📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 68

บทที่ 68
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ไม่นานหลังจากทุกคนเข้านั่งประจำที่ ภัตตาคารมังกรฟ้าก็นำเมนูขึ้นชื่อของตนมาเสิร์ฟ นับว่าตอนนี้เป็นการประกาศเริ่มสงครามการแข่งขันแล้ว

นอกจากติ่มซำ ยังมีทาร์ตและอาหารกวางตุ้งแบบต่างๆ ที่แปลกใหม่จนดึงดูดสายตา พิธีกรทั้งสามคนต่างจากเชฟโดยสิ้นเชิง พวกเชฟแต่ละคนเอาจริงเอาจังกับการชิมอาหารมาก อาหารหนึ่งชนิดใช้เวลาในการลิ้มรสไปไม่น้อย

“เชฟที่ได้รับการันตีฝีมือนี่ต่างจากคนทั่วไปเห็นๆ เลยนะครับ ถึงกับชิมไปวิเคราะห์ไปทีเดียว”

“แถมยังจริงจังสุดๆ ด้วยครับ”

อันจองฮุนกับโจซองจูพูดไม่ผิด เชฟทุกคนหน้าเคร่งเครียดไร้รอยยิ้ม กยองฮาเองก็กำลังสัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้านอาหารอยู่เช่นกัน

[…เนื้อแป้งไม่หนาและมีความยืดหยุ่น ไส้เต็มแน่น เนื้อกุ้งก็เด้งหนุบดี แต่เพราะความเหนียวทำให้กินแล้วรู้สึกติดฟันไปหน่อย]

‘ลิ้นนักชิม’ กำลังบรรยายลักษณะติ่มซำชิ้นที่มีผงทองโรยอยู่บนหน้ากุ้ง

นี่เป็นผลพวงจากการที่เขาใช้เวลาว่างคอยชิมอาหารหลากหลายเพื่อป้อนข้อมูลเข้าระบบ ‘ลิ้นนักชิม’ บ่อยๆ นั่นเอง แน่นอนว่าแรกๆ จะเก็บข้อมูลให้ครบทุกอย่างนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ เนื่องด้วยอาหารบางชนิดไม่อาจหาชิมได้ในประเทศเกาหลี

[ไม่พบอาหารชนิดนี้ในรายการบันทึก]

[ทำการบันทึกอาหารชนิดใหม่ ‘ขนมจีบเนื้อปู’ เข้าสู่ระบบ ‘ลิ้นนักชิม’ เรียบร้อยแล้ว]

หากเป็นลักษณะนี้ เขาจะไม่สามารถรู้ผลการประเมินรสชาติได้ เพราะอาหารที่เพิ่งเคยชิมครั้งแรกและเพิ่งจะได้บันทึกเข้าสู่ระบบไม่อาจแสดงผลประเมินออกมาในทันที

“ติ่มซำโหดมากเลย”

“เห็นด้วย ติ่มซำของที่นี่สุดยอด”

นับว่าเป็นติ่มซำที่ทำให้แม้แต่เชฟด้วยกันยังต้องออกปากชมเชย

สิ้นสุดการชิมอาหาร เชฟแต่ละคนก็หน้าตึงเพราะคาดเดาได้ลางๆ แล้วว่าคู่ต่อสู้ต้องไม่ใช่หมูในอวย

“ว่าแต่ซีซั่นนี้ เปิดมาก็เจอมิชลินสตาร์สองดาวเลยหรือครับ” อียองบกถาม

โจซองจูกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“สถานการณ์มันพาไปเลยต้องเป็นแบบนี้ครับ แต่ผมเชื่อว่าไม่ใช่จะต้องเจอแต่คนเก่งๆ ทุกรอบหรอกครับ”

ตอนนี้เป็นพิธีการพบปะกับเชฟประจำภัตตาคาร! ห้องที่ทีมเกาหลีเข้าไปเยือนมีเชฟชาวฮ่องกงสวมหมวกและชุดเชฟเต็มยศนั่งรออยู่สี่คน การแนะนำตัวเริ่มต้นที่หัวหน้าทีมเชฟ ‘พอล เล้า’ ผู้เปี่ยมด้วยออร่ามิชลินสตาร์สองดวง ต่อด้วยเชฟประจำภัตตาคารอีกหลายคน เสียงปรบมือและคำชื่นชมดังไม่ขาดหู แน่นอนว่าสำหรับทีมเกาหลี คู่แข่งที่เป็นที่จดจำมากที่สุดและต้องระวังมากที่สุดคือ พอล เล้าผู้นี้เองเพราะมิชลินสตาร์สองดวงไม่ใช่อะไรที่แบมือก็ได้มาฟรีๆ

ระบบการรับรองระดับมิชลินสตาร์อันเป็นเกณฑ์ที่ใช้กันทั่วโลก คือการแบ่งด้วยสตาร์ซึ่งก็หมายถึงดาว

‘หนึ่งดวง’ หมายถึงร้านที่เสิร์ฟอาหารอร่อย รสชาติได้มาตรฐาน

‘สองดวง’ หมายถึงร้านที่เสิร์ฟอาหารอร่อยจนต่อให้ต้องบึ่งรถมาจากที่แสนไกลก็ยินดี

สุดท้าย ‘สามดวง’ หมายถึงร้านที่เสิร์ฟอาหารรสชาติยอดเยี่ยมจนต่อให้ต้องข้ามทวีปมาก็ไม่รู้สึกเสียดาย

แม้เชฟทีมเกาหลีจะมองด้วยสายตาระแวดระวัง พอล เล้ากลับดูมั่นใจไร้ทีท่าตื่นเต้น

เมื่อเชฟทั้งสองฝ่ายได้รับการแนะนำให้รู้จักกันครบถ้วนแล้ว โจซองจูก็หันมาแนะนำทีมให้กรรมการผู้ให้คะแนนบ้าง

“เรามีคุณอิจิมะ นามิ บล็อกเกอร์อาหาร คุณทิม อัลเฟอร์ นักเขียนคอลัมน์อาหาร คุณแฮร์รี่ อีสท์วูด บล็อกเกอร์อาหารและท่องเที่ยว คุณเจนนิเฟอร์ เบย์น บรรณาธิการนักเขียนคอลัมน์อาหารและท่องเที่ยว และคุณมาร์ค ฟิคแมน นักเขียนคอลัมน์อาหาร มาเป็นคณะกรรมการให้เราครับ กรรมการทุกท่านจะต้องทำการโหวตคะแนนจากในห้องส่วนตัวหลังจากชิมอาหารเรียบร้อยแล้ว”

อันจองฮุนดำเนินรายการต่อ

“การแข่งขันยกแรกจะเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยครับ แต่ละทีมจะส่งเชฟลงแข่งในรอบนี้เพียงหนึ่งคน ส่วนการแข่งขันยกหลังจะเป็นเมนูหลักครับ แต่ละทีมส่งเชฟลงแข่งได้สองคน”

คิมโฮดงช่วยเสริมประโยคอย่างแนบเนียนตามสคริปต์

“แล้วถ้าคะแนนเสมอ กรณีตัดสินแพ้ชนะไม่ได้ล่ะครับ”

“เราจะต่อเวลาแข่งขัน ให้เชฟลงแข่งทีมละหนึ่งคนด้วยเมนูของหวานครับ”

เข้าสู่ช่วงสำรวจพื้นที่

เชฟทุกคนนำด้วยกยองฮาได้รับการแนะนำให้เดินตามไปที่ครัวภัตตาคารมังกรฟ้า สิ่งแรกที่เห็นคือเตาประกอบอาหารแบบจีน พร้อมด้วยกระทะและหม้อเหล็ก สภาพแวดล้อมการทำอาหารต่างจากครัวเกาหลีมาก

“ตั้งไฟยังไงครับ”

“ที่นี่ก็มีแก๊สเหมือนกันแฮะ”

“ไอ้นั่นเอาไปใช้เพิ่มกลิ่นควันไม่น่าจะดีนะ… อาหารจีนสำคัญที่กลิ่นหอมควันไม่ใช่เหรอ”

เชฟอียองบกแสดงความคิดเห็นส่วนตัว แม้เขาเองจะไม่คุ้นเคยกับครัวแบบนี้เหมือนกัน

เนื่องจากเวลายังเหลือ เชฟทุกคนจึงทยอยเช็ควัตถุดิบกันอย่างละเอียด ของส่วนใหญ่จัดเตรียมไว้แล้วในภาชนะปิดสนิทอย่างดี

“ซอสของที่นี่มีในตู้เย็นนะครับ”

“อันที่วางรวมไว้ตรงนี้ น่าจะเป็นวัตถุดิบสำหรับแต่งจานครับ” โอเซด็อกกับแดนคิมคุยกัน

เมื่อเสร็จสิ้นการสำรวจครัว ทุกคนก็กลับมารวมพลที่เดิมร่วมมือกันวางแผนการแข่งขัน

“คุณโกกยองฮาคิดว่าลำดับลงแข่งควรจัดยังไงดีครับ อยากลงตอนไหน” เชฟอียองบกตั้งใจถาม

ด้วยคิดเผื่อแล้วว่า การจัดลำดับวางตัวราชาอาหารตามสั่งซึ่งรู้จักกันในนามปรมาจารย์อาหารเกาหลีนั้นสำคัญ เพราะอาจส่งผลถึงการแพ้ชนะได้เลยทีเดียว

“ผมทำเมนูเรียกน้ำย่อยได้ไหมครับ” กยองฮาตอบ

“มั่นใจหรือครับ” โอเซด็อกสะดุ้ง เขาคิดจะให้กยองฮาลงทำของหวานตอนรอบต่อเวลา เนื่องจากเป็นรอบที่น่าจะส่งผลกระทบน้อยกว่ารอบทำเมนูเรียกน้ำย่อยครึ่งแรกและรอบทำอาหารหลักครึ่งหลัง เผลอๆ ชนะไปตั้งแต่ครึ่งแรกครึ่งหลังก็ไม่จำเป็นต้องแข่ง

“ไม่ลองไม่รู้ครับ” ไม่มีแม้แต่คำยืนยันว่าทำได้ แค่บอกว่าจะลองดู… จบข่าว

คำตอบของกยองฮาทำให้เชฟเริ่มการโต้วาทีถกเถียงกันไปมา ในท้ายที่สุดอียองบกก็เป็นคนตัดสินให้ว่าไม่ว่าจะแข่งอะไรตอนไหนก็ตาม ต้องลองดูก่อนถึงจะรู้ผล

“ลองดูสักตั้งครับ”

“ผมก็คิดแบบเดียวกันครับ”

ชเวฮยองซอกเป็นลูกคู่ให้

‘ยังไงก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่รอบเมนูเรียกน้ำย่อยพอล เล้าจะเป็นคนลงเอง ฉะนั้นส่งใครไปสู้ก็ยังไม่แน่ว่าจะเอาชนะได้ สถานการณ์นี้ส่งคุณโกกยองฮาไปก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่แย่นักหรอก’ ในหัวเขาคำนวณไว้รอบคอบแล้ว

พอล เล้า มีความสามารถด้านการทำติ่มซำอยู่ในมือ หากใช้ติ่มซำมาแข่งรอบเมนูเรียกน้ำย่อย ตัวเขาเองนั้นไม่ต้องสืบ ขนาดเชฟอียองบกเองก็คงตึงมือเหมือนกัน

กลายเป็นว่าตอนนี้มีเสียงสนับสนุนแล้วถึงสองเสียง โอเซด็อกที่กำลังอ้าปากจะแย้งเลยสูญเสียน้ำหนักในคำพูดไป สุดท้ายกยองฮาก็ได้ลงแข่งรอบเมนูเรียกน้ำย่อย ส่วนยกหลังที่เป็นจานหลักนั้นตกลงกันว่าจะให้อียองบกและโอเซด็อกไปเป็นตัวแทน และรอบต่อเวลาที่เป็นของหวานก็ให้ชเวฮยองซอกรับหน้าที่

เป็นไปตามที่ชเวฮยองซอกคาดไม่มีผิด รอบเมนูเรียกน้ำย่อยนี้ทีมภัตตาคารมังกรฟ้าส่งพอล เล้าลงมาจริงๆ

โจซองจูถอนหายใจอย่างอัดอั้น

“ฮ้า! การแข่งขันที่ฮ่องกงยกแรกนี้ พอล เล้า รับหน้าที่ทำเมนูเรียกน้ำย่อยครับ”

ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว ทุกคนต่างมีสีหน้าเกรงๆ แบบเดียวกัน นั่นเพราะคู่แข่งคือเชฟมิชลินสตาร์สองดาว

ระหว่างนี้ พอล เล้ากับกยองฮาก็จับมือกันง่ายๆ เป็นการทักทาย เขากวาดตามองกยองฮาและเชฟในทีมซึ่งยืนอยู่ด้านหลังอย่างโอหังรวดเดียวทีหนึ่ง

‘ส่งหนุ่มน้อยขนาดนี้ลงมาถูกเชือดในรอบแรกงั้นเหรอ เอาเถอะ ยังไงส่งใครมาก็คงเหมือนๆ กัน ไม่น่ามีอะไรผิดคาด… แปลว่าเล็งไว้แล้วสินะ ว่าจะลากยาวไปถึงรอบต่อเวลาให้ได้’

ถึงไม่นับเขา เชฟครัวภัตตาคารมังกรฟ้าทุกคนก็ไม่ใช่จะล้มได้ง่ายๆ หนำซ้ำการแข่งครั้งนี้ฝั่งตรงข้ามเป็นทีมเยือน ไม่ได้แข่งในประเทศเกาหลีบ้านเกิดตัวเองอีกด้วย

ขณะจะปล่อยมือ พอล เล้าก็หันขวับ จ้องมองมือกยองฮาใหม่อีกครั้ง ด้วยรู้สึกแปลกๆ จากสัมผัสที่ปลายนิ้วเมื่อครู่

‘เดี๋ยวก่อน… ทำไมมือเนียนขนาดนั้นล่ะ’ นิ้วกยองฮายาวเรียวดั่งนักเปียโนอาชีพ ɴᴏᴠeʟɢu.ᴄᴏm

ไม่มีเวลาเอ้อระเหยแล้ว

การแข่งขันจำกัดเวลาให้ทำอาหารเพียงสิบห้านาทีเท่านั้น ขณะเดินไปยังครัว พอล เล้าก็จมลงสู่ความคิดตัวเอง

‘งั้นก็แปลว่าไม่ค่อยได้ทำอาหารเท่าไหร่สินะ มองแค่หน้าหล่อๆ นั่นก็รู้แล้ว สงสัยฝั่งเกาหลีจะดันให้เด่นด้วยรูปลักษณ์ เป็นไปได้ๆ…’

รายการโทรทัศน์ก็แบบนี้แหละ เพื่อดึงเรตติ้งรายการให้สูงๆ จะด้วยวิธีการไหน ขอเพียงมีความเป็นไปได้ก็ต้องหยิบมาใช้ทั้งนั้น แต่แน่นอนว่า พอล เล้า ไม่ใช่ผู้ชมหรือแฟนตัวยงของรายการเกาหลีจึงไม่รู้ความจริงที่ว่า กยองฮาคือราชาอาหารตามสั่งที่คว้าชัยชนะติดกันสิบรอบรวดในรายการคิงออฟแมสก์เชฟจนต้องจบการศึกษากิตติมศักดิ์ ส่วนที่แฟนๆ ชาวฮ่องกงจดจำราชาอาหารตามสั่งได้ เพราะตั้งใจดาวน์โหลดรายการมาดูจนครบทุกตอนด้วยความคลั่งไคล้ส่วนตัวล้วนๆ ซึ่งพอล เล้าไม่ได้จัดอยู่ในประเภทนั้น เอาแค่ถามเรื่องซีรีส์เกาหลีเขายังตอบไม่ได้เลย ก็คนมันไม่ได้ดูนี่นะ

กยองฮาไม่ใส่ใจสายตาของพอล เล้า เขามุ่งมั่นจะเตรียมวัตถุดิบท่าเดียว

ขณะที่กยองฮาเลือกหยิบกุ้งขนาดกลาง พอล เล้าเห็นแล้วกลับเมินเฉยไม่ลง

‘อย่าบอกนะว่า…’

อย่าบอกนะคำนั้น แม้ไม่บอกก็ชัดเจนแล้ว

วัตถุดิบต่างๆ ที่กยองฮาเลือก เหมือนกับวัตถุดิบที่ตัวเขาจะเอามาใช้ทำติ่มซำกุ้งเกือบทุกอย่าง

‘นั่นจะเรียกว่าชะล่าใจ หรือเรียกว่าช่างกล้าดีล่ะ’

ไม่มีกฎข้อใดบังคับว่าเริ่มยกแรกห้ามทำอาหารเมนูเดียวกันเสียหน่อย แต่ให้เขาย้ายไปทำเมนูอื่นตอนนี้อาจจะส่งผลเสียได้ เพราะดูเหมือนเขายอมถอยให้ทีมเกาหลีแล้วก้าวหนึ่ง ทั้งอาหารกวางตุ้ง ทั้งติ่มซำ โดยเฉพาะติ่มซำนี้ สำหรับเขาถือเป็นเมนูที่กำความมั่นใจเอาไว้ทั้งหมด

‘คอยดู แล้วจะต้องเสียใจที่เลือกเมนูนี้’ พอล เล้าเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ปกติ ติ่มซำทั่วไปใช้เวลาทำราวๆ สี่สิบนาที ทว่า ในการแข่งขันนี้ต้องทำให้เสร็จภายในสิบห้านาที

พอล เล้า ไม่เห็นคู่ต่อสู้อยู่ในสายตาโดยสิ้นเชิง เขาเริ่มด้วยการนำแป้งมานวดในน้ำเดือดเพื่อกำจัดโปรตีนในผงแป้ง จนได้แป้งห่อติ่มซำที่เป็นแป้งบริสุทธิ์ล้วนๆ อันจะแปรเปลี่ยนเป็นโปร่งแสงในตอนหลัง บังเอิญเหลือเกินที่กยองฮาเองก็ใช้น้ำเดือดนวดแป้งอยู่เหมือนกัน

‘เฮ้ย?’ คำว่ายอดเยี่ยมแวบขึ้นมาในความคิดเพียงครู่เดียวก็หายไป

ต่อจากนั้นคือขั้นตอนการเอากุ้งที่แกะเปลือกและเครื่องในทิ้งแล้วมาสับละเอียดด้วยสันมีด ซึ่งก็เหมือนกันอีก

ตึกตึกตึกตึก

เสียงมีดกระทบเขียงของพอล เล้าไม่น่าฟังเท่าเสียงมีดในมือกยองฮา

ปึกปึกปึกปึก

สปีดมือคนเรามันเร่งได้ขนาดนั้นเลยเรอะ เขาตระหนกจนถึงกับอ้าปากค้าง

‘คิดจะสับละเอียดจนเป็นกุ้งผงเลยหรือไง’

แน่นอนว่าไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น กยองฮาสับกุ้งเสร็จก็เตรียมปรุงขั้นต่อไป ใส่กุ้ง เนื้อหมู ผงไก่ ขิงสด เหล้าช่องจู เกลือ และพริกไทยลงในถ้วยก่อนจะบีบปั้น เห็นท่าทางกยองฮาแล้วพอล เล้าก็สูญสิ้นสติไปในที่สุด

‘นำหน้าเราไปเฉยเลย’ แถมขั้นตอนการบีบปั้นก็ห่างชั้นกันด้วย

‘ทั้งเร็ว ทั้งประณีต…’ หากไม่เบิ่งตาเอาไว้ตลอดก็จะพลาดมองไม่ทันเอาได้

ดูเหมือนเวลาที่พอล เล้าใช้ขยับมือสองครั้ง กยองฮาขยับมือไปแล้วสองครั้งครึ่ง

และแม้จะเป็นติ่มซำเหมือนกันแต่หน้าตาออกมาแตกต่างกันสิ้นเชิง พอล เล้าจับจีบติ่มซำเป็นรูปดอกเบญจมาศ ส่วนกยองฮาทำเป็นรูปผักกาดขาว ทักษะการใช้มือสูงส่งขนาดไหนกันถึงทำติ่มซำเป็นรูปผักกาดขาวได้ราวกับแกะสลักเลียนแบบมาจากของจริง

‘นั่นไม่ได้กะจะให้ดูสวยอย่างเดียวแน่ ดูจากขั้นตอนการปรุงบางทีเราอาจจะสู้ไม่ได้…’

จู่ๆ พอล เล้าก็คิดขึ้นมาเช่นนั้น ต้องโทษที่เขาใส่ใจคู่ต่อสู้มากเกินไปทำให้เริ่มรู้สึกจวนตัวเต็มแก่ ติ่มซ้ำนี้จำเป็นต้องนึ่งให้ได้สิบนาที เวลาที่เหลืออยู่คือสิบนาทีสิบสองวินาที พอล เล้ารีบจับไส้ยัดเข้าในแป้งห่อ ปูผ้าขาวบางในซึ้งนึ่งก่อนเรียงติ่มซำลงไปได้ทันเวลา ไม่นาน ติ่มซำที่เสร็จเรียบร้อยก็ถูกยกวางบนรถเข็น เข็นเข้าไปยังห้องของกรรมการ พิธีกรของฝั่งเกาหลีคุมความตื่นเต้นแทบไม่อยู่

“ติ่มซำของโกกยองฮาและติ่มซำของพอล เล้าครับ ผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าทั้งคู่จะทำเมนูเดียวกันออกมา ติ่มซำของพอล เล้าโด่งดังมากในฮ่องกงนี่ครับ” โจซองจูถาม คิมโฮดงกับอันจองฮุนช่วยตอบตามลำดับ

“ไม่ใช่แค่ในฮ่องกงหรอกครับ จะบอกว่าดังระดับโลกก็คงไม่เกินไป”

“ใช่แล้วครับ ติ่มซำที่ได้มิชลินสตาร์สองดาวไม่ได้มีอยู่ทั่วไปนะครับ”

โจซองจูเผยความกังวลในใจออกมาทันที

“ที่จริงผมใจหายใจคว่ำมาก ตอนนี้ก็ยังใจสั่นไม่หายเลยครับ รู้ๆ กันว่าคุณโกกยองฮาเก่งด้านอาหารเกาหลีใช่ไหมล่ะครับ แต่เท่าที่ดูตอนปรุงก็เหมือนจะทำได้ดีไม่มีช่องโหว่นะ เชฟท่านอื่นๆ เห็นว่าไงครับ”

โอเซด็อกและแดนคิมเหมือนวิญญาณหลุดจากร่างไปแล้วครึ่งหนึ่ง เนื่องจากทั้งคู่เองก็ตระหนกไม่น้อยหลังเป็นพยานรู้เห็นเหตุการณ์ทำอาหารรอบเมื่อครู่ ส่วนอียองบกนั้นมีสีหน้าพอใจ

“ยอดเยี่ยมกว่าที่ผมคิดไว้อีกครับ ดูแค่ขั้นตอนอย่างเดียวเผลอๆ คุณโกกยองฮาจะเหนือกว่าด้วยซ้ำครับ แม้ผลลัพธ์จะสำคัญที่สุดก็เถอะ”

ชเวฮยองซอกพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทางหนึ่งก็ขบคิดปัญหาค้างคาใจ

“ส่วนตัวผมมีข้อสงสัยอยู่อย่างหนึ่งครับ ร้านของคุณโกกยองฮาขายติ่มซำด้วยไหมครับ เป็นร้านตามสั่งไม่ใช่เหรอ”

“นะ นั่นสิครับ ผมเองก็รู้มาว่าเป็นร้านตามสั่งนะ” โจซองจูตอบทั้งๆ ที่กำลังงงงวย

จากนั้นทุกคนก็หันไปให้ความสนใจกับฉากการชิมอาหารของคณะกรรมการ

อิจิมะ นามิดูเบิกบานใจหลังได้ชิมติ่มซำรูปเบญจมาศ เธอพยักหน้าหนักๆ ติดกันสองครั้ง

ทิม อัลเฟอร์และแฮร์รี่ อีสท์วูดเองก็แสดงท่าทางไม่ต่างกัน

“อื้ม อร่อยมาก”

“ความรู้สึกที่เคี้ยวกุ้งเยี่ยมมากเลย”

พิธีกรของฝั่งเกาหลีตื่นเต้นกันยกใหญ่

“ทุกคนลงความเห็นว่าอร่อยครับ ไม่มีใครรู้ว่านั่นคือติ่มซำของพอล เล้าแน่ๆ เพราะเราให้ลงคะแนนแบบไบลนด์โหวต ไม่เปิดให้เห็นหน้าเชฟนั่นเองครับ”

“จะเริ่มชิมติ่มซำของคุณโกกยองฮาตอนไหนครับ”

โจซองจูถาม คิมโฮดงตอบ

“น่าจะตอนนี้แหละครับ ว่าแต่ เมนูเดียวกัน ไม่รู้ฝั่งเราจะเสียเปรียบหรือเปล่านะครับ ว่ากันว่าความหิวเป็นเครื่องเคียงชูรสชั้นดีเสียด้วย” เป็นไปตามที่อันจองฮุนบอก กรรมการกำลังคีบติ่มซำรูปผักกาดขาวที่กยองฮาทำขึ้นมาดูพอดี

“นี่ติ่มซำเหมือนกันใช่ไหมคะ”

คนที่เข็นรถเข็นอาหารเข้ามาพยักหน้าตอบ กรรมการชะโงกตัวมาด้านหน้า

‘เพิ่งเคยเจอคู่แข่งทำอาหารแบบเดียวกันนะเนี่ย’

ด้วยความที่ได้รับเชิญให้มาเป็นกรรมการตัดสินในลักษณะนี้อยู่บ่อยๆ จึงรู้สึกเช่นนี้

“ดูๆ ไปก็น่าสนใจดีนะคะ ทำเลียนแบบผักกาดขาวของจริงซะด้วย”

ระหว่างนั้น แฮร์รี่ อีสท์วูดเป็นคนแรกที่ลงมือชิมก่อนใครเพื่อน จังหวะที่กดฟันลงกัดติ่มซำรูปผักกาดขาวให้ขาดออกจากกัน ริมฝีปากก็ชุ่มฉ่ำขึ้นมาทันใด เพราะต่อมน้ำลายระเบิดน้ำลายออกมานั่นเอง มาร์ค ฟิคแมน และเจนนิเฟอร์ เบย์นลงมือชิมเป็นลำดับถัดมา สุดท้ายเป็นทิม อัลเฟอร์และอีจิมะ นามิที่ชิมทีหลังสุด

คิมโฮดงคอยสังเกตปฏิกิริยาคณะกรรมการอยู่รู้สึกประหลาดใจ

“เอาแต่กินอย่างเดียวเลยนะครับนั่น”

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset