📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 81

บทที่ 81
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

นั่นมันคำวิจารณ์ประเภทไหนกัน

หัวหน้าเชฟเรียวกะกัดฟันกรอด

‘ไม่มีอะไรให้พูดแล้วหรือไง’

ท่ามกลางความงงงวยของเชฟญี่ปุ่น สตาฟ เชฟเกาหลี และผู้ดำเนินรายการ กรรมการคนเดิมยังคงพูดต่อ

“ถ้าไม่ได้ลองชิมด้วยตัวเองจะไม่มีวันเข้าใจเลยค่ะ มันละมุนและอ่อนหวานเหลือเกิน”

“บิงซูเมื่อกี้จริงๆ แล้วหวานเกินไปมากสำหรับผม อาจเป็นเพราะผมไม่ใช่คนชอบทานของหวานสักเท่าไหร่ เลี่ยงได้ก็มักเลี่ยงครับ แต่ซาชิมิหมึกยักษ์กับทาโกะยากิทำให้อารมณ์อยากหนีความหวานของผมหายเกลี้ยง ถึงกับรู้สึกว่า เออ ‘ความหวานนี่มันทำให้คนเรามีความสุขยิ่งกว่าเดิมอีก’ นะเนี่ย” กรรมการชายที่แลบลิ้นเลียริมฝีปากวิจารณ์บ้าง

คำชื่นชมไม่ได้มาจากกรรมการเพียงสองคน

“ตกใจมากครับรสชาติแบบนี้ ทำเอาลืมเลยว่าไอศกรีมที่ทานไปเมื่อสักครู่รสชาติเป็นยังไง”

“ผมก็เหมือนกันครับ มีแต่คำว่าอร่อย เอาอีกๆ นึกถึงอย่างอื่นไม่ออกเลย ซาชิมิหมึกยักษ์ทำไมถึงได้นุ่มลิ้นขนาดนี้ก็ไม่รู้ครับ ยิ่งเคี้ยวก็ยิ่งละลาย แต่ละลายแล้วก็รู้สึกโหวงๆ โชคดีที่ทาโกะยากิช่วยเข้ามาเติมความโหวงได้พอดีครับ”

“ซาชิมิหมึกยักษ์ว่าอร่อยไร้ที่ติมากแล้ว แต่เจอทาโกะยากิเข้าไป ฟันธงเลยว่าอร่อยที่สุดตั้งแต่เคยทานมาครับ”

หัวหน้าเชฟเรียวกะน้ำท่วมปาก

‘คำวิจารณ์ทำไมออกมาแบบนั้นล่ะ…’ ทั้งสงสัยทั้งไม่อยากเชื่อ ความคิดต่างๆ ประเดประดังตีกันจนยุ่ง

เขาเองก็กังขาไม่น้อย ทาโกะยากิที่คนเกาหลีทำจะได้รับคำวิจารณ์ดีเลิศประเสริฐศรีขนาดนั้นได้อย่างไรกัน เขายอมรับได้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ดี ที่ผลออกมาเป็นแบบนี้ก็สมควรอยู่หรอก ด้วยอานุภาพแห่งความมุ่งมั่น กยองฮาโหมซ้อมทำทาโกะยากิสม่ำเสมอจนความชำนาญและความแม่นยำรวมพลังกัน พาทาโกะยากิเลเวล 3 ทะยานขึ้นเป็นเลเวล 4 ไปเรียบร้อย ดังนั้นปฏิกิริยาคณะกรรมการแต่ละคนจึงเป็นแง่บวกล้วนๆ ราวกับโดนป้ายยา

เสียงชื่นชมกระหน่ำหนักถึงขนาดทำให้เชฟทีมเกาหลีและผู้ดำเนินรายการยกมุมปากขึ้นจนแทบแขวนติดใบหู

“คุณกยองฮาบ้าไปแล้วจริงๆ ทำอาหารเก่งไปหมดทุกอย่างเลยวุ้ย”

อันจองฮุนตื่นเต้นมากเกินจนหลุดคำหยาบออกมาทั้งๆ ที่กล้องยังเดินอยู่ เป็นฉากที่เรียลจนจะตัดทิ้งก็เสียดาย คาดว่าทางสถานีโทรทัศน์จำต้องเอาเสียงตื๊ด- มาตัดต่อใส่ลงไปแทน หัวหน้าเชฟเรียวกะคอยการประกาศผลอย่างกระวนกระวาย ใจหนึ่งก็หวังให้มีเรื่องพลิกผัน

‘ต้องรอให้เปิดฝาครอบนั่นแหละถึงจะรู้กัน’

สถานการณ์ที่แต้มสูสีหนึ่งต่อหนึ่งเช่นนี้ ถ้าเขาเป็นตัวการให้ทีมญี่ปุ่นพ่ายแพ้ จะเอาหน้าที่ไหนไปมองเชฟใต้บังคับบัญชาได้อีก ทว่า เมื่อฝาครอบเปิดออก หัวหน้าเชฟเรียวกะต้องก็หูลู่ไหล่ห่อคอตก เพราะธงที่อยู่ใต้ฝาครอบคือธงชาติเกาหลี ศักดิ์ศรีของเขาป่นปี้ มองหน้าเชฟใดไม่ติดแล้ว

เชฟเกาหลีที่ทันเห็นภาพดังกล่าวพากันอมยิ้มอยู่ในหน้า

‘ไม่มาพูดข่มก็แล้วไป’

‘เฮ้อ ปลอดโปร่งโล่งสบายอะไรอย่างนี้’

ประโยคเหล่านี้ไม่อาจปล่อยให้ออกอากาศได้จึงต้องพูดแต่เพียงในใจ

คิมโฮดง โจซองจู และอันจองฮุนรับส่งความคิดเห็นกันใหญ่

“บอกแล้วไงว่าคุณกยองฮาต้องทำได้”

“บอกเมื่อไหร่ครับ ตอนอยู่บนเครื่องก็ไม่เห็นได้ยิน…”

“เหมือนจะไม่เชื่อซะด้วยซ้ำไม่ใช่เหรอครับ เพราะคุณกยองฮาไม่ยอมบอกว่าตัวเองเก่ง”

คิมโฮดงหัวเราะกลบเกลื่อน สีหน้าเบิกบาน

โปรดิวเซอร์ยูเทกวานซึมซับบรรยากาศอย่างเต็มที่

‘ซีซั่นนี้ต้องปัง ดังเป็นพลุแตกแน่…’

จนถึงซีซั่นก่อนหน้า ท็อปเชฟครองเรตติ้งอยู่ในจุดกลางๆ ไม่ต่ำไปไม่สูงไป แต่ซีซั่นปัจจุบันที่กำลังถ่ายทำนี้มีความแตกต่าง ไล่มาตั้งแต่บรรยากาศเลยทีเดียว หนทางสู่ความปังดังทะลุจอนับว่าไม่ไกลเกินเอื้อม ยูเทกวานแอบวาดหวังในใจ อยากให้ซีซั่นนี้ได้ออกอากาศโดยเร็ว

***

หลังจบการแข่งขัน ผู้ดำเนินรายการและเชฟทุกคนก็มุ่งหน้าสู่บ่อน้ำร้อนอนเซ็น

“นี่นับว่าเป็นหนึ่งในรางวัลได้ไหมครับ”

“ว่าแต่จะถ่ายทำไมล่ะครับนั่น”

โจซองจูที่ง่วนอยู่กับการปิดจุกหน้าอกโวยวายใส่ยูเทกวาน ซึ่งยูเทกวานมีหรือจะสน เขายังคงความหน้าหนาไว้เช่นเดิม

“ของมันต้องอวดกันหน่อยสิครับ”

จริงอยู่ ความเห็นทุกอย่างย่อมขึ้นกับผู้ชมทางบ้าน… แต่เขาแค่อยากให้ผู้ชมทุกคนรู้สึกว่า ‘ทีมท็อปเชฟดูแลสตาฟได้ดีจริงๆ’ จึงนึกอยากทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เป็นการดึงดูดความสนใจ เช่น การปล่อยเซอร์วิสภาพนู้ดท่อนบน เป็นต้น

นู้ดหรือการเปลือยท่อนบนถือเป็นเรื่องปกติทั่วไปอยู่แล้วสำหรับผู้ชาย ไม่ต่างกับการเปลี่ยนเสื้อผ้า

‘ผู้ชมสาวน้อยสาวใหญ่จะต้องถูกใจแน่ บอกเลย’

โจซองจูผู้มีรูปร่างตรงตามมาตรฐาน ‘หุ่นคุณลุง’ รีบแช่ตัวเองในน้ำเร็วรี่ ส่วนคิมโฮดงผู้มีรูปร่างแข็งแกร่งหนั่นแน่นกว่าที่เห็นก็เอาแต่นวยนาด บิดขี้เกียจ

“จองฮุนก็เริ่มมีพุงแล้วนี่หว่า”

อันจองฮุนไม่สนใจคำแซวของคิมโฮดง

“แหม เอาเรื่องธรรมชาติมาพูดนะครับ ผมเองก็เอาชนะอายุตัวเองไม่ไหวเหมือนกันแหละครับ”

เหล่าเชฟผลัดผ้าปรากฏกายออกมาทีละคนสองคน และแน่นอนว่าจุดยุทธศาสตร์สำคัญถูกบังไว้เรียบร้อยแล้วด้วยผ้าขนหนู ยูเทกวานที่คอยจ้องทุกคนอยู่ได้แต่แอบผิดหวัง

‘ไม่มีใครหุ่นดีเลยสักคน แบบนี้ที่คิดไว้ก็ ‘เจ๊ง’ หมดสิ…’

จะว่า ‘เจ๊ง’ ก็คงไม่ใช่ น่าจะเรียกว่า ‘แผนล่ม’ มากกว่า หรืออีกทีก็คือ ถ่ายไปก็ไร้ผล

แต่เมล็ดพันธุ์แห่งความหวังของเขายังไม่เหี่ยวเฉา มันงอกเงยขึ้นมาใหม่เมื่อกยองฮาเข้ามาสู่ระยะสายตา

“โว้ว คุณกยองฮานี่หน้าดีแล้วหุ่นยังจะดีอีกเหรอเนี่ย ออกกำลังกายใช่ไหมครับ” โจซองจูถาม

กยองฮาตอบอย่างตรงไปตรงมา

“ก็อาทิตย์ละประมาณสองวันครับ แต่เพิ่งเริ่มได้ไม่เท่าไหร่เอง”

“ไม่ถึงกับตัวแน่นแบบป๊อปอาย แต่ก็จัดว่ามีกล้ามนะครับ ทั้งแขน ไหล่ หน้าอกกำลังดูดีทีเดียว เริ่มออกกำลังเทรนร่างกายตั้งแต่ตอนไหนครับนี่”

“เมื่ออาทิตย์ที่แล้วครับ นับๆ ก็คงได้สักสองครั้งถ้วน” ขนาดตัวเขาเองมองแล้วก็ยังไม่เจอความแตกต่างเลย

“งั้นแปลว่าคงเป็นกล้ามพ่อครัว” โจซองจูลงความเห็นพลางตีฝ่ามือตัวเอง

อันจองฮุนถามกลับ

“ไหนใครมีบ้าง เชฟท่านอื่นๆ มีใครมีไหมครับ”

ชเวฮยองซอกเป็นตัวแทนเชฟทั้งหมดตอบด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“อ่า คือว่า ผมเพิ่งจะเคยได้ยินคำว่ากล้ามพ่อครัวก็วันนี้แหละครับ”

คิมโฮดงหัวเราะลั่น

“ซองจูเอ๊ย ลองคิดอีกทีซิ คำว่ากล้ามพ่อครัวมันไม่เกินไปหน่อยเหรอไง แบบนี้เชฟอียองบกไม่ต้องเป็นอาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์เรอะ”

หากว่ากันด้วยประสบการณ์เข้าครัว เชฟอียองบกต้องมาอันดับหนึ่งอยู่แล้ว

“อะฮ่าๆๆๆ”

เสียงหัวเราะเริ่มจากเชฟอียองบกเพราะเจ้าตัวถูกพาดพิงโต้งๆ ก่อนจะลามไปยังเชฟอื่นๆ

“ฮ่าๆๆ พูดอะไรก็ตลกไปหมดเลยนะครับ”

“ฮ่าๆๆๆ”

ณ บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้ง เชฟและผู้ดำเนินรายการทุกคนพักผ่อนกันอย่างสนุกสนาน ความสนิทสนมก่อตัวมากขึ้นทีละน้อย

***

ข้าวของสำหรับเตรียมย้ายบ้านถูกเก็บเข้ากล่อง ออกเดินทางไปสู่จุดหมายแล้ว แทบไม่ต้องลงแรงให้เหนื่อยยากอะไรเลย

“เพราะบ้านใหญ่กว่าบ้านเดิมล่ะมั้ง ที่ว่างเหลือเยอะเชียว”

ของย้ายเข้าบ้านใหม่มีไม่มาก อียองซุกจึงไม่รู้สึกเหนื่อย ค่อยๆ เริ่มต้นจัดโน่นจัดนี่ไปทีละนิด แม้กำหนดจ่ายค่าเช่าเหมารายปีจะยังมาไม่ถึง แต่เจ้าของบ้านเดิมอยากให้เธอย้ายออกโดยเร็วที่สุด แน่นอนว่าเป็นเพราะส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่น ทว่าอียองซุกไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย

“ดีแล้วล่ะ เจอหน้าทีไรมีแต่อึดอัด… บ้านก็ใช่ว่าจะน่าอยู่เท่าไหร่”

บ่นไปบ่นมาพอให้สบายใจ ผ่านไปราวๆ สามสิบนาทีก็มีแขกมาหาถึงที่

แม่ของอึนช่อลและแม่ของกยองจินนั่นเอง

“อุ๊ย ที่นี่เหรอ”

“อื้ม เป็นไง”

“ดีจัง ดีกว่าที่เก่าเยอะมาก…”

“ที่นี่น่าจะแพงกว่าที่เก่าอีกนี่… กู้เพิ่มเหรอ” แม่ของกยองจินอดสงสัยไม่ได้

“เปล่า ที่จริงเป็นบ้านกยองฮาน่ะ”

“บ้านกยองฮา?”

“กยองฮาจ่ายเหมาทั้งปีไว้ แล้วก็บอกให้ฉันเข้ามาอยู่”

แม่ของกยองจินและแม่ของอึนช่อลตาโตเป็นโคมไฟ เพิ่งได้รู้เบื้องหลังก็ตอนนี้เองโนlวลกูดอทคoม

“พระเจ้าช่วย ซื้อบ้านให้เลยเหรอเนี่ย”

“อื้ม…”

ยุคนี้จะเหลือลูกหลานที่มีใจกตัญญูดูแลพ่อแม่สักกี่คนกัน แม่ๆ ได้แต่นึกย้อนการกระทำของกยองฮาทีละอย่างๆ

‘อิจฉาขึ้นมาอีกแล้วสิเรา’

เจอกันทีไรเป็นต้องอวดลูกชายอยู่ร่ำไป อียองซุกจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง

“กาแฟหน่อยไหม”

“มีน้ำร้อนเหรอ”

“เดี๋ยวต้มให้ ฉันมีกา”

เหล่าแม่บ้านแยกย้ายกันนั่งลงรอบโต๊ะในห้องนั่งเล่น ระหว่างดื่มกาแฟ แม่ของอึนช่อลก็ถาม

“แล้วแบบนี้ค่าเช่าบ้านเดิมล่ะ ต่อให้ติดสัญญาเงินกู้ก็ต้องมีส่วนที่เป็นของแม่กยองฮาด้วยสิ”

“ก็จ่ายส่วนที่กู้คืนจนครบก่อนค่อยเอาที่เหลือไปเข้าฝากไง”

แม่ของกยองฮาได้เงินจากลูกทุกเดือนอยู่แล้ว ช่วงใกล้หมดสัญญาเช่าเธอสามารถจัดการค่าใช้จ่ายได้ไม่ยากเย็น

“ได้ดีเพราะลูกชายจริงๆ เออใช่ ได้ยินว่ากยองฮาออกรายการใหม่อีกแล้วใช่ไหม”

“อ้อ อันที่ต้องไปถ่ายทำต่างประเทศน่ะเหรอ น่าจะชื่อรายการท็อปเชฟล่ะมั้ง”

สิ่งที่แม่ของกยองจินพูดถือเป็นประเด็นร้อนแรงอยู่พอดีในเมืองหลวง ไหนจะรูปถ่ายที่สนามบิน ไหนจะพาดหัวข่าวรอบแล้วรอบเล่า ไม่มีทางที่จะเดาไม่ออก

“อื้ม ตอนนี้อยู่ญี่ปุ่น”

อียองซุกตั้งใจย้ายบ้านวันนี้ก็เพราะไม่อยากเป็นภาระลูกชายนั่นเอง เธอไม่อยากสร้างเรื่องให้เขาต้องเหนื่อยเพิ่ม!

“กยองฮาทำอาหารเกาหลีเป็นแล้วยังได้เรียนทำอาหารชาติอื่นอีกเหรอ รายการนี้ฉันเคยดูอยู่ ไม่ค่อยมีเมนูเกาหลีหรอก” แม่ของกยองจินเปรย

“เห็นเล่าอยู่เหมือนกันว่าไปเรียนเพิ่ม…” อียองซุกเสริมให้

เธอพยายามเต็มที่ที่จะไม่อวดลูกชาย แต่มนุษย์ป้าพวกนี้ก็เอาแต่ถามอยู่นั่น

“ยุ่งขนาดนั้นยังอุตส่าห์ไปเรียนเพิ่มอีก อึนช่อลนี่แค่ทำงานข้าราชการก็บ่นทุกวันว่าจะตายมิตายแหล่”

“ลูกชายฉันก็พอกันเลย เมื่อวานเพิ่งโวยวายอยากจะย้ายบริษัท สุดท้ายฉันต้องยื้อไว้ก่อน”

สถานการณ์พลิกจากหน้ามือเป็นหลังเท้าต่างจากสมัยก่อนลิบลับ ระยะหลังนี้อียองซุกจึงเพลิดเพลินกับการพบปะสังสรรค์กับเหล่าคุณนายพวกนี้ยิ่งนัก แต่ละคนรู้จักไว้หน้า พูดจาให้เธออารมณ์ดี

“เดี๋ยวก่อน ยังจัดของเข้าบ้านใหม่ไม่เสร็จนี่ มาช่วยกันไหม”

“ทิ้งไว้เลย ฉันทำคนเดียวได้ แป๊บเดียวก็เสร็จ”

“เพื่อนดีๆ เขาไม่นิ่งเฉยกันหรอกนะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ต้องช่วยซะหน่อย!”

แม่ๆ ทั้งสองยังดื่มกาแฟไม่หมดถ้วยก็กุลีกุจอลุกขึ้นเก็บกวาด ย้ายของเข้าที่ งานย้ายบ้านจึงสำเร็จเรียบร้อยเร็วกว่าที่คาดไปโดยปริยาย ทว่า อียองซุกไม่อาจมองเพื่อนด้วยสายตาซาบซึ้งได้

“พวกเธอน่ะ มีอะไรจะขอร้องฉันใช่ไหม”

“ขะ ขออะไร มีอะไรให้ขอ…”

แม่ของกยองจินแก้ตัว ขณะที่แม่ของอึนช่อลทำตาปริบๆ เหมือนลูกกวาง คว้ามืออียองซุกมาจับไว้มั่น

“แม่กยองฮา ฉันมีนะ เรื่องที่จะขอน่ะ”

“ว่ามา”

“สมมติกยองฮามาหา เรียกฉันด้วยได้ไหม เธอก็รู้ว่าฉันไม่รู้จักคนดังที่ไหนเลย ฉันอยากถ่ายรูปคู่กับกยองฮาน่ะ แค่ครั้งเดียวแล้วจะไม่ขออะไรแล้วล่ะ”

“แค่ถ่ายรูปเนี่ยนะ?”

“อื้อ”

ช่างเป็นความปรารถนาที่ซื่อตรงอะไรเช่นนี้

***

เย็นวันนั้น

กยองฮามาที่บ้านแม่

แม่ของอึนช่อลขยี้ตาหนักมาก ร่ำๆ จะเอาน้ำมาล้างตา

“นั่นกยองฮาจริงๆ เหรอ”

เธอเห็นกยองฮามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย

“ผมเองครับคุณป้า”

“หล่อขึ้นจนแทบจำไม่ได้ ผิวเด้งเชียว”

แม่ของกยองจินก็ส่งเสียงอุทานอย่างอดไม่อยู่

“เข้าสังคมทีดูดีขึ้นผิดหูผิดตา ไม่ต้องทำอาหารเก่งสาวๆ ก็คงแห่กันมาต่อคิวอยู่ดีล่ะแบบนี้”

อียองซุกหยิกแม่ของกยองจินเข้าทีหนึ่ง

“ว้าย”

“เธอนี่ พูดไปเรื่อยเลยนะยะ”

กยองฮายิ้มอายๆ เรียกคำชมอีกระลอกใหญ่

“ต๊ายตาย พอยิ้มแล้วยิ่งหล่อ”

“เป็นดาราได้สบายเลยเนี่ย”

ก่อนที่หูลูกชายจะตกสะเก็ดเพราะฟังอะไรซ้ำๆ อียองซุกเปลี่ยนเรื่องทันที

“เหนื่อยแย่ มาถึงก็ตรงมาหาแม่เลย”

“วันนี้แม่ย้ายบ้านไม่ใช่เหรอครับ ต้องมาอยู่แล้ว”

เสียงอุทานดังขึ้นอีก

“บอกแล้วว่าลูกกตัญญู”

“ลูกฉันถ้าได้สักครึ่งของครึ่งกยองฮาก็คงดี”

สถานการณ์แบบนี้ทำเอากยองฮาชักอึดอัด เขาหันมองไปรอบๆ

“อ้าว แกะของออกมาจัดหมดแล้วเหรอครับ”

“อืม ป้าๆ ช่วยกันคนละแรงน่ะ นั่นเอาอะไรมาล่ะ”

“อ้อ! เอาของสดมาจากร้านน่ะครับ กะทำข้าวเย็นให้แม่”

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เกิดการเปรียบเทียบได้อย่างไร

แม่ของกยองจินกับแม่ของอึนช่อลขยับจะอ้าปากอีกครั้ง แต่อียองซุกส่งสายตาพิฆาตดักไว้ก่อน

“หยุดเลย อย่าแม้แต่จะคิดนะ”

ส่วนกยองฮาจัดการเอาของวางบนเคาน์เตอร์

“โชคดีที่ผมเอามาเผื่อเยอะพอสมควร คุณป้ายังไม่ได้ทานข้าวกันใช่ไหมครับ”

คุณป้าทั้งคู่พยักหน้าแรงมากจนแทบจะมีเสียงดังลอดออกมา

“ยังจ้ะ”

“ป้าก็ยัง”

“อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ”

หากมีหางให้กระดิกได้แม่ของกยองจินคงกระดิกหางรัวๆ

“ถ้ากยองฮาของเราทำให้ จะทำอะไรมาป้าก็กินได้ทั้งนั้น”

“งั้นบะหมี่เย็นคลุกซอสโอเคไหมครับ”

กยองฮาอยากให้แม่ได้ชิมอาหารเลเวล 4 หากเป็นไปได้ แต่แย่หน่อยเพราะเตาที่ร้านกับที่บ้านไฟแรงไม่เท่ากัน

บะหมี่เย็นคลุกซอสนั้นไม่จำเป็นต้องพึ่งไฟมากมาย จะแรงหรือไม่ก็ไม่ได้ส่งผลเท่าไหร่นัก

“บะหมี่เย็นเหรอ ดีสิ!”

“โอเคครับ งั้นนั่งพักรอสักครู่นะครับ”

พูดไม่ทันขาดคำ แม่ของกยองจินพุ่งตัวไปห้องนั่งเล่นก่อนใคร มือรัวกดเบอร์โทรศัพท์ไปหาคนที่บ้าน

“ข้าวเย็นคุณกินไปก่อนได้เลยนะคะ ฉันจะหากินข้างนอกแล้วค่อยกลับ”

แม่ของอึนช่อลก็กำลังทำแบบเดียวกัน

“อื้อ ฉันจะกินข้าวกับเพื่อนๆ… อะไรนะ ไม่มีข้าว? งั้นก็ต้มบะหมี่กินสิจ๊ะ”

ระหว่างนั้นกยองฮาก็เริ่มปรุงอาหาร

สิบนาทีให้หลัง บะหมี่เย็นคลุกซอสก็ออกมาอวดโฉมและรสชาติ แม่ของกยองจินน้ำลายสอ เธอกลัวมันจะยืดหกออกมาจึงต้องเอามือปิดปากทำไม่พูดไม่จา ส่วนแม่ของอึนช่อลนั้นไม่ต้องพูดถึง เอาแต่สูดเส้นบะหมี่วุ่นวายไม่มีเวลาคุยกับใคร

“กินช้าๆ ก็ได้ พวกเธอนี่ จะรีบไปไหนกัน…”

อียองซุกเคยกินอาหารฝีมือกยองฮามาก่อนแล้วแม้เมนูจะไม่ใช่บะหมี่เย็นคลุกซอส

บางจุดเธอคงไม่ทันสังเกต อาหารที่ทำวันนี้กยองฮาขนวัตถุดิบมาจากร้านด้วยตัวเอง ให้พูดอีกก็คือบะหมี่เย็นคลุกซอสนี้มีมังคุดผสมอยู่ด้วย หรือก็คือบะหมี่เย็นคลุกซอสพิเศษนั่นเอง

อียองซุกเริ่มกินช้ากว่าใครเพื่อน และเธอก็ลืมสิ้นทุกสิ่ง กระทั่งว่ากำลังจะพูดอะไร

‘นี่กยองฮาเป็นคนทำจริงๆ เหรอเนี่ย’

พูดไม่ออกเลยทีเดียว อย่างกับกินยาแล้วโดนผลข้างเคียงอะไรสักอย่างเข้าไป

ส่วนแม่ของอึนช่อลนั้นทั้งที่เคี้ยวเส้นบะหมี่อยู่เต็มปาก สายตายังสอดส่องจ้องหาโอกาสขโมยบะหมี่จากชามคนอื่น

‘ที่เคี้ยวๆ อยู่นี่อีกเดี๋ยวก็จะหมดแล้ว แต่ชามนั้นยังเหลือ’

กลายเป็นคนเห็นแก่กินไปเสียนี่

และไม่ใช่เธอคนเดียวที่กลายร่าง

แม่ของกยองจินเร่งสปีดการสูดเส้นบะหมี่เข้าปากจนเทียบเท่าแม่ของอึนช่อลราวกับถูกผีปอบเข้าสิง จากนั้นส่งสายตาตะกละออกไปอย่างเปิดเผย

“แม่กยองฮา เยอะไปกินไม่หมดใช่ไหม เดี๋ยวฉันช่วยแล้วกันนะ”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset