📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 57

บทที่ 57
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ทีวียังคงฉายโฆษณาข้าวกล่องของ SG รีเทลวนซ้ำไปมา วันนี้ก็เช่นกัน

แม้จีฮยอนแห่งเกิร์ลกรุ๊ปวงพริตตี้เกิร์ลจะเปล่งประกายความสวยสยบทุกสายตาได้อย่างไร้ที่ติ แต่ไฮไลต์จริงๆ กลับตกอยู่ที่กยองฮาซึ่งเป็นผู้รับออเดอร์อาหาร แล้วจัดการปรุงออกมาด้วยความเร็วสูง

แม่ของอึนช่อลกับแม่ของกยองจินนิ่งเงียบสนิทเหมือนคนไหลตาย เนื่องจากหัวข้อโอ้อวดที่มักหยิบมาพูดเป็นประจำอันได้แก่เรื่องของอึนช่อลและกยองจิน กลายเป็นไร้ความหมายไปแล้ว ขนาดนามบัตรยังไม่กล้าเอามายื่นให้ได้ชม

“หมู่นี้ไม่ค่อยเล่าเรื่องลูกชายให้ฟังกันเลยนะ กยองจินเป็นยังไงบ้าง” อียองซุกถามกระเซ้าเย้าแหย่

“กะ กยองจินเหรอ? ก็ยังอยู่ดีที่บริษัทนะ”

แม่ของกยองจินที่เคยเป็นกบในกะลาตอนนี้ต้องหันกลับมามองตัวเองใหม่ด้วยความเจ็บใจ นี่ไม่ใช่เพราะเธอเคยอวดโอ่ไว้อย่างมั่นหน้าหรอกหรือว่า ลูกได้เข้าทำงานบริษัทใหญ่โตไม่ต้องกลัวใครทั้งนั้น เพิ่งจะสำเหนียกได้ว่าตัวเองทำตัวถือดีก็ตอนที่ทุกอย่างย้อนกลับมาหาตนราวบูมเมอแรง

“อึนช่อลล่ะ?”

“ระ เริ่มรับราชการแล้ว แต่ตอนนี้ยังพูดยากเพราะอึนช่อลเพิ่งบรรจุได้ไม่นาน”

แม่ของอึนช่อลซึ่งเคยโม้อย่างภาคภูมิใจว่าลูกชายเรียนเก่งเหลือเกินก็ไม่เว้น เธอกล้ำกลืนประโยคที่ควรจะพูดต่อลงคอไป เท่าที่ฟังมาชีวิตข้าราชการนั้นไม่ใช่ว่าจะง่ายสบาย มิเช่นนั้น เจออะไรเข้าหน่อยเจ้าลูกชายจะมาอ้อนวอนเธอว่า ‘แม่ ผมอยากลาออกแล้วไปหางานบริษัททำ’ อยู่เรื่อยๆ หรือ

ส่วนอียองซุกนั้นยังช่วยแสดงความภูมิใจต่อเนื่อง

“ถึงอย่างนั้นอึนช่อลกับกยองจินก็เรียกว่าสุดยอดมากนะ อึนช่อลนี่อุตส่าห์ทะลายกำแพงด่านยากจนได้เป็นข้าราชการ กยองจินยิ่งแล้วใหญ่ ต้องเก่งพอตัวล่ะที่ยังอยู่ได้ เห็นว่าหมู่นี้บริษัทใหญ่ปลดพนักงานกันให้ควั่กเลยนี่…”

“แหม จะเทียบกับกยองฮาได้เหรอ”

“โฮะๆๆ…”

อียองซุกไม่คิดจะอ่อนข้อให้ทั้งคู่แม้แต่น้อย ด้วยตลอดมาเธอเป็นผู้ถูกกระทำมามากเกินพอแล้ว

“เฮ้อ ฉันน่ะเพลียจะแย่ กยองฮาเอาแต่ส่งเงินมาให้อยู่ได้ บอกจนปากเปียกปากแฉะว่าไม่ต้องๆ เดือนนี้ยังจะส่งมาให้อีกล้านหนึ่ง เดี๋ยวนี้จ่ายเงินเดือนแม่ไหวแล้วไง นี่ยังจะมาบอกให้แม่หยุดทำงาน หัดไปออกกำลังกายบ้างน่ะ”

ในบ้านนี้ หากมีรูหนูสักรู คงได้มีการมุดเข้าๆ ออกๆ เกิดขึ้นแน่นอน

จะเรียกว่า เป็นโค้งสุดท้ายของการแข่งขันอวยลูกชายก็ไม่ผิด ราวกับต้องการให้คับแค้นกระทั่งกระอักอาเจียนกันไปข้างหนึ่ง ไม่ว่าจะคุยเรื่องไหนอยู่ บทสนทนามักจะโยงมาจบที่การอวดลูกชายจนได้

“ว่าแต่ว่า กยองฮาชักจะยุ่งเกินไปหน่อยไหม เป็นเถ้าแก่ฮันอุลสาขารองไม่ใช่เหรอ ยังจะเปิดแฟรนไชส์ร่วมกับคนอื่นอีก แล้วเห็นว่าดูแลโรงงานเครื่องเคียงอยู่ ไปๆ กลับๆ เป็นว่าเล่นด้วย แบบนั้นมีเวลาพักหรือเปล่าน่ะ?”

ครั้นแม่ของอึนช่อลเปิดประเด็น แม่ของกยองจินก็เข้าเสริมทัพทันที

“โถ่เอ๊ย เจ้าตัวคงรู้อยู่หรอกน่า คนอย่างกยองฮาจะทำเรื่องไม่เข้าท่าได้เหรอ ทำงานรวดเดียวไม่พักจะไหวได้ยังไง เขาว่า อายุยังน้อยๆ ต้องรู้จักชีวิตลำบากๆ หน่อยก็สมควรนี่”

หัวข้อเม้ามอยวกกลับมายังเป้าหมายซึ่งก็คือ อียองซุกได้พักใหญ่แล้ว

“เออ แม่กยองฮา ได้ยินเขาลือกันว่าอาหารอร่อยมากๆ แต่ปัญหาคือ ถ้าไปร้านเองต้องยืนต่อคิวกันนานเหลือเกิน เธอเคยไปหรือยัง” แม่ของกยองจินถาม

“ยุ่งขนาดนั้น จะไปทำอะไรล่ะ” อียองซุกตอบหนักแน่น

***

ที่โรงงานก็ยุ่งชนิดงานล้นมือ

หอมหัวใหญ่ พริกหวาน ตลอดจนกะหล่ำปลีถูกหั่นออกเป็นชิ้นๆ พอดีคำ กระเทียมถูกซอยเป็นชิ้นบางๆ ด้วยมือพนักงานผู้ชำนาญส่วนหนึ่ง ไส้กรอกเวียนนาถูกบั้งเป็นรอยผ่านมือพนักงานอีกส่วนหนึ่ง น้ำมันถูกกลิ้งเคลือบไปบนกระทะขนาดใหญ่ ก่อนที่พนักงานด้านหน้าที่เหลือจะส่งกระเทียมให้ กลิ่นหอมเริ่มกระจายออกมา หอมหัวใหญ่และกะหล่ำปลีถูกผัดคลุกเคล้าบนไฟแรงปานกลางในเวลาไม่นาน

“พอมันเริ่มสลดแล้วก็ใส่ไส้กรอกกับพริกหวานลงไปได้เลยครับ” กยองฮาแนะนำ

พนักงานก้มหน้าก้มตาทำตามคำบอก ตอนนี้กยองฮาไม่จำเป็นต้องผลิตพวกเครื่องปรุงรสเองแล้ว

ที่นี่พิถีพิถันเคร่งครัดกับการใช้ถ้วยตวงมากพอควร ฉะนั้นแค่การทำเครื่องเคียง พนักงานสามารถดำเนินการกันเองได้ตามสูตรที่กยองฮาให้ไว้ กยองฮายิ้มกรุ้มกริ่มอย่างเป็นสุข เพราะงานเขาค่อยๆ ลดลงแล้วทีละอย่างสองอย่าง

‘ปัญหาคือ ซอสกับน้ำสต๊อกชนิดพิเศษสินะ’

กวาดตามองทั่วทั้งโรงงาน ยังไม่มีใครมีฝีมือพอจะปรุงซอสและน้ำสต๊อกชนิดพิเศษออกมาได้เลย คงไม่เกินไปนักหากจะกล่าวว่า แม้จะมีเครื่องชั่งและถ้วยตวงเป็นตัวช่วยให้กะปริมาณได้แม่นยำ ทว่า ยังมีข้อจำกัดตรงการคุมความแรงของไฟ จำนวนครั้งในการผัดหรือคน และยังมีปัจจัยอื่นอีก เช่น ตัวกยองฮาเองซึ่งปรุงเมนูต่างๆ เอาตามสัญชาติญาณ

***

ฮันอุล แฟรนไชส์สาขาที่สอง ย่านอันกุก

เถ้าแก่ชินยืนเท้าเอวสองมือ อมยิ้มเงยหน้ามองป้ายชื่อร้านอย่างพอใจ

“แหม่ อย่างกับได้รับแต่งตั้งตำแหน่งขุนนางยังไงยังงั้น”

ชื่นชมเรียบร้อย เขาก็ลงมือสำความสะอาดร้าน ไม่ยอมให้ฝุ่นสักอณูหนึ่งลงเกาะบนที่จับประตู กระจกทุกบานเขาก็อ้าปากไล่เป่าไอน้ำพร้อมขัดๆ ถูๆ ยิ่งตราสัญลักษณ์รับรอง ยิ่งถูกขัดถูเสียจนเงาวับแทบส่องประกายออกมา ทุกครั้งที่เขามองตรานี้ ความรู้สึกถึงคุณค่าและความหมายแห่งการลงทุนลงแรงจะไหลบ่าท่วมท้น ประหนึ่งหลักฐานรับประกันว่าเขาร่ำเรียนแล้วคว้ามันมาได้ด้วยตัวเอง อิ่มอกอิ่มใจถึงเพียงนี้

“ตอนนี้ยังมีแค่แกงกิมจิ อีกหน่อยว่างเมื่อไหร่ต้องตั้งใจเรียน เอามาเพิ่มให้ได้ทีละอันๆ”

หลังจากสอบผ่าน เขาก็ยังคงฝึกฝนทำแกงกิมจิอีกไม่รู้กี่ร้อยรอบ ต้องขอบคุณตัวเองที่ทำให้สามารถเลื่อนระดับฝีมือจนต้มแกงกิมจิเลเวล 3 ออกมาได้โดยไม่พึ่งโชคช่วย

“เจ้าหนุ่มประธานโกก็ช่างมี ‘วุฒิภาวะ’ เหลือเกิน ถ้าได้สนิทสนมกันตั้งแต่ก่อนหน้านี้คงดี”

ชีวิตคนเราก็ทรหดเช่นนี้แล

จิตใต้สำนึกมักคอยยุยงว่า หากเอาชนะผู้อื่นไม่ได้เราก็จะกลายเป็นผู้ถูกกระทำ โลกแห่งการดำเนินธุรกิจพร้อมโจมตีเราเสมอไม่ว่าเมื่อไหร่ แต่นับแต่นี้ไปจงใช้ชีวิตอย่างปรองดองสมดุลเถิด ระหว่างที่สัญญากับตัวเองเช่นนั้นอยู่

“หือ? เถ้าแก่ เปิดร้านอีกแล้วเหรอครับ”

ทิศทางที่เถ้าแก่ชินผินหน้าไปมอง มีสิ่งไม่เจริญหูเจริญตายืนนิ่งอยู่ พูดให้ถูกก็คือ เถ้าแก่ชินหันไปเจอเจด็อก

ด้วยความที่เอาแต่เงยหน้ามองป้ายร้าน เจด็อกจึงไม่ทันเห็นใบหน้าที่ยับยู่ของเถ้าแก่

“อะไรกัน แฟรนไชส์ฮันอุลนี่นา แล้วร้านนาดึลรีล่ะครับ”

ช่างเป็นมนุษย์ที่มีความสามารถแทงใจดำคนได้ในทุกสถานการณ์ จิตใจที่สงบของเถ้าแก่ชินแตกกระเจิงในเสี้ยววินาที

“ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!”

ทันทีที่คำตวาดหลุดออกจากปากเถ้าแก่ชิน เจด็อกก็ไม่พอใจ

“ทำไมพูดจาหยาบคายแบบนั้นล่ะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ผมก็แค่ทักทายเอง” เขาบ่น

“ยัง ยังไม่ไปอีกใช่ไหม”

เมื่อเถ้าแก่ชินยกผ้าขี้ริ้วในมือเงื้อชูขึ้นสูง เจด็อกก็รู้ว่าตนสู้ไม่ได้จึงถอยห่างออกไป แม้จะไปไกลแล้ว เถ้าแก่ชินก็ยังไม่หยุด เขาส่งเสียงหอบหายใจ วิ่งโร่เข้าครัวไปหยิบเกลือเม็ดโตหนึ่งกำมือออกมาสาดตรงประตูร้าน[1]

“โว้ย สมองปลาปัญญานิ่มรึก็ไม่ใช่ เบ่งสิ่งปฏิกูลทิ้งไว้ให้คนอื่นก็ควรมีสำนึกบ้างสิวะ มันยังไง คบไม่ได้จริงๆ ไอ้นี่” เถ้าแก่ชินเจ็บใจอกแทบระเบิด สถานการณ์ร้านตอนนั้นกำลังย่ำแย่ไม่พอ คนอย่างเจด็อกยังอุตส่าห์เรียกร้องสิทธิ์ของตนจนครบถ้วน เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ที่ควรได้ทุกเม็ดก่อนจากไปอีกด้วย! เถ้าแก่ชินปิดตายร้านนาดึลรีพร้อมลั่นวาจาในใจโนเวลกูดอทคอม

“ต้องไม่จ้างคนอย่างไอ้เจด็อกอีกเป็นครั้งที่สอง”

เจด็อกเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหมือนปลิงดูดเลือด แม้ร้านจะขาดทุนจนต้องไล่เขาออก เขาก็ยังหน้าไม่อายโต้กลับมาว่า ไม่มีความชอบธรรมเพียงพอที่จะปลดพนักงาน แล้วเอาข้อกฎหมายขึ้นมาอ้าง

จังหวะที่เจ้าของร้านชินกำลังสาปส่งเจด็อกอย่างเมามันอยู่นั้นเอง

“กิจการเป็นยังไงบ้างครับ”

เถ้าแก่ชินหันหน้าไปหาเสียงทักทาย ดวงตาเขาเบิ่งโตราวโคมไฟ

“ปะ ประธานโก! มะ ไม่สิ ต้องเรียกว่า ท่านประธานโกถึงจะถูก”

ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา คือ กยองฮา ผู้เป็นประธานร่วมในการบริหารแฟรนไชส์ร้านฮันอุลนั่นเอง

“เรียกยังไงก็ได้แล้วแต่จะสะดวกเถอะครับ จู่ๆ ยกย่องผมขนาดนั้น ผมไม่ชินครับ”

“อะ เออนั่นสิ ว่าแต่ มานี่มีเรื่องอะไรรึ”

“ผมมีธุระต้องทำแถวๆ นี้พอดี ผ่านมาเลยแวะเข้ามาดูเสียหน่อยน่ะครับ”

เถ้าแก่ชินแสดงท่าทีต่างจากที่แสดงกับเจด็อกเมื่อครู่ราวหน้ามือเป็นหลังเท้า ที่จริงก็ไม่ได้ต่างจากวิถีการดำเนินกิจการเท่าไหร่นัก

“ถ้าไม่รีบไป เข้ามานั่งข้างในสักหน่อยไหม ดื่มกาแฟด้วยกันสักถ้วย”

“ดีครับ”

ในร้านไม่มีใครอยู่เลย กยองฮาเหลือบมองก่อนเอ่ยทัก

“มีแค่เถ้าแก่คนเดียวที่มาเข้างานแต่เช้านะครับเนี่ย”

“ใช่สิ ตอนนี้ยังเช้าเกินกว่าจะมาเข้างานกัน เออ เมื่อกี้ฉันยังไม่ได้ตอบคำถามเลยเรื่องร้าน ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกๆ วันนะ ลูกค้าถามหาแกงกิมจิกันให้ควั่ก รอแป๊บหนึ่ง ฉันจะไปเอากาแฟมาให้”

สำหรับชาวเกาหลี จะเรียกแกงกิมจิว่าเป็นเมนูประจำชาติก็ได้ ไม่แปลกที่ลูกค้าจะถามหาและสั่งมารับประทานกันเป็นจำนวนมาก ระหว่างที่เถ้าแก่ชินไปชงกาแฟ กยองฮาก็มองไปรอบๆ ร้าน เถ้าแก่ชินน่าจะเป็นคนชอบการตกแต่งภายในเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว มีทั้งกรอบรูป กระถางต้นไม้ มีแม้กระทั่งผลงานศิลปะซึ่งบ่งบอกถึงอุปนิสัยส่วนตัวอย่างชัดเจน กระนั้น การจัดวางก็เป็นไปอย่างประณีตสะอาดสะอ้าน

ทันทีที่เถ้าแก่ชินวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ กยองฮาก็เอ่ยปาก

“ขอบคุณมากครับ ตกแต่งร้านเสียดีเชียว ปกติสนใจการตกแต่งภายในอยู่แล้วเหรอครับ?”

“ไม่เลย ตั้งใจตกแต่งดีๆ เพราะคิดว่านี่คือ ‘ร้านของฉันเอง’ น่ะ”

“ผมว่าถ้าเกิดลูกค้ามากันเยอะขึ้น อาจจะไม่ค่อยสะดวกเวลาเดินผ่านหรือเคลื่อนไหวนะครับ”

สาขารองเคยผ่านประสบการณ์เช่นนี้มาแล้ว ด้วยความที่ลูกค้าล้นทะลัก เข้าๆ ออกๆ กันมากมายเหลือเกิน ร้านจึงแทบไม่มีทีตั้งของตกแต่งแม้จะชิ้นเล็กแค่ไหนก็ตาม

คำแนะนำออกจากปากใครก็ให้รู้เสียบ้าง จะฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาได้อย่างไร เถ้าแก่ชินเงี่ยหูสุดฤทธิ์พร้อมถาม

“ถ้างั้นเอากระถางต้นไม้ออกดีไหม”

“ผมว่า ม้าตัวนั้นน่าจะเป็นปัญหามากกว่ากระถางต้นไม้นะครับ เกิดล้มใส่ลูกค้าด้านหลังงานจะเข้าเอาได้ แถมเราก็ไม่มีกฎบังคับพวกลูกค้าเด็กๆ เสียด้วยว่าห้ามวิ่งเล่นซน”

“เธอพูดถูก ปิดร้านวันนี้ฉันจะอุ้มม้าไปเก็บ”

นอกจากเรื่องนี้ กยองฮายังแนะนำเถ้าแก่ชินไปอีกหลายอย่าง ซึ่งเถ้าแก่ก็จดจำไว้อย่างดี

กยองฮาหันมองนาฬิกา เวลาล่วงเลยมาถึงแปดโมง ห้าสิบนาทีแล้วหรือนี่

“ผมคงต้องขอตัวแล้วครับ ขอบคุณสำหรับกาแฟ”

เถ้าแก่ชินแสดงท่าทางเสียดายเมื่อกยองฮากำลังจะลุกจากไป

“เดี๋ยวสิ จะไปแล้วรึ”

“ครับ ผมเองก็ต้องไปเตรียมเปิดร้านเหมือนกัน”

เถ้าแก่ชินมองแผ่นหลังกยองฮา เค้นความกล้า กล่าวออกมาจากใจจริง

“ขอบใจนะ”

“ขอบคุณเรื่องอะไรครับ”

“ก็ที่ช่วยแนะนำฉันหลายๆ เรื่องไง ขับรถระวังๆ ล่ะ เดินทางดีๆ”

เถ้าแก่ชินเดินไปส่งกยองฮาแล้วก็ยังไม่หยุดแค่นั้น ยังคงยืนอยู่ที่เดิมจนกระทั่งกยองฮาลับสายตาไป

***

อาจเพราะอานิสงส์จากการกินเลี้ยงกันเมื่อคืน พนักงานทุกคนกระตือรือร้นพลังใจเต็มเปี่ยม

ตั้งแต่เช้าตรู่ มีชายหนุ่มต่างชาติผมทองผิวขาวมาที่ร้าน ขณะนี้กำลังถ่ายคลิปบะหมี่เย็นคลุกซอสอย่างมุ่งมั่น

“ผมจะอธิบายยังไงดี นี่คือเมนูที่แปลกประหลาดมากเลยล่ะครับ มีไข่ต้มสุกวางโปะอยู่ด้านบนแบบนี้ ส่วนบะหมี่เส้นเด้งดึ๋งก็คลุกเคล้ากันอยู่อย่างที่เห็น ซอสเป็นสีแดงเหมือนกับอาหารเกาหลีทั่วๆ ไป บางทีเครื่องปรุงยืนพื้นที่ใช้น่าจะเป็นโคชูจังครับ” สิ่งที่เขาพูด พนักงานในห้องอาหารฟังไม่ออกสักคน

“เขาพูดอะไรตั้งแต่เมื่อกี้แล้วอ่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกันครับ”

“ผมก็ฟังไม่ออก”

ทว่า ตรงกันข้าม ฮเยจีกลับกำลังถ่ายทอดสิ่งที่หนุ่มฝรั่งพูดจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาเกาหลีอยู่ในครัว

“เขาอธิบายเรื่องบะหมี่เย็นคลุกซอสอยู่ค่ะ แค่มองอย่างเดียวน้ำลายก็สอเต็มปากแล้ว อยากจะรีบๆ ชิมดูเดี๋ยวนี้เลย เขาว่างั้นค่ะ”

“ฮเยจี ทำยังไงภาษาอังกฤษถึงเก่งขนาดนี้” แม่ของด็อกโฮตกใจไม่น้อย

“หนูเคยเรียนตอนเด็กๆ ค่ะ”

ทุกครั้งที่ฮเยจีตกอยู่ในสถานการณ์ประมาณนี้กยองฮาจะเกิดอาการสะดุ้ง เพราะเขากังวลว่าตัวตนที่แท้จริงของเธออาจถูกเปิดเผย คำพูดไร้ขาเดินไกลกว่าถึงพันลี้ ขั้นแรก หากพนักงานรู้ความลับว่าฮเยจีเป็นใคร จะห้ามข่าวลือไม่ให้กระจายออกไปคงยาก และคงเกิดเรื่องน่ารำคาญใจตามมาโดยปริยาย แค่ธุรกิจร้านอย่างเดียวก็ไปได้สวยจนพวกขี้ฉ้อต้มตุ๋นมาเสนอหน้าให้เห็นกันบ่อยเหลือเกินแล้ว หากเรื่องยังแพร่ออกไปว่ามีลูกสาวมหาเศรษฐีมาทำงานเป็นผู้ช่วยครัวอีกล่ะก็ จะต้องรับมือท่าไหนเล่า

‘อยากให้ร้านเราอยู่อย่างธรรมดาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จะไหวไหมหว่า’

ระหว่างที่กยองฮาคิดเรื่อยเปื่อย หนุ่มฝรั่งก็เริ่มลงมือจัดการอาหารตรงหน้า

“โอ้ว! จานนี้รสชาติเปรี้ยวหวานชัดเจนครับ บอกเลยว่าแตกต่างจากพวก ‘บะหมี่เย็นคลุกซอส’ ที่ผมเคยลองมาแล้วทั่วเกาหลี รสชาติลึกล้ำมาก ผมยังสัมผัสความรู้สึกในปากได้อยู่เลย เหมือนมันคอยส่งสัญญาณให้ผมรีบๆ คีบคำต่อไปเข้าปากเร็วๆ คิดแล้วไม่มีผิด สมกับที่ได้ชื่อว่า ‘ร้านอาหารตามสั่งอันดับหนึ่งในเกาหลี’ แล้วล่ะครับแบบนี้”

จากนั้นเขาก็ถูกบะหมี่เย็นคลุกซอสฝีมือกยองฮาพรากสติไปทีละน้อย คำพูดค่อยๆ หดสั้นลงเรื่อยๆ

……………………..

[1] การสาดเกลือ ในวัฒนธรรมเกาหลีเชื่อว่า เป็นการไล่ความโชคร้าย ไล่ปีศาจและปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้พ้นไป

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset