📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส – ตอนที่ 53

บทที่ 53
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

อันที่จริง กยองฮาไม่ได้ร้อนเงินเป็นการส่วนตัว ผู้ที่ต้องการใช้เงินกลับเป็นเถ้าแก่อันอิลเทซึ่งรับภาระด้านเงินลงทุนก้อนใหญ่ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวต่างหาก การเปิดแฟรนไชส์คือการทำธุรกิจที่จำเป็นต้องมองในระยะยาว กระทั่งเรื่องบริหารเงินทุนสะสมในอนาคตยังต้องรู้จักพิจารณาให้ดี

‘เถ้าแก่ไม่ได้แสดงก็จริง แต่บนหน้าเหมือนเขียนไว้หราเลยว่า ‘ฉันร้อนเงิน’ …’

ต้องยอมรับว่า ตอนนี้แฟรนไชส์เริ่มกระจายกันเปิดตัวไปตามภูมิภาคแล้วทีละนิด

เดิมที หากไม่ไปเน้นความสำคัญสูงสุดที่การคัดเลือกเจ้าของสาขาด้วยความสามารถ ก็คงไม่ต้องเจอภาวะขาดสภาพคล่องเงินทุนร่อยหรอเช่นนี้ เพราะค่าแบรนด์ของความเป็นฮันอุลและค่าใช้จ่ายในการจัดอมรมด้านเทคนิครวมกันแล้วไม่ใช่น้อยๆ เลย ไหนจะราคาน้ำมันทุกวันนี้อีกที่ยากจะมองข้ามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

ก่อนจะเริ่มเปิดแฟรนไชส์ เรื่องเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงที่พวกเขาไม่เคยได้รู้มาก่อน ครั้นเปิดและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจึงได้เกิดบทเรียนให้ต้องเรียนรู้ไปโดยปริยาย อย่างไรก็ดี ในภายหน้า จำนวนแฟรนไชส์คงมีมากกว่าในปัจจุบันแน่นอน ดังนั้นปัญหาต่างๆ ก็คงจะได้รับการแก้ไขไปด้วย… แต่การเตรียมรับมือล่วงหน้าก็ไม่ได้เสียหายไม่ใช่หรือ

‘กลุ้มใจเพราะเงินเยอะ น่าจะดีกว่ากลุ้มใจเพราะเงินขาดนะ’

ทว่า อันอิลเทไม่มีความสามารถพิเศษด้านการอ่านใจกยองฮา

“จริงสิ ฉันพูดเพราะเราคุยกันเรื่องนี้พอดีหรอกนะ คืออย่างนี้… ตอนฉันไปเยี่ยมร้านสาขาจอนจู เจ้าของสาขาบอกว่า อยากให้เธอไปแวะที่ร้านบ้าง ไปแบบอีเวนท์น่ะ ฉันก็เสนอว่ามันอาจจะไม่เวิร์คหรอก แต่มาคิดๆ ดูอีกทีก็ไม่แน่ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร”

“แล้วเวลาล่ะครับ”

“แกบอกว่าขอแค่ชั่วโมงสองชั่วโมงก็ดีใจแล้ว…”

กยองฮาใช้เวลาคิดไม่นาน

“อย่างนั้นก็ได้อยู่ครับ แต่ให้ไปเดี๋ยวนี้เลยคงลำบาก”

***

วันต่อมา

กยองฮาไปเข้าพบท่านประธานฯ กูบนมัน

“ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ผมพูดท่านจะคิดอย่างไรนะครับ… แต่หากมันเกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์โดยตรงของผม อย่างนั้นผมก็เห็นว่า รสชาติอาหารควรต้องผ่านการรับรองก่อนครับ”

จะเรียกว่าเป็นความทะนงตนอย่างหนึ่งก็ได้ ความคิดของเขาในขั้นแรกคือ อาหารใดก็ตามที่เขาแตะต้อง เขาก็ควรจะรับผิดชอบด้วยตัวเอง และประธานฯ กูบนมันรู้ดีว่าในใจกยองฮาคิดอะไรโดยไม่ต้องเอ่ยปากถาม เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายต้องเผชิญปัญหาว่าด้วยเรื่องชื่อเสียงอยู่แล้วโดยตรง

“เพราะอย่างนี้ฉันถึ’ได้ขอร้องให้เธอทำข้าวกล่องด้วยไงล่ะ เพราะมันเป็นสิ่งที่ฝั่งเราก็ต้องการอยู่แล้ว เพราะงั้นฉันให้อำนาจเธอในการตัดสินใจเต็มที่ ขอเพียงเธอช่วยทำข้าวกล่องให้อร่อยๆ ก็พอ เรามาเริ่มจากการถ่ายโฆษณากันก่อนแล้วกัน ถ่ายเก็บไว้เฉยๆ ยังไม่ได้รีบเอาไปออกอากาศทันที”

ด้วยโฆษณาแต่ละชิ้นจำเป็นต้องผ่านการแก้ไขตัดต่อ ปรับและเลือกช่วงเวลาออกอากาศให้พอเหมาะพอดี

กยองฮาคิดอยู่นาน ก่อนตกปากรับคำ

“ถ้างั้นผมเชื่อท่านประธานฯ ครับ จะลองดูสักตั้ง”

“ฮ่าๆ! เยี่ยม คิดถูกแล้วล่ะ” ใบหน้าประธานฯ กูบนมันสดใสอิ่มเอิบ

เขากดอินเตอร์โฟนทันทีเพื่อเรียกตัวเลขา

“เรียกดิฉันหรือคะ ท่านประธานฯ”

“อืม ไปบอกทีมบริหารงานว่า อีกเดี๋ยวพอเราคุยกันเสร็จ ตอนที่เพื่อนคนนี้ ไม่สิ ตอนเถ้าแก่โกจะออกไป ให้รีบมานำทางพาไปที่โน่นด่วนเลยนะ”

“รับทราบค่ะ ท่านประธานฯ”

“อ้อ แล้วก็ฝากบอกด้วยว่า อย่าได้ทำวางก้ามหรือบังคับขู่เข็ญเขาเรื่องสัญญาล่ะ เขาเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญที่กว่าฉันจะได้มาแสนยากเย็น ถ้าใครทำตัวไม่รู้กาลเทศะลืมสถานะของตัวเอง หรือทำตัวหัวโบราณจนพาเขาร่างสัญญาออกนอกลู่นอกทางก็ให้รู้ไว้ได้เลยว่าฉันหมายหัวไว้แล้ว จะริบยูนิฟอร์มคืนให้หมด”

“จะแจ้งตามนั้นค่ะ ท่านประธานฯ”

เมื่อเลขาออกจากห้องไปแล้ว กูบนมันก็หันมาหากยองฮา

“เธอเองก็ได้ยินแล้วใช่ไหม ข้อตกลงกับรายละเอียดต่างๆ อีกเดี๋ยวลองไปปรึกษาทีมนั้นดูก่อน ให้เอาตามที่เธอสะดวกใจนะ ส่วนเรื่องค่าตอบแทนฉันให้เต็มที่ขั้นสูงสุดตามเรทมาตรฐานแน่นอน ไม่ต้องกังวลหรือเกรงใจเลย”

“ขอบพระคุณครับ”

***

ฉับฉับฉับ

เส้นผมที่ถูกกรรไกรตัด ร่วงพรูลงสู่พื้น

ช่างตัดผมแต่งทรงไปพลาง ออกปากชมชนิดเล่นใหญ่ไฟกระพริบไปพลาง

“ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะเลย ออร่าโดดเด้งมาก”

ที่นี่ไม่ใช่ร้านตัดผมในซอยหมู่บ้าน แต่เป็นร้านในย่านช่องดัมดง

ลิสต์รายการทำผมต่างๆ แต่ละแบบ สนนราคาสูงอย่างที่เห็นแล้วได้แต่อ้าปากค้าง ทว่า สำหรับกยองฮาถือว่าเขาโชคดีดั่งถูกรางวัลใหญ่ เพราะไม่จำเป็นต้องควักกระเป๋าให้เข้าเนื้อตัวเอง ทางฝั่ง SG รีเทลออกตัวเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกวอนตั้งแต่การทำผม ตัดผม แต่งทรง ไปจนถึงการดูแลผิวพรรณและความงาม

“ฉันเคยทานอาหารที่คุณกยองฮาเป็นคนทำด้วยล่ะค่ะ”

“เคยไปที่สาขารองของเราแล้วหรือครับ”

“ค่ะ ตอนนั้นไปกับเพื่อน ข้าวผิดกิมจิอร่อยมากเลย อร่อยจนฉันไม่เสียดายเวลายืนรอเลยแม้แต่นิดเดียว ว่าแต่ฉันเห็นในเน็ตเขาพูดกันว่า อาหารฝีมือคุณป้าในครัวกับฝีมือคุณกยองฮารสชาติไม่เหมือนกัน จริงเหรอคะ”

“ครับ ต่างกันนิดหน่อย”

“หรือว่าแค่เอามือแตะนิดหน่อยก็อร่อยทันทีเลย อย่างนั้นหรือเปล่าคะ”

“จะเป็นไปได้อย่างไรครับ”

“ถ้างั้นคุณมีวีธีไหนทำให้อร่อยต่างกันขนาดนั้นคะ ใช้เทคนิคต่างกันเหรอ”

นี่เขากำลังอยู่ระหว่างการไต่สวนหรือเปล่า… คุณช่างตัดผมก็ช่างถามซอกแซกเหลือเกิน

“น่าจะเพราะวิธีปรุงต่างกันเล็กๆ น้อยๆ น่ะครับ ทำไปทำมาก็เลย…”

“อืม ฉันว่าฉันเข้าใจค่ะ ตอนท่านผู้อำนวยการหอศิลป์ฮเยอุมมาที่ร้านเรา ท่านเคยบอกว่า ศิลปินเองก็แตกต่างกันได้ด้วยเชือกเส้นเดียว ความต่างเพียงแค่หนึ่งมิลลิเมตรก็สร้างสรรค์และให้กำเนิดศิลปะได้ อย่างนั้นล่ะมั้งคะ ถ้ามองจากมุมนั้น ก็คล้ายกับการทำอาหารเลย”

กยองฮานั่งปิดปากเงียบ เขากำลังถูกความง่วงเล่นงาน ช่างสาวคงไม่อยากปลุกลูกค้าคนพิเศษ เธอมุ่งมั่นตัดแต่งทรงผมจนเรียบร้อย

“เสร็จแล้วค่ะ”

“อ่า ขอโทษด้วยครับ ผมเผลอหลับไป”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ มาทางนี้สิคะ ฉันจะลงแชมพูให้”

ราคาคงไม่ได้แพงอย่างไร้เหตุผลเสียแล้ว มือที่ขยับเคลื่อนไหวใส่แชมพูสระผมทั้งนุ่มนวลและใส่ใจ แถมยังนวดหนังศีรษะให้เขาอีกด้วย ทว่า ความรู้สึกผ่อนคลายเบาสบายเช่นนี้กลับอยู่ได้ไม่นาน แชมพูก็ถูกล้างออกเสียแล้ว

“ด้านนี้เลยค่ะ”

กยองฮาที่กลับมานั่งเก้าอี้กำลังจะต้องแข่งกับเวลา ผมแค่ไม่กี่เส้นเธอก็ยังตัดอย่างตั้งอกตั้งใจเป็นอย่างมาก สมกับที่เป็นมืออาชีพ วาทศิลป์ก็เช่นกัน…

“คุณพระช่วย หล่อขนาดนี้ทำไมที่ผ่านมาถึงซ่อนซะมิดเลยล่ะคะ”

“ชมขนาดนั้นผมชักจะเวียนหัวแล้วครับ”

“ฉันไม่ได้โกหกนะ พูดจริงๆ คุณออกจากร้านไปตอนนี้ คงมีแต่คนหันมองแน่ๆ”

ชา อง

ป้ายชื่อเธอเขียนไว้เช่นนั้น

และแน่นอน กยองฮาไม่รู้มาก่อนว่าเธอเป็นที่กล่าวขานในด้านการพูดชม

***

ภายในสตูดิโอโฆษณามีการจัดเตรียมฉากไว้แล้ว

ผู้คนต่างง่วนทำหน้าที่ตนขวักไขว่ นอกจากกล้อง โคมไฟ แผงไฟอิลลูมิเนชั่น และจิมมี่ จิ๊บ[1]ที่เตรียมไว้พร้อมแล้ว อุปกรณ์เครื่องมืออื่นๆ ที่จำเป็นต่อการถ่ายทำก็อยู่ในท่าพร้อมใช้งานเช่นกัน

กยองฮายืนงงอยู่ในดงสายไฟที่พาดคดเคี้ยวยุ่งเหยิง ใครบางคนแตะแผ่นหลังเขา เมื่อหันไปจึงได้เห็นว่าเป็นจีฮยอน

“หือ? มาแล้วเหรอ”

“ค่ะ พี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“เมื่อกี้น่ะ”

เขาเพิ่งรู้ความจริงเอาทีหลังนานทีเดียวว่า ทีมประชาสัมพันธ์ของ SG รีเทลระบุตัวนางแบบไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ผู้ที่เหมาะสมจะรับหน้าที่นางแบบก็คือ จีฮยอน หนึ่งในเมมเบอร์พริตตี้เกิร์ลซึ่งเรียกกันในนาม นางฟ้านักกิน

ด้วยความที่จีฮยอนและกยองฮา ราชาอาหารตามสั่งเคยออกรายการคิงออฟแมสก์เชฟด้วยกันมาก่อน ฉะนั้น อาจได้ซีนดีๆ จากความที่เคมีเข้ากันก็เป็นได้ และนี่คงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทีมต้องการตัวกยองฮามากกว่านักแสดงหน้าตาหล่อเหลา

แต่ในสายตาของจีฮยอน ต่อให้นักแสดงหน้าตาหล่อเหลาแค่ไหนก็ไม่อาจเทียบได้กับกยองฮาในวันนี้

“พี่ตัดผมมาเหรอคะ เปลี่ยนไปแทบเป็นคนละคนแน่ะ ดูดีมากเลย”

“ขอบใจนะ”

ไม่ใช่แค่เพียงทรงผม เสื้อผ้าก็เนี้ยบเรียบร้อย และหน้าก็ผ่านการแต่งมาแล้วอย่างบางเบา

กยองฮากำลังจะยกมือขึ้นลูบท้ายทอยด้วยความเขิน ก็ถูกช่างแต่งหน้าคว้ามือเอาไว้ได้ทันท่วงที เธอมองกยองฮาที่ทำท่าตกใจด้วยสีหน้าจริงจัง พลางส่ายหน้าเป็นเชิงว่า ถ้าเกิดผมยุ่งขึ้นมาล่ะงานเข้านะจ๊ะ

“นับจากบะหมี่เย็นคลุกซอสวันนั้น เราเพิ่งเจอกันอีกทีวันนี้ครั้งแรกเนอะ”

“ฮ่าๆ งั้นเหรอ อ้อ มีดที่ให้มาใช้ดีมากเลย”

“ชอบไหมคะ”

“อยู่แล้ว… โชคดีที่มีมีด งานก็เลยง่ายขึ้นมาก บางทีหั่นๆ แล้วมีดทื่อหั่นไม่ออกก็หงุดหงิดเหมือนกัน ว่าแต่เราเถอะ อยากได้อะไรไหม”

“อืม หนูเหรอคะ นอกจากอาหารที่พี่ทำให้กินก็ไม่มีอย่างอื่นที่อยากได้นะ”

กยองฮารู้สึกถึงสายตารอบข้าง เขาจึงถามอย่างกังวล

“คือว่า จีฮยอน เรายืนคุยกันแบบนี้ได้ไม่เป็นไรเหรอ พี่น่ะสบายมาก แต่เรา…”

เขาคิดเยอะ กลัวว่าเธอจะโดนข่าวซุบซิบในแง่ไม่ดีไม่งาม จีฮยอนจึงถามเขาบ้าง

“หนูรู้ว่าพี่หมายถึงอะไร แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรนะคะ เราออกรายการเดียวกันมาแล้ว คนอื่นๆ ก็คงเข้าใจได้ อีกอย่างพี่เป็นคิงมาตั้งสิบสัปดาห์ จะมองว่าสนิทสนมกับหนูก็ไม่มีอะไรแปลก”

ทั้งคู่ยังไม่ทันได้สนทนากันยาวๆ เท่าไหร่ สคริปต์ก็ถูกยื่นมาให้ถึงมือ

บทพูดของกยองฮามีไม่กี่ประโยค บทของจีฮยอนเองก็เช่นกัน มีเพียงอ่านออกเสียงเมนูแล้วก็ไม่มีอย่างอื่น ถึงอย่างนั้น กยองฮาก็ยังต้องการครูการแสดงอย่างจินยอนอ๊กมาช่วยชี้แนะอยู่ดี ทั้งเรื่องสีหน้าและท่าทาง ตัวเขาน่าจะต้องได้รับการแนะนำทีละจุดทีละจุดโนlวลกูดอทคoม

“… ก่อนอื่น เราจะเริ่มจากซีนที่คุณจีฮยอนเปิดประตูร้านสะดวกซื้อเข้ามา ตอนเข้ามายืนในร้านแล้วให้ทำหน้านิ่งๆ เฉยๆ จากนั้นเดินเข้าหาทางด้านหน้ากล้อง เลือกอาหารบนเมนูสามครั้งนะคะ เมนูสามอย่างนั้นจะกลายเป็นซีนหลักของเราค่ะ”

“ค่ะ” จีฮยอนตอบรับแข็งขัน

ครูจินรับทราบแล้วหันมาอธิบายกับกยองฮาต่อ

“ส่วนคุณกยองฮาแค่ทำอาหารก็พอค่ะ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งหมดนะคะ เอาแค่งานเล็กๆ เช่น ซอยวัตถุดิบ ต้มน้ำ ปรุงซอส แสดงแค่ส่วนใดส่วนหนึ่งก็โอเคแล้วค่ะ”

เรื่องเหล่านี้เขาทำอยู่ประจำ ดูท่าจะไม่มีอะไรยาก

“รับทราบครับ”

การแสดงของนักแสดงมือใหม่กำลังจะเริ่ม

ครูจินยอนอ๊กยืนกอดอกนิ่ง สังเกตกยองฮาในทุกๆ อิริยาบทอย่างละเอียดไม่ว่าจะยกมือหรือย้ายเท้า

‘ดูไปก็เท่านั้น อย่างไรคงต้องอัดกันต่อยาวๆ ล่ะมั้ง’

เป็นเรื่องธรรมดาที่ไอดอลซึ่งเก่งด้านการแสดงจะใช้เวลาถ่ายทำน้อยมาก ส่วนพวกเชฟที่หลังๆ ได้รับความสนใจจากมวลชนจะใช้เวลาถ่ายทำนานกว่า ทว่า เอาเข้าจริง เมื่อเริ่มเข้าสู่การซ้อมใหญ่ กยองฮาก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนในชั่วพริบตา

ตึกตึกตึกตึก

ครูจินยอนอ๊กที่ยืนมองเขาอยู่ตลอด รู้สึกเหมือนรูม่านตาของตนขยายใหญ่ออกไปไร้ที่สิ้นสุด

‘มะ ไม่มีช่องโหว่เลย’

นักแสดงที่มีความสามารถด้านการแสดงสูงส่งนั้น มักมีสมาธิจดจ่อกับเรื่องตรงหน้าในระดับที่เหนือกว่าคนทั่วไป

ทันทีที่เริ่มเข้าสู่การถ่ายทำซีนใดๆ กล้อง พนักงาน สตาฟ หรือสภาพแวดล้อมที่จัดฉากจะไม่สามารถส่งผลต่อสมาธิได้เลย นักแสดงจะมุ่งมั่นใส่ใจแต่บทบาทของตน แล้วเล่นไปตามบทอย่างแนบเนียนเป็นที่สุด… กยองฮาในขณะนี้เรียกได้ว่า กำลังเปล่งประกายความสามารถของนักแสดงระดับนั้นให้เห็นคาตา

อย่างแรก เมื่อกยองฮาเริ่มลงมือทำอาหาร ท่าทางไร้เดียงสาของเขาก่อนหน้านี้ก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย หลงเหลือเพียงสมาธิระดับสูงที่จับแน่นอยู่กับการปรุงอาหารเท่านั้น ไม่ต่างกับเชฟเทพผู้เผยร่างแท้จริงให้ชาวโลกประจักษ์

‘ทะ เท่มาก’

ปรมาจารย์ด้านอาหารจะเป็นเช่นนี้เหมือนกันหมดไหมหนอ

ครูจินยอนอ๊กลืมหน้าที่เดิมของตนไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ มัวแต่ยุ่งง่วนอยู่กับการไล่สายตามองตามกยองฮาในทุกๆ อิริยาบถอย่างละเอียดไม่ว่าจะยกมือหรือย้ายเท้า พลางเอ่ยชื่นชมอย่างอัศจรรย์ใจ

***

วันต่อมา

รอยคล้ำใต้ตาลากยาวลงมาแทบถึงข้างแก้ม

‘วันนี้ถ้าลูกค้ามาน้อยหน่อยก็คงดี’ ร่างกายเขาหนักอึ้งอย่างกับหินหมื่นกิโลกรัม

จะเรียกว่าเป็นผลพวงจากระบบประสาทถูกทำร้ายหลังการถ่ายทำก็คงได้ การถ่ายโฆษณาเหนื่อยกว่าอัดรายการคิงออฟแมสก์เชฟเป็นเท่าตัว เขาไม่นึกมาก่อนเลยว่าการแสดงออกทางสีหน้าจะมีรายละเอียดมากมายขนาดนั้น

งานนี้เขาได้รับค่าตัวเป็นเงินก้อนใหญ่ถึงสองร้อยล้านวอน

ดูท่าว่า ทาง SG รีเทลจะจัดการเรื่องค่าตอบแทนแบบรักษาผลประโยชน์ให้เขาเต็มที่ เพราะมือใหม่อย่างกยองฮากลับได้รับค่าถ่ายโฆษณาเป็นเงินก้อนจำนวนเท่ากับนักแสดงระดับกลางทีเดียว

“พี่ เมื่อวานนอนหลับไม่ค่อยสนิทหรือครับ”

“นอนแล้ว แต่ยังเหนื่อยอยู่”

“ทำไมอย่างนั้นล่ะ ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ”

“แค่อาการไม่ค่อยดีนิดหน่อยน่ะ” ให้อ้าปากก็เหนื่อยจะแย่แล้ว ยังจะชวนคุยอีก

นี่ถ้าเขายังเหลือแรง คงได้หยิบหัวไชเท้าดองยัดใส่ปากซุนกุกสักที

“ถ้างั้นไปโรงพยาบาลเถอะครับ”

ถึงอย่างนั้นหมอนี่ก็ยังแสดงอาการเป็นห่วงเป็นใย กยองฮาเอ่ยอย่างลำบาก

“ไม่ถึงขนาดต้องไปหรอก ไม่ต้องสนใจพี่ ไปเตรียมเปิดร้านเถอะ”

ครั้นซุนกุกไปแล้ว คราวนี้แม่ของด็อกโฮเป็นเข้ามาพูดต่อ

“เหนื่อยเพราะถ่ายโฆษณาเมื่อวานล่ะสิคะ ฟังแล้วดูจะไม่ใช่งานง่ายๆ เลยนะคะเนี่ย แค่ซีนเดียวยังต้องซ้อมบทกันเป็นหลายสิบรอบ อย่างนี้จะไม่ให้เหนื่อยได้ยังไง ถ้าเป็นพวกนักแสดงรุ่นเก๋าเจนเวทีก็ว่าไปอย่าง ถ้าไม่ใช่ ก็ต้องกัดฟันอดทนไปเรื่อยๆ ล่ะเนอะ…”

“นั่นสิครับ” กยองฮายกริมฝีปากขึ้นยิ้มอย่างขมๆ

***

ณ เวลาเดียวกัน

เหล่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาลกำลังอภิปรายโต้แย้งกันอย่างดุเดือด

“…นั่นไม่น่าจะใช่วิธีที่ดีนะครับ ตามที่ท่านชี้แจงมา หากสนับสนุนให้เกิดการตอบโต้อย่างรุนแรง ฝ่ายค้านคงไม่อยู่เฉยแน่นอน”

“จุดนี้จะบอกให้ฝ่ายเราก้มหัวขอโทษงั้นเหรอ ขอถามหน่อยว่าเราทำอะไรผิดขนาดนั้น ตอนฝ่ายนั้นเรืองอำนาจก็ทำแต่ละอย่างงามหน้าไม่น้อยนะ ทั้งล่วงละเมิดทางเพศเอย ข้อหาเรียงกันนับไม่หวาดไม่ไหว ‘ฉันทำได้คนอื่นห้ามทำ’ เข้าอีหรอบนี้กันทั้งนั้น กับอีแค่ปลอมแปลงที่อยู่หรือเลี่ยงภาษีแค่ไม่เท่าไหร่ มันจะเป็นปัญหาใหญ่อะไรขนาดนั้นไม่ทราบ!”

“ยังไงเราก็ควรคิดแทนในมุมของประชาชนด้วยนะครับ ไหนจะส่วนที่ท่านประธานาธิบดีลงมือตรวจสอบความโปร่งใสด้วยตัวเองอีก…”

แม้จะเป็นสมาชิกพรรคเดียวกัน ความคิดเห็นก็ไม่ใช่ว่าจะตรงกันไปเสียทั้งหมด คิมมินซอกนิ่งเงียบมาโดยตลอด

‘ทุกท่านเล่นตะโกนกันเสียงดัง ฟังแล้วสมองเหมือนจะระเบิด วันน่าปวดหัวแบบนี้ ถ้าได้กินแกงเต้าเจี้ยวสักถ้วยคงดีไม่น้อย!’ แกงเต้าเจี้ยวแทบลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าเขาอยู่แล้ว

ท่ามกลางสงครามน้ำลายที่ไม่รู้ใครเสียงดังกว่าใคร คิมมินซอกส่งสัญญาณมือเงียบๆ เรียกที่ปรึกษาอีเข้ามา

“ใกล้ถึงเวลากินข้าวแล้ว ไปร้านฮันอุลให้ฉันหน่อย”

นี่เป็นภารกิจที่เขาคาดไม่ถึง ปกติเขาไม่ค่อยได้รับการไหว้วานอะไรทำนองนี้สักเท่าไหร่ ซ้ำร้าย ฮันอุลสาขารองเป็นร้านที่ไม่รับออเดอร์ทางโทรศัพท์ ต้องไปเหยียบที่นั่นด้วยตัวเองเท่านั้น ทว่า ที่ปรึกษากลับอีตอบรับคำสั่งหนักแน่นเหมือนยามปกติ

“ครับ รับเป็นเมนูอะไรดีครับท่าน”

“แกงเต้าเจี้ยว เอาเหมือนกันให้หมดทุกคน”

“ส.ส.บางท่านอาจไม่ชอบทานก็ได้นะครับ”

“ถ้างั้นฉันจะกินเองให้หมด ใครกินไม่ได้จริงๆ ก็คงเดินไปร้านอาหารในตึกเองนั่นแหละ ไม่ต้องห่วงหรอก รีบไปรีบมาเถอะ”

บทสนทนาของทั้งคู่กลืนหายไปกับเสียงอึกทึกรอบข้างซึ่งยังคงดังอย่างต่อเนื่อง สองคนจึงไม่จำเป็นต้องยกมือป้องหูแล้วทำท่ากระซิบกระซาบแต่อย่างใด

***

ต่อให้เป็นที่ปรึกษาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่ใช่ว่าจะได้รับสิทธิพิเศษ เขายังคงต้องต่อแถวเหมือนคนอื่นๆ รอให้ถึงรอบของตัวเอง

‘อย่าให้นานนักแล้วกัน’

ตัวเขานั้นไม่เป็นไรหรอก แต่ชนชั้นสูงบางท่านน่ะสิจะไม่พอใจเอาที่ต้องมารอ หากเป็นเช่นนั้นก็เดาได้เลยว่า หลายท่านคงผลุนผลันออกจากห้องไปเพราะขีดความอดทนต่ำ เคราะห์ดีที่วันนี้แถวไม่ยาวเท่าไหร่ ยังไม่ถึงเวลามื้อเที่ยงกระมัง

และแล้วปัญหาก็บังเกิดเมื่อที่ปรึกษาอีเข้ามาในร้าน

“ห่อกลับบ้านไม่ได้นะครับ”

“แต่เมื่อก่อนยังเคยห่อให้เลยนี่…”

“ร้านเปลี่ยนนโยบายใหม่แล้วครับ ตอนนี้เรายุ่งมากจริงๆ ขอโทษด้วยครับ”

“งั้นถ้ากินเสร็จค่อยเอาถ้วยมาคืนได้ไหมล่ะ”

“ถ้าได้แบบนั้นพวกผมคงไปเดลิเวอรี่ให้ถึงที่แล้วครับ เพราะนำถ้วยเข้ามาไม่ได้…”

งานเข้าแล้ว… ที่ปรึกษาอีกำลังตกที่นั่งลำบากจนไม่รู้จะทำอย่างไร

แต่จู่ๆ แววตาเขาก็วิบวับขึ้นมากะทันหัน

“อย่างนั้น ขอแกงเต้าเจี้ยวแปดที่”

“ครับ?”

“ทำให้หน่อยนะ เดี๋ยวจะหาวิธียกไปเอง”

ที่ปรึกษาอีขอร้อง พลางโยนระเบิดทิ้งไว้ให้ซองช่อลตื่นตระหนก จากนั้นออกจากร้านไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ต่อให้เขาลงมือสร้างสถานการณ์รูปแบบใด ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการเสียมารยาท

เพราะท่านเป็นถึง ส.ส. ผู้หนึ่งที่รักและถนอมร้านฮัลอุลเป็นพิเศษ…

อันดับแรก ซองช่อลแจ้งให้กยองฮารู้ออเดอร์ก่อน

“เถ้าแก่ครับ เขาสั่งแกงเต้าเจี้ยวแปดที่ เอายังไงดี เห็นว่าจะยกไปเองครับ”

“ไปทั้งหม้อดินน่ะนะ?”

เอาถ้วยข้าวไปยังพอว่า แต่หม้อดินคงไม่ได้ เพราะร้านต้องเอามาล้างแล้วนำกลับมาเวียนใช้ใหม่

“ไม่ครับ ผมเรียนไปแล้วว่าไม่ได้ เขาเลยตอบกลับมาว่าให้ทำรอเอาไว้เลย เขาจะหาทางยกไปเองให้ได้ครับ”

กยองฮาย่นหน้าผาก กล่าวกับซองช่อล

“เข้าใจแล้ว ไปได้”

“อย่างนั้น จะเอายังไงครับ”

“ก็ต้องทำตามออเดอร์สิ เขาจะหาทางเอาไปให้ได้ไม่ใช่เหรอ”

หลังจากจัดการออเดอร์ทีละรายการอย่างเป็นระบบเรียบร้อยแล้ว จังหวะที่กยองฮากำลังทยอยยกแกงเต้าเจี้ยวหม้อดินขึ้นวางบนเคาเตอร์นั้นเอง ที่ปรึกษาอีซึ่งลั่นปากเอาไว้เมื่อครู่ก็หอบเอาหม้อใบเล็กขนาดเท่าหม้อดินเข้ามาวางเรียงรายข้างๆ

กยองฮาเร่งซองช่อลที่ตกใจจนยืนบื้อทำอะไรไม่ถูก

“ทำอะไรอยู่ รีบช่วยท่านสิ มันร้อนนะ เอ้า ใช้ไอ้นี่ด้วย”

“… อ้อ ครับ”

ซองช่อลใช้ที่คีบที่กยองฮายื่นให้คีบจับหม้อดิน เทแกงย้ายลงไปในหม้อใบเล็กแทน ใจหนึ่งก็กังวล

‘ยกไปแบบนี้จะไม่หกเลอะเทอะเหรอ’

ทว่า เขาล้วนกังวลไปเองคนเดียว

ที่ปรึกษาอีหยิบพลาสติกแรปขึ้นมาด้วยสีหน้ากึ่งๆ น่าเกรงขาม จากนั้นก็เริ่มการแรปห่อหม้อใบเล็กทั้งหลายทีละสองชั้นบ้าง สามชั้นบาง

ปื๊ด ปื๊ด ปื๊ดดด

การแรปหม้อดำเนินไปด้วยความเร็วสูงชนิดไร้ที่ติ แม่ของด็อกโฮที่แอบมองอยู่ถึงกับพูดไม่ออก

‘ตายจริง อะไรจะเร็วขนาดนั้น’

กยองฮารีบเอ่ยแทรกตอนที่เขาทำท่าจะย้ายข้าวออกจากถ้วยด้วย

“ถ้วยข้าวกับเครื่องเคียงเรามีเยอะครับ ค่อยเอามาคืนทีหลังก็ได้ครับผม”

ที่ปรึกษาอีส่งความขอบคุณจากใจผ่านทางสายตากลับมาให้ พยักหน้ารับรู้ แล้วเริ่มขนย้ายแกงไปไว้ที่รถทั้งที่ยังสวมถุงมือทำครัวอยู่

***

กลิ่นหอมโชยมา ไม่ใช่กลิ่นเลี่ยนแต่เป็นกลิ่นน่าลิ้มลอง

กระทั่งส.ส.ที่ปกติไม่กินแกงเต้าเจี้ยวยังถูกล่อลวง

“ซรวบ แจ๊บแจ๊บ”

ต้องขอบคุณอาหารแสนอร่อยกระมัง บรรยากาศปรองดองในตอนนี้ต่างจากเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว คิมมินซอกเก็บคำถามเอาไว้ในใจคนเดียว

‘สั่งกลับบ้าน ปกติห่อให้แบบนี้รึ’

ส.ส.โจและส.ส.คังทำท่าเสียดายแกงเต้าเจี้ยวที่กินอย่างไม่ลืมหูลืมตาจนหมดอย่างรวดเร็ว เอ่ยปากขึ้นมาติดๆ กัน

“ใกล้ๆ นี้มีร้านอาหารแบบนี้ด้วยเหรอ”

“คึกกก อร่อยเหาะไปเลย สั่งมาจากไหนเนี่ย”

ร้านฮันอุลเริ่มโด่งดังขึ้นมาทีละน้อยในแวดวงการเมือง โดยที่กยองฮาไม่รู้ตัว

…………………………….

[1] จิมมี่ จิ๊บ (Jimmy Jib) คือ เครนสำหรับตั้งกล้องเพื่อเก็บภาพมุมสูง

Facebook Twitter Telegram Pinterest
Delicious by Touch สูตรลับ ฉบับสัมผัส (จบ)
Score 9.5
สถานะนิยาย: Completed ประเภท: , ผู้แต่ง:
‘โกกยองฮา’ หนุ่มพนักงานพาร์ทไทม์ร้านอาหารตามสั่งผู้มีชีวิตแสนธรรมดา จู่ๆ วันหนึ่งก็พบกับเหตุการณ์ประหลาดเมื่อมือไปสัมผัสกับถ้วยแกง… เขามองเห็นข้อความที่ลอยอยู่กลางอากาศ และข้อความที่ว่า คือคำอธิบายสูตรอาหาร! ทันทีที่ก้าวเท้าสู่เส้นทางการทำอาหาร ชีวิตเขาก็ไม่ธรรมดาอีกต่อไป!.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset