวกิมจิต้นหอม ตาครึ่งหลับครึ่งตื่น ดูไม่ออกว่าตื่นหรือหลับอยู่กันแน่ ชายงเทเห็นดังนั้นก็รีบซัดโฮก จัดการโยเกิร์ตจนหมดก่อนจะออกรถ

“เหนื่อยมากใช่ไหมครับ”

“อือ” คำตอบสั้นๆ ต่อท้ายด้วยความเงียบ

ชายกเทกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พยายามจะพูดอธิบายใหญ่โต

“…พะ เพราะรู้ว่าเฮียกยองฮางานเยอะมาก ผมถึงได้กำชับกับทางบริษัทไว้ไงล่ะครับ เพราะงั้นงดหมดครับ เราจะไม่ต้องเข้าประชุมกับทีมโฆษณา แล้วก็ไม่ต้องเข้าประชุมกับทีมผู้กำกับด้วยครับ!”

“งดได้ทุกอย่าง แต่ไอ้ที่เหนื่อยและน่าเบื่อที่สุดอย่างเข้าฟิตเนสนี่ไม่ให้งด?”

“คะ…คือว่า อ่า…ครับ”

ตู้เย็น

ชุดสูท

เครื่องสำอาง

คือประเภทของโฆษณาที่จะถ่ายทำรอบนี้

ตู้เย็นกับชุดสูทนั้นต่อให้ถ่ายทำกันเดี๋ยวนี้ก็ดูน่าจะไม่ยากอะไร ปัญหาอยู่ที่โฆษณาเครื่องสำอาง

ด้วยเหตุนี้ผู้กำกับจึงขอร้องไว้ว่า ก่อนวันถ่ายทำให้ดูแลร่างกายให้มากๆ เอาให้หล่อที่สุดแล้วมาเจอกัน

“อะ ออกกำลังกายเป็นเรื่องดีนะครับ ได้ใช้โอกาสนี้ปั้นตัวเองให้เป็นหนุ่มหุ่นนายแบบด้วย… อ้อ! วันนี้เทรนเนอร์ที่เราจะไปเจอดังมากเลยนะครับรู้ไหม ชื่อคิมดงฮุน ภาพโปสเตอร์ดาราที่เราเห็นบ่อยๆ ส่วนใหญ่ผ่านการเทรนนิ่งจากเขาทั้งนั้น รับงานเยอะมากด้วย จริงๆ ถ้าจะเข้าเทรน จองวันนี้รออีกปีกว่าจะได้เทรนนะครับ แต่สำหรับเฮีย ฮะฮ่า มีสังกัดใหญ่ๆ มันก็ดีแบบนี้แหละครับ”

“ฮื่อ”

ชายงเทอธิบายแบบทุ่มสุดตัวถึงขนาดทำน้ำลายแตกฟองกระเด็นกระดอน กยองฮากลับตอบด้วยเสียงเนือยแผ่ว

‘หุ่นนายแบบแล้วไง ช่วยให้ทำอาหารอร่อยขึ้นรึก็เปล่า…’

***

การจะสร้างรูปร่างให้งามเหมือนหุ่นปั้นและรักษาสภาพนั้นไว้ให้ได้ยาวนาน เรียกว่าต้องดำเนินชีวิตประหนึ่งพระสมณะผู้ทรงศีลเลยทีเดียว อีกทั้งยังต้องอาศัยการควบคุมตนเองและความอดทดอันไร้ที่สิ้นสุดด้วย ตั้งแต่คิมดงฮุนเลือกเดินบนเส้นทางการเป็นเทรนเนอร์ ชีวิตของเขาก็ไม่รู้จักความสุขจากการกินอีก ราวกับลบมันทิ้งไปแล้ว โดยเฉพาะอาหารใดที่ทำให้ชั้นไขมันเกาะพอกตามร่างกายนั้น เขาไม่แม้แต่จะเสียเวลาชายตามอง

ช่วงนี้พวกรายการอาหารก็มีให้เลือกชมเยอะมากราวกับน้ำป่าไหลหลากเสียด้วย

‘เอะอะก็โรยน้ำตาลใส่ซะหนักมือ… แค่ดูก็ได้ยินเสียงไขมันผุดปุดปัดขึ้นมาพอกตัวแล้ว… อึ๋ย…’

สำหรับพวกเขาที่ชอบกล่าวโทษเชฟ มักจะคิดว่าสิ่งที่เชฟทำนั้นไม่ใช่อาหารแต่เป็นของบาป เป็นอาชญากรรม เขาจึงไม่รู้เหมือนกันว่าบอกเลิกขาดกับทีวีตั้งแต่ตอนไหน ด้วยเหตุนี้ คิมดงฮุนจึงไม่ค่อยอยากรับนัดในวันนี้เท่าไหร่ หากไม่ใช่เพราะคนสนิทเขาร้องขอมาล่ะก็ เขาคงปฏิเสธไปนานแล้ว

‘ใช่ชื่อโกกยองฮารึเปล่านะ’

เขาได้รับข้อเสนอให้เทรนร่างกายให้เชฟผู้นี้สักระยะหนึ่ง

‘เห็นว่าดังมากนี่’

อันที่จริง คิมดงฮุนเคยได้ยินชื่อมาบ้างเหมือนกัน โฆษณาก็มีออกอากาศอยู่ ไม่แน่เขาอาจจะเห็นหน้าแล้วโดยไม่ตั้งใจ ปัญหาคือ ชื่อแซ่กับรูปร่างหน้าตายังวิ่งไล่จับกันอยู่ในหัวเขา หากันไม่เจอสักที

‘ช่างเถอะ ได้เจอหน้าเดี๋ยวก็รู้ …หรือไม่รู้ก็ค่อยว่ากัน’

วันนี้เป็นวันแรกของโปรแกรมการเทรน เชฟที่ชื่อโกกยองฮานัดไว้ว่าจะเป็นฝ่ายมาหาเขาถึงฟิตเนสด้วยตัวเอง คิมดงฮุนเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนัง

‘ใกล้ถึงเวลานัดแล้ว…’

ตอนนั้นเอง

กรุ๊งกริ๊ง

ใครบางคนผลักประตูกระจกเดินเข้ามา กระดิ่งลมตรงประตูกระจกส่งเสียงดัง

“ฟู่ววว มาทันเวลานัดพอดี …อ่า สวัสดีครับ เทรนเนอร์คิมดงฮุนใช่ไหมครับ”

ชายท่าทางอารมณ์ดีดูเป็นมิตรขยับเท้าเดินมาใกล้ ส่งเสียงทักทายขึ้นมาก่อนแบบไม่เขินไม่อายใดๆ

คิมดงฮุนยื่นมือไปจับด้วยความงงและผิดคาด ครั้นเรียกสติคืนมาได้ก็ทำหน้านิ่งก่อนเอ่ยถาม

“…คุณโกกยองฮา?”

“ครับ? ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ครับ ผมเป็นผู้จัดการส่วนตัว เฮียกยองฮาขอตัวไปห้องน้ำน่ะครับ… เอ้อ มาแล้วครับ”

กรุ๊งกริ๊ง

คิมดงฮุนหันไปมองที่ประตูทางเข้า คนที่ปรากฏแก่สายตาดูอ่อนเยาว์สะดุดตานัก

‘อา ผู้ชายคนนั้นเอง!’

ชัดเจนว่าเป็นใบหน้าที่เขาคุ้นเคย ไม่สิ ด้วยความสัตย์จริง เขาเคยกระทั่งสนอกสนใจมากด้วย แต่ก็แค่ชั่วครู่

‘ร่างสูงโปร่งกำลังดีเลยสะดุดตาเป็นพิเศษ’

รูปร่างเช่นนี้สำหรับชาวตะวันออกถือว่าหาได้ไม่ง่ายนัก ถ้าหมั่นเรียนรู้ออกกำลังการตามตารางอย่างเคร่งครัดล่ะก็ ต้องปั้นร่างกายเท่ๆ ออกมาได้อย่างแน่นอน คิมดงฮุนเคยแอบเสียดายอยู่ในใจลึกๆ

“อ้อ เฮียครับ มาทักทายเทรนเนอร์สิครับ จะเริ่มการเทรนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโดยคุณ…”

“คิมดงฮุนครับ”

ชายงเทยังพูดไม่จบ คิมดงฮุนก็แทรกกลางปล้องพร้อมยื่นมือออกมา

“อา ครับ …ยินดีที่ได้รู้จักครับ โกกยองฮาครับ”

ชายหนุ่มทั้งคู่จับมือกันเขย่า กยองฮาเหลือบตาลงมองเงียบๆ

ด้วยสาเหตุอะไรไม่อาจบอกได้ รู้เพียงว่าแววตาร้อนแรงของอีกฝ่ายทำให้คนมองหนักใจพิลึก

***

“โหหห เฮีย”

ชายงเทหลุดปากเรียก ความทึ่งเข้ากระแทกตาหลังจากเห็นกยองฮาเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า บอกได้คำเดียวว่า งดงามปานผลงานประติมากรรม ขอยกความดีความชอบให้ชุดกีฬาแนบเนื้อ เพราะมันทำให้รูปร่างที่ถูกซ่อนไว้ใต้เสื้อตัวโคร่งเผยสัดส่วนออกมาจนหมดสิ้น

“นึกว่านายแบบที่ไหนเสียอีก เฮียครับ เอางี้ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เราใช้โอกาสนี้เข้าวงการบันเทิงจริงๆ จังๆ กันเลยไหมครับ บอกตามตรงว่าส่วนสูงบวกกับรูปร่างบวกกับใบหน้านี้ ให้ออกแต่รายการอาหารอย่างเดียวถือเป็นการทำร้ายแฟนคลับอย่างไม่น่าให้อภัยนะครับ ถ้าเฮียไม่ใช้สิ่งที่มีให้เต็มศักยภาพล่ะก็โอนมาให้ผมเถอะ ผมยอมรับไว้แต่โดยดีก็ได้”

“จะไร้สาระอีกนานไหม หืม”

ชายงเทที่ยืนขวางทางพูดนั่นพูดนี่อย่างตื่นเต้นกระโดดหนีเฉียดไหล่กยองฮาออกไป ส่วนคิมดงฮุนที่มองกยองฮาเดินเข้ามาใกล้เริ่มรู้สึกเชื่อมั่นในสายตาของตัวเองขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

‘คิดแล้วไม่ผิดเลย เรานี่ก็ยังตาถึงนะ รูปร่างนั้นขอแค่มีกล้ามเนื้ออีกหน่อย รับรอง…’

โดยเฉพาะช่วงกระดูกผึ่งผายนั่นนับว่าดึงดูดใจเป็นพิเศษ เขาหมายถึงกระดูกคู่ที่พาดอยู่เหนือหน้าอกทั้งด้านซ้ายขวา ซึ่งเรารู้จักกันดีในชื่อกระดูกไหปลาร้านั่นเอง บางคนกระดูกไหปลาร้าสั้นหรือโค้งงอโดยกำเนิด ต่อให้ออกกำลังกายปั้นหุ่นช่วงบนมากเท่าไหร่ความมีสง่าราศีก็ไม่เข้าจับ ยกเว้นบางที หากโฟกัสเทรนเฉพาะช่วงกล้ามเนื้อหลังอย่างเดียวให้ดี ระยะระหว่างกระดูกไหปลาร้าอาจผายออกได้บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งแน่นอนว่าย่อมไม่อาจเทียบสรีระแต่กำเนิดได้อยู่แล้ว

ครั้นกยองฮาเดินเข้ามาในระยะใกล้มาก คิมดงฮุนก็ส่งเสียงประหม่าถามเรื่องตารางเวลาเทรนก่อนอื่นเหมือนคนคิดอะไรไม่ทัน

“คุณกยองฮาจะมาเทรนได้บ่อยแค่ไหนครับ สองวันครั้ง หรือสามวันครั้ง?”

เขาพอรู้มาบ้างว่ากยองฮาเป็นเชฟชื่อดังที่งานชุกมาก แต่หากเจ้าตัวมีใจจะฝึกฝนรับการเทรน ในสัปดาห์หนึ่งก็สามารถแบ่งเวลามาได้อย่างน้อยๆ ก็สองสามครั้ง ครั้งละหนึ่งหรือสองชั่วโมงสบายๆ

ทว่า ที่คิมดงฮุนกำลังคิดทั้งหมดกลับไม่อยู่ในสารบบสมองของกยองฮาแม้แต่น้อย ชายงเทที่รั้งอยู่ใกล้ๆ กล่าวตัดฉับดับฝันเทรนเนอร์ทันที

“อ่า คือ เทรนเนอร์ครับ ระยะนี้เฮียกยองฮาได้นอนวันละไม่เกินสามหรือสี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง…”

“…!”

“ยังไง ถ้าจะให้มาตามกำหนดอย่างที่บอกคงยากหน่อยครับ”

“งั้น อาทิตย์หนึ่งมาได้กี่วันครับ…”

ชายงเทเหลือบมองกยองฮา ครู่สั้นๆ ให้หลังกยองฮาก็ตอบ

“อืม… สองอาทิตย์…”

‘สะ สองอาทิตย์? วันเพ็ญ?’

คิมดงฮุนคิ้วกระตุก

‘กะจะมากี่ครั้งล่ะนั่น…’

“น่าจะได้สักครั้งหนึ่งนะครับ พอดีผมต้องไปงานการกุศลอาทิตย์เว้นอาทิตย์”

“…”

***

กำหนดการถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางถูกจัดไว้ราวๆ หนึ่งเดือนหลังจากนี้

กว่าจะถึงวันถ่ายทำ อย่างมากสุดคงมีเวลาได้เทรนร่างกายแค่หนึ่งหรือสองครั้งเท่านั้น แล้วจะเอากล้ามเนื้อที่ไหนมาปั้นหุ่นล่ะพ่อคุณ พยายามใช้ตรรกะใดในโลกมารองรับก็ดูจะไปต่อไม่ได้เลย คิมดงฮุนคิดหนัก ก่อนจะเสนอทางเลือกที่พอจะเป็นไปได้บ้างบนพื้นฐานความเป็นจริง

“เดี๋ยวผมสอนวิธีเทรนตัวเองเอาไว้ให้ลองฝึกที่บ้านเรื่อยๆ เป็นหลักแทนแล้วกันครับ วันนี้ในเมื่อมาแล้วก็เทรนให้เต็มที่นะครับ กลับไปแล้วมีตรงไหนนึกไม่ออกหรือสงสัยก็ติดต่อผมได้ตลอดเวลา”

“ครับ”

คิมดงฮุนพากยองฮาไปหงายหลังอยู่บนเสื่อออกกำลังกายทันที пᴏᴠᴇʟɢu.ᴄoᴍ

“เราจะเริ่มการสเตรทชิ่งหรือยืดกล้ามเนื้อกันเป็นอย่างแรกครับ ด้วยความที่อาจเกิดการบาดเจ็บต่างๆ ระหว่างเราออกกำลังกายได้ จึงจำเป็นต้องยืดและอบอุ่นร่างกายระดับหนึ่งเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อนครับ”

คิมดงฮุนสาธิตให้ดู ท่วงท่าต่างๆ เหมือนกยองฮาจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแล้ว ไม่มีท่าไหนยากเกินไปในความคิดเขา

“เป็นไงครับ”

“อา ท่านี้สบายดีจังครับ”

“ใช่ไหมครับ ท่านี้เรียกแมวเหยียดครับ ถ้าแอ่นช่วงหัวไหล่กับหลังให้ต่ำ ร่างกายท่อนบนส่วนหน้าและก้นส่วนท้ายจะถูกยืดออก คุณกยองฮาเป็นเชฟเลยมีโอกาสที่หัวไหล่จะแข็งเกร็งได้ง่ายเป็นพิเศษ ฉะนั้นทำท่านี้บ่อยๆ จะช่วยได้มากเลยครับ”

“จริงครับ”

“เอาล่ะ ท่าต่อไป…”

การสเตรทชิ่งกินเวลาสิบห้านาที จากนั้นคิมดงฮุนก็เข้าสู่ช่วงเนื้อหาจริงจังตามแบบแผน นั่นคือ การออกกำลังแบบใช้น้ำหนักร่างกายตัวเองเป็นแรงต้าน[1]

“บทเรียนแรก เรียกว่าท่าแพลงก์ครับ เราจะคว่ำหน้าคล้ายๆ การหมอบ ศอกกางออกให้เท่ากับระยะหัวไหล่ รวบมือเป็นกำปั้นไว้ที่ระยะใต้หน้าผากสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยม จากนั้นก็ยกตัวขึ้นครับ ต้นแขนจะต้องตั้งฉากตรงลงมาจากหัวไหล่นะครับ เก็บก้นไม่โด่งออก เกร็งหน้าท้องไว้!”

“…อ๊ากกกก!”

ผ่านไปสามสิบวินาที เสียงโหยหวนก็ออกมาจากปากชายงเท

กลับกัน ทางฝ่ายกยองฮานั้น ผ่านไปหนึ่งนาทีก็แล้ว สองนาทีก็แล้ว ไม่มีแม้แต่อาการสั่น คิมดงฮุนที่คอยมองอยู่ถึงกับตาเป็นประกาย

‘เยี่ยม… คอร์แข็งแกร่ง แรงดีมาก’

คอร์ (core) ที่เรียกกันในวงการการออกกำลังกายหมายถึง พละกำลังส่วนกลางลำตัว กล้ามเนื้อคอร์จึงหมายความตามตรงถึงกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ประคองช่วงกลางตัวนั่นเอง เทรนเนอร์เก่งๆ ที่เทรนได้อย่างถูกต้องตามระเบียบมักเริ่มจากการเสริมความแกร่งให้กล้ามเนื้อส่วนคอร์ก่อนส่วนอื่นเสมอ เนื่องด้วยหากคอร์ไม่แข็งแรงแล้วดันไปสร้างกล้ามที่พื้นผิวส่วนอื่น จนปูดเป็นก้อน ผู้รับการเทรนมีโอกาสได้ผลลัพธ์เป็นอาการบาดเจ็บมากกว่าได้กล้ามเนื้อสวยๆ

ผ่านไปสามนาทีแล้ว

คิมดงฮุนเอ่ยกับกยองฮา

“ท่าแพลงก์พื้นฐานนี้ หากอดทนได้ถึงสามนาทีก็ไม่จำเป็นต้องยืดเวลาต่อแล้วครับเพราะมีค่าเท่าเดิม อ้างอิงจากทฤษฎีที่เขาว่ากันช่วงหลังๆ นี้นะครับ ตอนนี้เราจะมาเปลี่ยนท่า ใช้ท่าอื่นๆ แล้วเพิ่มระดับความยากเข้าไปเพื่อให้การออกกำลังกายเห็นผลมากยิ่งขึ้นครับ ท่าพวกนี้เป็นท่าจำเป็นสำหรับคุณกยองฮา ฉะนั้นตั้งใจดูแล้วจำดีๆ นะครับ คราวนี้เรียกว่าท่า อาร์มลิฟท์แพลงก์ครับ เราจะยกแขนขึ้นมาข้างหนึ่งแบบนี้…”

***

วันนี้กยองฮาทำให้คิมดงฮุนตกใจอยู่หลายรอบ

สิ่งที่คิมดงฮุนประทับใจมากที่สุดคือ การรู้จักเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ และการควบคุมร่างกายตัวเอง

‘คนอะไรเซนซ์ดีเป็นบ้า’

สอนแค่หนึ่ง รู้เรื่องไปถึงสิบ ถึงขนาดว่า สาธิตให้ดูแค่หนึ่งรอบแล้วก็ไม่ต้องอธิบายขยายความอะไรซ้ำอีกเลย ทักษะการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองโดดเด่นเหลือเกิน หากไม่ใช่เพราะผู้จัดการส่วนตัวที่อยู่ข้างๆ เอาแต่อืดอาด การเทรนคงเสร็จเรียบร้อยไปนานแล้ว

‘หรือว่า… บางทีความสามารถแบบนี้อาจจะสะท้อนออกมาตอนทำอาหารด้วยก็ได้’

เชฟเก่งๆ มักเป็นคนที่เรียนรู้อะไรได้ไวมาก แถมสกิลการทำความคุ้นเคยกับอุปกรณ์ครัวและวัตถุดิบก็ประณีตละเอียดอะไรได้ปานนั้น

‘ชักจะอยากรู้ซะแล้วว่าคุณกยองฮาคนนี้ทำอาหารออกมาเป็นยังไง…’ คิมดงฮุนสงสัย

โอกาสมาถึงเร็วกว่าที่คิด

หลังจบการเทรน ชายงเทอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาถาม

“อ่า ขอโทษนะครับ ถ้าไม่รังเกียจ ทานข้าวด้วยกันกับพวกผมไหมครับ…”

“ทานข้าวเหรอครับ”

“ครับ ผมเพิ่งรู้ว่าเฮียกยองฮาไม่ได้ทานข้าวเช้ามา เลยห่อของกินมาแทนน่ะครับ เฮียให้มาชวนโค้ชครับ”

“อืม…”

นาฬิกาบนผนังบอกเวลาสิบเอ็ดโมง จริงๆ ก็เป็นเวลาที่เขาต้องกินน้ำผสมผงวิตามินกับสลัดอกไก่แล้วเหมือนกัน

‘ไหนๆ ก็อยากจะรู้ไม่ใช่รึ ขอดูอย่างเดียวแล้วกันว่าเมนูอะไร หน้าตายังไง คงไม่เป็นไรมั้ง’

คิมดงฮุนพยักหน้า

“ผมมีของตัวเองเตรียมมาต่างหาก แต่นั่งทานด้วยกันก็ได้ครับ… มาครับ”

***

โต๊ะอาหารง่ายๆ ถูกจัดขึ้นในเลาจน์

มีข้าวห่อสาหร่ายกับซุปสาหร่ายเย็น และ สลัดอกไก่กับน้ำผงวิตามิน

‘ฟุดฟิด’ คิมดงฮุนขยับปีกจมูกโดยไม่รู้ตัว

ยังไม่ทันตั้งสติ กลิ่นน้ำมันงาเข้มข้นก็ลอยทะลุทะลวงเยื่อบุจมูกเข้ามาเสียก่อน

‘หอมอะไรขนาดนี้’

เอื๊อก

เสียงกลืนน้ำลายอัตโนมัติดังให้คิมดงฮุนได้อาย จังหวะเดียวกันนั้น

“จะทานให้อร่อยเลยครับ!”

โชคช่วยที่ชายงเทคีบข้าวห่อสาหร่ายขึ้นมาถือไว้พอดี กลายเป็นดึงความสนใจไปหมด

ทว่า

‘ทำไมมันถึง…’

ข้าวห่อสาหร่ายถูกหั่นเป็นชิ้นเท่ากันเป๊ะดั่งเอาไม้บรรทัดทาบวัดระยะ ยังไม่รวมความหนึบเนียนชนิดที่แม้ถูกตะเกียบไม้คีบหยิบขึ้นมาอย่างดุร้ายป่าเถื่อน ไส้ก็ไม่แตกทะลักแม้แต่น้อย แค่ข้าวห่อสาหร่ายบ้านๆ ธรรมดาแต่ไม่รู้ทำไมยิ่งดูยิ่งรู้สึกรื่นรมย์

“ข้าวสีแปลกจังครับ” เขาสงสัยขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งแล้ว

“ข้าวกล้องครับ” กยองฮาตอบ

คิมดงฮุนตะลึง

“ข้าวกล้องเหรอครับ ผมเพิ่งเคยเห็นข้าวกล้องห่อสาหร่ายนะเนี่ย”

“ผมเองก็เพิ่งเคยเอาข้าวกล้องมาม้วนกับสาหร่ายวันนี้แหละครับ”

“ครับ?”

“ยงเทบอกว่า ถ้าจะปั้นหุ่นให้ดีๆ อาศัยการออกกำลังกายอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคุมเรื่องอาหารด้วยน่ะครับ บ่นยับจนผมหูชา แต่ถึงผมจะใช้ข้าวกล้องงอก อาจจะไม่อร่อยเท่าข้าวขาวแต่รับรองว่าเนื้อสัมผัสนุ่มใช้ได้เลยล่ะครับ”

“อา”

“ลองชิมสักหน่อยไหมครับ”

กยองฮาดันข้าวห่อสาหร่ายแถวหนึ่งที่เป็นส่วนของตนไปยังด้านตรงข้ามเบาๆ

คิมดงฮุนส่ายหน้าโดยพลัน

“ไม่ ไม่เป็นไรครับขอบคุณมากที่คิดเผื่อ ผมขอตัวดีกว่าครับ กินแค่เจ้านี่ก็อิ่มแล้ว”

คิมดงฮุนรีบหยิบส้อมจิ้มอกไก่หนึ่งชิ้นขึ้นมาส่งเข้าปาก

‘อืม เหมือนเดิม รสชาตินี้…’

ห่วยแตกสิ้นดี หาความอร่อยไม่เจอ แล้วก็ไม่รู้ทำไมวันนี้ไก่ถึงได้คาวขนาดนี้ รสชาติค่อยๆ พาความอยากอาหารวิ่งหายไปเรื่อยๆ

“ฮือ ฮืออออ”

จู่ๆ ชายงเทก็ส่งเสียงร้องประหลาด ร้องทั้งๆ ที่ในปากยังเคียวตุ้ยข้าวห่อสาหร่ายอยู่หนึ่งชิ้นเต็มๆ

ในโลกนี้ยังมีใครหน้าตาสดใสได้ขนาดนั้นอีกไหมเนี่ย

“อะ อร่อยจัง”

‘โอ๊ะ’

ขืนอร่อยขึ้นมาอีกเป็นรอบที่สองน้ำตาชายงเทคงร่วงกราว สายตาคิมดงฮุนย้ายไปจับที่ข้าวห่อสาหร่ายอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้

‘โอย อยากรู้จริงๆ แล้วนะว่ารสชาติเป็นยังไง’

บอกตามตรงว่าหากเป็นข้าวขาวเขาคงไม่เสียเวลามอง แต่นี่เป็นข้าวกล้องเขาถึงได้หวั่นไหว

และแล้วการหาเหตุผลมาเข้าข้างตนเองก็ชนะ คิดเองเออเองว่าเดี๋ยวมันจะเหลือ เป็นส่วนเกินน่าสงสาร

“กินแค่ชิ้นเดียวคงไม่เป็นไรเนอะ”

กยองฮาที่กำลังจะดึงข้าวห่อสาหร่ายบนกระดาษฟอยล์กลับคืนมาชะงักมือ คิมดงฮุนไม่ปล่อยให้วินาทีนั้นเสียเปล่า รีบคว้าส้อมจิ้ม โยนใส่ปาก

จากนั้น

“……!”

คิมดงฮุนเป็นคนไร้พรสวรรค์ในการแต่งประโยคหรือเขียนเรียงความมาตั้งแต่เด็ก ด้วยเหตุนี้ ตอนขึ้นมัธยมปลาย จนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัยเขาถึงได้เลือกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ดังนั้น เขาจึงคำนวณแคลอรี่ กำหนดตารางเมนูอาหาร ตลอดจนตั้งตารางออกกำลังกายได้เฉียบขาดแม่นยำชนิดที่เรียกว่าหาตัวจับยาก ตรงกันข้าม เรื่องอื่นๆ อย่างเนื้อหาการประชาสัมพันธ์หรือข้อมูลในโฮมเพจ เขามักแก้ปัญหาด้วยการจ้างคนทำทั้งหมด

คิมดงฮุนใช้ชีวิตมาจนถึงตอนนี้ไม่เคยรู้สึกลำบากเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ไม่ใช่ขณะนี้

ที่จริงแล้วเขาอยากพร่ำพูดอะไรเยอะแยะมากมายออกมาให้สาแก่ใจสักหน่อย แต่ความตื่นเต้นที่เขารู้สึกอยู่ตอนนี้กลับหาวิธีระบายออกมาไม่ได้ เขารู้สึกอยากก่นด่าความรู้ทางภาษาอันต่ำเตี้ยเรี่ยดินของตัวเอง

“ฮือ โอ โอ ฮือออ”

อย่างน้อยเสียงพิกลจากคนประหลาดๆ อีกหนึ่งคนก็ช่วยปลอบใจให้เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองแปลก เพราะดูแล้วอาการก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่

‘อยากกินอีกโว้ย!’

ปากว่างเสียแล้ว ส้อมที่ถืออยู่ก็ขยับกึกกัก

‘อยากแต่ก็ต้องอดทน เอาน่า ปฏิเสธเถอะ บอกไปว่าอร่อยมากครับแล้วก็พอ จบ ข้าวห่อสาหร่ายก็มีแค่แถวเดียวด้วย แย่งเขากินอีกเสียมารยาทนะ’

คิมดงฮุนพยายามเผยอปากอย่างยากเย็น แต่แล้ว

ตึก

กยองฮาเอาถุงขึ้นมาวางบนโต๊ะ ทันใดนั้น ข้าวห่อสาหร่ายแถวแล้วแถวเล่าก็ดาหน้ากันออกมา

“เห็นว่าออกกำลังกายเป็นประจำน่าจะทานเยอะ ผมเลยม้วนมาเผื่อเหลือเผื่อขาด ทานได้เลยไม่ต้องเกรงใจครับ”

ผึง

ในหัวคิมดงฮุนเหมือนมีเสียงอะไรบางอย่างขาดสะบั้น

……………………

[1] การออกกำลังกายแบบใช้น้ำหนักร่างกายตัวเองเป็นแรงต้าน เรียกว่า Calisthenics(คาลิสเทนิคส์)

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset