📣 ถ้ามองไม่เห็นเนื้อหาหรือลิ้งก์โหลด pdf เราแนะนำให้เปลี่ยน browser ที่ใช้งาน/เปิด javascript ด้วยจ้า
🆕 ลิงก์โหลดนิยาย 4sh กับ gdrive ไม่ใช่ของเรา รีบโหลดกันนะ ถ้าลิงก์ตายไฟล์หายก็คือหาย ไม่มีสำรองจ้า

อ่านนิยายฟรี เซียนหมากข้ามมิติ – ตอนที่ 15

บทที่ 15 - ความแตกต่างของคนธรรมดากับอสูร
QR Code Facebook Twitter Telegram Pinterest

ไม่รู้ว่าก่อนมากินข้าวแล้วหรือยัง จี้หยวนไม่เห็นคนพวกนี้กินอะไร แค่ดื่มน้ำนิดหน่อยเท่านั้น

หลังจากท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว ชุดคลุมของคนพวกนี้พอแห้ง จึงสวมชุดคลุมเตรียมลงมือ

ดูท่าว่าการเตรียมตัวของพวกเขานอกจากพักผ่อนฟื้นฟูพลังกายแล้ว ความแห้งของเสื้อผ้าน่าจะยกระดับพลังต่อสู้ได้มาก มีหลักเดียวกับการเข้าใกล้หน้าจอเพื่อเพิ่มความแม่นยำและขยับตัวซ้ายขวาเพื่อยกระดับการหลบหลีกตอนจี้หยวนเล่นเกม

ชายร่างแข็งแกร่งสองคนแบกกระสอบใส่หมูแพะขึ้นมาใหม่อีกครั้ง คนหนึ่งในนั้นก็คือลู่เฉิงเฟิงซึ่งบอกว่าอยากเจออสูรนั่น

“เอาล่ะ พวกเราออกเดินทาง!”

เยี่ยนเฟยยังเดินนำคนแรกอย่างเปี่ยมพลัง

ลู่เฉิงเฟิงแบกกระสอบแล้วยังหันกลับมาตะโกนบอกจี้หยวน

“เจ้าขอทาน รอข่าวดีจากพวกเราเถอะ กลับมาแล้วจะพาเจ้าลงเขาด้วย!”

เฮ้ยๆๆ พี่ใหญ่ อย่าตั้งธงนักเลย!

จี้หยวนฟังคำพูดนี้แล้วลนยิ่ง ลังเลสักพักก่อนตะโกนบอกลู่เฉิงเฟิงตอนก้าวออกประตูอารามคนสุดท้าย

“จอมยุทธ์น้อยลู่ หากถึงช่วงวิกฤติอันตราย ตะโกนออกมาว่าพวกเจ้ารู้จักท่านจี้! จงจำไว้ด้วย!”

เวลานี้ลู่เฉิงเฟิงก้าวออกนอกประตูอารามแล้ว ได้ยินเสียงจึงหันกลับไปมองคราหนึ่ง ถือว่ามีแสงไฟอยู่เล็กน้อย ภายในยังคงมืดมิด มองเห็นหน้าขอทานไม่ชัดเจน

ลู่เฉิงเฟิงซึ่งไม่รู้ความหมายโดยละเอียดของประโยคนี้กลับไม่คิดมาก รีบก้าวตามพวกพ้องไปข้างหน้า

เขาโคเทพมียอดเขาเล็กใหญ่หลายสิบลูก ตำแหน่งที่อารามเทพภูเขาอยู่เป็นแค่เนินเขาลูกเล็กรอบนอก

แม้จอมยุทธ์น้อยเก้าคนยังขาดประสบการณ์บนยุทธภพทั้งไร้เดียงสาอยู่บ้าง แต่พื้นฐานวิชายุทธ์กลับมั่นคงมากจริงๆ เดินบนทางภูเขาขรุขระประหนึ่งเดินเล่นบนทางราบ

พูดว่าใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยามก็ข้ามยอดเขาสามลูก มาถึงกลางป่าค่อนข้างลึกของเขาโคเทพ

เวลานี้ทั้งเก้าคนเริ่มเห็นเหงื่อเล็กน้อยแล้ว

เยี่ยนเฟยผู้อยู่ข้างหน้าสุดมองเงาร่างโดยรอบในความมืดแล้วสูดหายใจลึก

“ตรงนี้แล้วกัน เสือกินคนย่อมไม่มีทางซ่อนอยู่ในส่วนลึกของภูเขา วางหมูกับแพะลง เตรียมตัวอยู่ที่นี่!”

“อืม ได้!”

“ตอนนี้ประมาณยามซวี[1] อีกไม่นานเสือก็จะออกหากินแล้ว!”

ลู่เฉิงเฟิงกับชายถือกระบองต่างวางกระสอบของตนลง เปิดปากกระสอบออก ลากแพะตัวเมียกับหมูบ้านตัวไม่ใหญ่ข้างในออกมา

ด้วยถูกแบกมาเป็นระยะทางไกล เห็นชัดว่าสัตว์เลี้ยงสองตัวนี้มึนงงอยู่บ้าง ล้วนไม่ร้องโวยวายอะไร

“ผูกเชือกของพวกมันไว้กับต้นไม้สองต้น จริงสิ เฉือนขาพวกมันดาบหนึ่งด้วย!”

“ข้าเอง!”

ชายหนุ่มถือดาบคนหนึ่งเดินมาอยู่ข้างหมูกับแพะ ชักดาบสะบัดข้อมือเบาๆ ขาหลังของหมูกับแพะเกิดบาดแผลสองสายทันที

อู๊ด… อู๊ด…

แบ้…

ภายใต้ความเจ็บปวด สัตว์เลี้ยงสองตัวดิ้นรนขึ้นมาทันที คิดจะวิ่งหนี แต่ถูกเชือกรั้งจนไม่อาจหนีรอด

ลู่เฉิงเฟิงกับชายถือกระบองผูกเชือกสัตว์เลี้ยงกับต้นไม้ด้านข้าง ระหว่างนี้คนอื่นก็สังเกตการณ์โดยรอบ

“เอาล่ะ พวกเราซ่อนตัวรอบนต้นไม้กัน!”

ทุกคนพยักหน้าไร้เสียง พวกเขาตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย บ้างใช้วิชาตัวเบากระโดด บ้างปีนป่ายรวดเร็ว ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ใหญ่สี่ห้าต้นโดยรอบอย่างดี

เพียงพริบตาภายในภูเขาสงบลง นอกจากเสียงหมูแพะบาดเจ็บร้องโหยหวนพลางกระแทกซ้ายขวาแล้ว มีแค่เสียงนกกลางคืนบางส่วนดังขึ้นเป็นครั้งคราว

รอเช่นนี้จนผ่านไปหนึ่งชั่วยาม

กรู๊… กรุกกรู๊… กรู๊…

เสียงร้องของนกกลางคืนทำให้รัตติกาลมืดมิดดูเงียบสงบยิ่งกว่าเดิม

ลู่เฉิงเฟิงและมือดาบตู้เหิงรวมถึงหญิงสาวนามลั่วหนิงซวงซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ซึ่งผูกติดกับแพะภูเขาไว้ มองผ่านยอดต้นและใบไม้ลงมาด้านล่าง

แพะภูเขากับหมูเหนื่อยแล้ว เริ่มจากแตกตื่นไม่สงบพุ่งชนมั่วซั่ว ถึงตอนนี้หมอบพักอยู่บนพื้นแล้ว

“ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว เสือร้ายนั่นยังมาอยู่หรือไม่”

ลั่วหนิงซวงกดเสียงต่ำถามอีกสองคน

“ไม่รู้สิ พูดตามหลักการคือเหยื่อมาถึงปากง่ายดายเช่นนี้น่าจะล่อสัตว์ป่ามาได้”

“ชู่ว!”

ลู่เฉิงเฟิงส่งสัญญาณให้พวกเขาเงียบ

ฮูม… ฮูม…

ลมกลางป่าเขาพลันแรงขึ้นมา พัดจนกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่โดยรอบส่ายสั่น

แบ้…

พร้อมกับเสียงแพะร้อง แพะภูเขากับหมูบ้านลุกขึ้นมา กวาดมองโดยรอบอย่างประหม่า

แบ้… แบ้…

อู๊ด… อู๊ดๆ…

สัตว์เลี้ยงบาดเจ็บสองตัวพุ่งตัวไปข้างนอกอย่างร้อนรน แต่ถูกเชือกตรงคอล่ามไว้ การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ทั้งเก้าคนที่ดักซุ่มอยู่คึกคักขึ้นมา

ฮูม… ฮูม…

ลมเย็นไม่เพียงพัดจนคนบนต้นไม้ผมปลิวไสว ยังทำให้พวกเขารู้สึกหนาวสะท้านอยู่บ้าง

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ลมประหลาดนี้ทำให้หลายคนกระสับกระส่ายอยู่บ้าง เวลานี้ไม่มีใครพบว่านอกจากหมูกับแพะที่เหมือนคลุ้มคลั่งแล้ว เสียงนกร้องทั้งหมดในป่าล้วนหายไป

ห่างออกไปเสือร้ายตัวใหญ่กว่าเสือทั่วไปหลายเท่าตัวหนึ่งยืนอยู่บนหินผาก้อนหนึ่งตรงส่วนลึกของป่า มองผ่านทุ่งหญ้ากลางรัตติกาลมืดมิดมาทางหมูบ้านกับแพะภูเขา นัยน์ตาคล้ายคนฉายแววดูถูกเสี้ยวหนึ่ง

เสือร้ายไม่หลบไม่หลีก ก้าวไปทางหมูแพะซึ่งติดอยู่ตรงนั้น เดินไปถึงข้างกายพวกมันช้าๆ

เวลานี้หมูหนึ่งแพะหนึ่งไม่คลุ้มคลั่งเหมือนเมื่อครู่แล้ว ตัวสั่นงันงกทรุดอยู่กับพื้นไม่กล้าขยับเขยื้อน

‘เสือร้ายตัวใหญ่นัก!’

เสือตัวใหญ่กว่าที่คิดไว้ ขนาดไม่เหมือนอย่างที่คนเคยเห็นเสือร้ายบรรยาย

คนบนต้นไม้ล้วนขนลุกชันหนังหัวชาวาบ แม้ว่าอยากล่าเสือกำจัดภัย แต่เมื่อเห็นเสือร้ายตัวใหญ่ขนาดนี้เข้าจริงก็ตื่นตระหนกไม่น้อย ใจเต้นเร็วจนน่ากลัว

เสือร้ายยืนนิ่งอยู่ข้างสัตว์เลี้ยงสองตัว เส้นขนพลิ้วไหวตามลม

‘เหตุใดเสือร้ายตัวนี้ถึงไม่กิน’

นี่คือข้อสงสัยซึ่งทุกคนนึกถึงนอกจากประหม่าแล้ว ก่อนหน้านี้พวกเขานัดแนะกันว่าหากไม่ผิดคาด ยามเสือร้ายกินสัตว์เลี้ยงจะกระโดดออกไปล้อมโจมตี

ใบหน้าของเยี่ยนเฟยมีเหงื่อผุดพราย เอื้อมมือขวากุมด้ามกระบี่แล้ว ถ้าเสือร้ายมีสัญญาณว่าจะวิ่งหนี เขาจะบอกทุกคนให้ปรากฏตัวทันที

แต่เวลานี้เขาพลันพบว่าเสือร้ายกลับเงยหน้ามองต้นไม้ใหญ่ที่เขาอยู่ เสียงหยาบเถื่อนแหบพร่าสายหนึ่งดังออกมาจากปากเสือร้าย

“น่าสนใจ! จอมยุทธ์ธรรมดาหรือ ในเมื่อมารนหาที่ตาย น่าจะไม่ถือว่าขัดคำสอนของท่าน!!”

พริบตานั้นทุกคนรวมถึงเยี่ยนเฟยขนลุกชันหนังหัวชาวาบไปทั้งตัว

ในใจมีแค่ความคิดเดียว ‘เป็นภูตแล้ว!’

“มาเล่นกับข้าก่อนเถอะ โฮก!”

ยามเสียงเสือคำรามดังขึ้น เสือร้ายพุ่งตัวไปทางยอดต้นไม้ตรงหน้าแล้ว ผู้เผชิญหน้ากับเสือร้ายตกใจจนมือเท้าแข็งทื่อ เสียความสามารถในการตอบสนองไปหมด

เยี่ยนเฟยกัดลิ้นตัวเองเพื่อสลัดอาการแข็งทื่อที่มาจากความกลัวก่อนตะโกนลั่น

“ลงมือ!”

ชิ้ง…

กระบี่ยาวประดับพู่พุ่งออกจากฝัก ฝืนฟันไปทางเสือร้ายด้วยอยากข่มขู่มัน

คิดไม่ถึงว่าเสือร้ายกลับไม่หลบหลีก กรงเล็บข้างหนึ่งรับกระบี่ยาวโดยตรง ในสายตาเยี่ยนเฟยเท้าเสือหนากว่าต้นขาของตน อุ้งเท้าซึ่งเผยกรงเล็บคมกริบใหญ่กว่าศีรษะตน

ตึง…

พรวด…

เหตุการณ์เกิดขึ้นชั่วพริบตาเช่นกัน กระบี่ยาวของเยี่ยนเฟยพลิกตลบ คนอื่นถูกอุ้งตีนเสือซัดตกต้นไม้ หน้าอกยังหลั่งเลือดแดงสด ร่วงตกสู่พุ่มไม้เป็นตายไม่อาจรู้

“ระยำ!”

ชายถือกระบองจ้าวหลงคว้ากระบองยาวพุ่งหวดใส่ภูตเสือร้าย แต่กระบองยังไม่ทันฟาดออกมาทั้งหมด เงาหางเหลืองดำเลือนรางสายหนึ่งมาถึงตรงหน้าแล้ว

ปึง… กร๊อบ…

ตึง…

หางเสือเหมือนเหล็กกล้าสะบัดมา ต้านกระบองซึ่งผ่าขวานหักดาบจนแตกได้ จ้าวหลงถูกหางเสือโจมตีกระอักเลือด ร่วงตกต้นไม้ใหญ่ เจริญรอยตามเยี่ยนเฟยไป

“ช่วยคน!”

“ลุย!”

คนที่เหลือทยอยกระโดดออกมาจากที่ซ่อนตัว โจมตีไปทางเสือร้ายพร้อมกัน

เจ้าภูเขาลู่เปี่ยมอานุภาพไม่เสื่อมถอย ปีนป่ายขึ้นบนต้นไม้ซึ่งเดิมเยี่ยนเฟยเคยซ่อนตัวอย่างแผ่วเบา กรงเล็บทั้งสี่ยึดต้นไม้เหมือนแมว โก่งตัวเล็กน้อย กระโดดห่างออกไปหลายจั้งก่อนดาบกระบี่มาถึงตัว

วู้ม…

สายลมพัดมาตามร่างเสือร้าย หลายคนยังไม่ตั้งกระบวนท่าก็เห็นเสือร้ายกระโดดออกนอกวงโจมตี

ตู้เหิงผู้ชักดาบออกจากฝักและลั่วหนิงซวงผู้ชักกระบี่ออกจากฝักตอบสนองเร็วที่สุด พากันแตะเท้าหมุนตัวกลางอากาศ แทบพุ่งตัวตามเสือร้ายไปติดๆ คนหนึ่งแทงคนหนึ่งฟัน พุ่งเป้าไปที่เสือร้ายซึ่งยังไม่ถึงพื้น

แต่เสือร้ายกลับก้าวเท้าทั้งสี่กลางอากาศ คล้ายออกแรงเหยียบสายลม ร่างมหึมาพลันย้ายไปอีกด้าน ทั้งทิ้งตัวลงพื้นด้วยความเร็วน่าอัศจรรย์ นัยน์ตาเหลือบเขียวจ้องมองตู้เหิงและลั่วหนิงซวง

โฮก…

เสียงคำรามทำให้คนที่เหลือตัวชาการเคลื่อนไหวเปลี่ยนเป็นแข็งทื่ออย่างน่าประหลาด

ร่างเสือร้ายเหมือนเลือนรางก่อนพุ่งตัวมาอีกครั้ง

“ระวัง!”

เสียงตะโกนของคนด้านข้างเหมือนอยู่สุดขอบฟ้า ในดวงตาตื่นตะลึงเบิกกว้างของลั่วหนิงซวงกับตู้เหิง เสือร้ายยังประชิดหน้าตน แสงเยียบเย็นบนกรงเล็บทัดเทียมทองและเหล็ก

ปึง!

ฉัวะ… ปึง!

กรงเล็บตะปบตู้เหิงก่อนค่อยโจมตีลั่วหนิงซวง

เสียงตื่นตระหนกของพวกพ้องด้านหลังยังไม่ทันสิ้นสุด ก็เห็นตู้เหิงกับลั่วหนิงซวงกระอักเลือดลอยกระเด็นไปซ้ายคนขวาคนแล้ว มือที่กุมดาบของตู้เหิงบิดออกข้างนอก

ตึง!

ตึง!

ซ่า…

สองเสียงแรกคือเสียงลั่วหนิงซวงและตู้เหิงร่วงลงพื้นซึ่งห่างออกไป เสียงหลังคือเสือร้ายโรยตัวลงพื้นแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

การประมือเพียงชั่วขณะ ยอดฝีมือสี่คนเป็นตายไม่อาจรู้…

ภูตเสือร้ายอยู่ห่างจากห้าคนที่เหลือไม่ไกล มันยืดตัวเหมือนแมวยักษ์บิดขี้เกียจ นัยน์ตาชวนประหวั่นมองพวกเขาอย่างเย้ยหยัน

ฟุ่บๆ… เคร้งๆๆๆ…

ดาบหัวตัดงอเก้าสิบองศาเล่มหนึ่งหมุนวน ร่วงลงข้างเท้าคนอื่นเป็นเส้นโค้ง ไม่เพียงตัวดาบโค้งงอคมดาบที่ติดกันยังบิดกลับด้วย

พวกลู่เฉิงเฟิงมือเท้าเย็นเยียบไม่อาจหายใจ ช่วงข้อต่อของมือซึ่งกำหมัดหรือกุมอาวุธซีดเผือดแล้ว

………………..

[1] ยามซวี หมายถึง ช่วงเวลา 19:00 – 21:00 น.

Facebook Twitter Telegram Pinterest
เซียนหมากข้ามมิติ

เซียนหมากข้ามมิติ

ChronoGo, Lan Ke Qi Yuan, Lạn Kha Kỳ Duyên, Special Destiny Of Rotten Ke, The Board of Lanke, Kismet of the Lanke Piece, Lanke Chess Edge, The Board Of Lanke, 烂柯棋缘, 난가기연
Score 9.1
สถานะนิยาย: Ongoing ประเภท: , ผู้แต่ง: ต้นฉบับ: 1021 Chapters (จบแล้ว)
จี้หยวน พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งไปร่วมกิจกรรมค่ายพักกลางแจ้ง ระหว่างเดินชมต้นไม้ไปเรื่อยๆ เขาพบกระดานหมากบนตอไม้กลางป่า พอจะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกลับปลดล็อกหน้าจอไม่ได้ คิดว่าแบตหมดแล้วจึงรีบกลับไปหาแบตสำรองที่ค่าย แต่พอกลับไปถึงที่ตั้งค่าย กลับไม่มีคนในบริษัทอยู่สักคน แม้แต่เต็นท์ก็หายไปหมด.. (อ่านเพิ่มเติม »)

Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Options (ตั้งค่าการอ่านนิยาย)

not work with dark mode
Reset